รวมวัตถุมงคลของ หลวงพ่อปา วัดโบสถ์ อ.สรรคบุรี แห่ง เมืองชัยนาท พระอาจารย์ของหลวงพ่อกวย ! 

พระอาจารย์ของหลวงพ่อกวย

หากเอ่ยถึงหลวงพ่อกวย เชื่อว่าเหล่าบรรดาเซียนพระทั้งหลายคนไม่มีใครไม่รู้จักท่านอย่างแน่นอน แต่ในครั้งนี้เราไม่ได้จะมาบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของท่าน เพราะเราได้เคยเล่าให้ฟังกันไปบ้างแล้วในครั้งก่อนๆ แต่เราจะมาพูดถึงหัวข้อ รวมวัตถุมงคลของ หลวงพ่อปา วัดโบสถ์ อ.สรรคบุรี แห่ง เมืองชัยนาท พระอาจารย์ของหลวงพ่อกวย !  ซึ่งแน่นอนว่าเราจะพาท่านไปรู้จักกับวัตถุมงคลของหลวงพ่อปา แห่งวัดโบสถ์ ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อกวยให้คุณได้ทราบกัน ณ ที่นี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจกันดังต่อไปนี้ได้เลยค่ะ ประวัติความเป็นมาหลวงพ่อปา วัดโบสถ์ อ.สรรคบุรี แ เมืองชัยนาท ภาพหลวงพ่อหา วัดโบสถ์ สำหรับหลวงพ่อปา แห่งวัดโบสถ์เมืองชัยนาทนั้นเดิมทีท่านเป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรีที่เกิดในอำเภอเดิมบางท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2388 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มกราคมในปีนั้น ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในยุคเดียวกันกับหลวงปู่ศุข แห่งวัดคลองมะขามเฒ่า ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อกวย  ชุตินฺธโร วัดโฆสิตาราม ซึ่งในขณะเดียวกันในช่วงที่หลวงพ่อกลัวยท่านเข้าพิธีอุปสมบท หลวงพ่อปา ท่านก็เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้หลวงพ่อกวย  นอกจากนี้หลวงพ่อท่านยังเป็นพระสหทำมิกซ์กับหลวงปู่ศุขที่ถึงแม้ว่าหลวงปู่ศุข ท่านจะมีความอาวุโสมากกว่าประมาณสองปีก็ตาม อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่าหลวงพ่อปานั้นท่านเป็นผู้แก่กล้าในด้านวิชาอาคม และมีความสามารถไม่เป็นรองหลวงปู่ศุขด้วยเช่นกัน ท่านมีความรู้และมีพุทธาคมอย่างมากมีความเชี่ยวชาญทางศาสตร์เฉพาะที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนมา และแน่นอนว่าในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้ไม่น้อยเช่นกัน และแต่ละชิ้นที่เป็นวัตถุมงคลของท่านนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีผู้ถามถึงอยู่เสมอมา  ภาพหลวงพ่อกวย  ท่านได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้ตั้งแต่ในช่วงประมาณปีพ.ศ. 2458  ทั้งยังเป็นพระผู้ปฏิบัติและมีจริยวัฒน์อันงดงามวางตนอย่างเหมาะสม และท่านก็ได้เคยเป็นอดีตเจ้าอาวาสแห่งวัดโบสถ์จังหวัดชัยนาท ซึ่งท่านปกครองวัดแห่งนี้ตั้งแต่ในช่วงปีพ.ศ. 2440 […]

ประวัติความเป็นมาหลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์  พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าแห่งพระนครศรีอยุธยา!

หลวงปู่ปั้น-วัดพิกุลโสคันธ์

หากมีใครถามว่าพระผู้เป็นปรมาจารย์องค์สำคัญที่มาคู่กับหลวงพ่อสุดแห่งวัดบางปลาหมอนั่นคือใคร  ซึ่งแน่นอนว่าเซียนพระหลายท่านคงจะต้องขอยกมือตอบว่า หลวงปู่ปั้นแห่งวัดพิกุลโสคันธ์กันอย่างแน่นอน  และในวันนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาหลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์  พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าแห่งพระนครศรีอยุธยา! ที่จะมาบอกบอกถึงประวัติความเป็นมาของท่านให้เหล่าบรรดาแฟนๆชาวส่องพระให้ได้ทราบกันในวันนี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้ค่ะ   ประวัติความเป็นมาของ  หลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์   ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดพระเกจิอาจารย์ที่เป็นปรมาจารย์องค์สำคัญแห่งเมืองพระนครศรีอยุธยาไม่น้อย ท่านเป็นพระยุคเก่าที่มาคู่กับหลวงพ่อสุนทรวัดบางปลาหมอ  เป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาและให้ความเคารพอย่างสูงอีก 1 ท่าน  ซึ่งหลวงพ่อจงแห่งวัดหน้าต่างนอกก็ให้ความเคารพนับถือท่านอย่างมาก รวมไปถึงหลวงพ่อสังข์ แห่ง วัดน้ำเต้า หลวงพ่อห่วง แห่ง วัดบางยี่โท ก็ให้ความเคารพนับถือหลวงปู่ปั้นเป็นครูบาอาจารย์ และที่สำคัญคือหลวงปู่ปั้นนั้นท่านเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อปานแห่งวัดบางนมโค นอกจากนี้พระผู้เป็นพระสหายธรรมิกของท่านก็คือหลวงพ่อเนียม แห่งวัดน้อย , หลวงปู่เอี่ยมแห่งวัดโคกทอง   สำหรับเรื่องราวของหลวงปู่ปั้นนั้นเนื่องจากท่านเป็นพระยุคเก่า จึงทำให้ข้อมูลที่จะนำเรื่องราวเกี่ยวกับท่านมาเล่าให้คุณได้ทราบในวันนี้จึงเป็นในรูปแบบที่พอจะหาได้มาฝาก หลวงปู่ปั้นนั้นท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2376 จึงตรงกับปีมะเมียแต่สำหรับวันที่ท่านเกิดนั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดเนื่องจากไม่มีหลักฐานปรากฏ และมรณภาพในช่วงปีพ.ศ 2456 ซึ่งรวมศิริอายุของท่านในวันมรณภาพได้ 80 ปี ซึ่งปีที่ท่านมรณภาพลงนั้นตรงกับปีฉลู จากข้อมูลที่ได้มีการระบุเอาไว้นั้นได้เคยมีคนถามหลวงปู่ทิมว่า หลวงปู่ทิมท่านได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ปั้นแห่งวัดพิกุลโสคันธ์หรือไม่ และคำตอบที่ได้ก็คือ ในปีที่หลวงปู่ทิมท่านเกิดเป็นปีที่ตรงกับปีที่หลวงปู่ปั้นท่านได้มรณภาพลง และนั่นก็เป็นหลักฐานที่ตรงกันว่าหลวงปู่ทิมท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2456  โดยอุปนิสัยส่วนตัวของหลวงปู่ปั้นนั้นหลวงปู่ท่านเป็นผู้ที่มีความเคารพและศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก ท่านเป็นพระผู้มีจิตใจเมตตาและหมั่นปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังดำรงตนวางตนอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ท่านยังมีความเมตตาต่อสัตว์และผู้ที่มาขอความช่วยเหลืออยู่เสมอ ทำให้ผู้คนเคารพศรัทธาอย่างมาก  นอกจากนี้ท่านยังมีความเก่งกล้าทางด้านพุทธาคม พระผู้มีญาณอภิญญาและ ท่านมีชื่อเสียงอย่างมากทำด้านกรรมฐาน  […]

ความเป็นมาเหรียญพระล้ำค่าเมืองโคราช “เหรียญรูปเหมือนหลวง พ่อพรหมสร (รอด) แห่งวัดบ้านไพร รุ่นแรก” ! 

เหรียญรูปเหมือนหลวง-พ่อพรหมสร-รอด

หากมีใครถามถึงของดีและเหรียญพระที่มีพุทธคุณเลิศทางด้านแคล้วคลาดปลอดภัย แห่งเมืองโคราชเชื่อว่าใครหลายคนคงต้องยกให้กับเหรียญรูปเหมือนของหลวงพ่อพรหมสร(รอด) อย่างแน่นอน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ความเป็นมาเหรียญพระล้ำค่าเมืองโคราช “เหรียญรูปเหมือนหลวง พ่อพรหมสร (รอด) แห่งวัดบ้านไพร รุ่นแรก” ! เพราะแน่นอนว่าเราจะพาคุณมารู้จักกับประวัติความเป็นมาของเหรียญพระล้ำค่านี้ไปพร้อมพร้อมกับทำความรู้จักปวดความเป็นมาของหลวงพ่อพรหมสร แห่งวัดบ้านไพรด้วยเช่นกันดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปพบกับเรื่องราวและรายละเอียดที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้ ประวัติหลวงพ่อพรหมสร (รอด) แห่งวัดบ้านไพร  สำหรับหลวงพ่อพรหมสร (รอด) นั้น หลายคนให้คำนิยามว่าเทพเจ้าแห่งเมืองโคราช เนื่องจากท่านเป็นพระผู้มีความเมตตาและรักสมถะอย่างมากรวมถึงมิยินดียินร้ายต่อลาภยศสรรเสริญใดๆ และมีความปรารถนาที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กับสาธุชนชาวไทย และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตนต่อศาสนาอย่างเสมอมาโดยนิยินดียินร้ายต่อคำใครใดๆทั้งสิ้น  เดิมทีนั้นหลวงพ่อพรหมสร (รอด) ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2416 ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีเดือนแปด ท่านเป็นบุตรของนายโข่ ซึ่งเป็นพ่อค้าที่มาจากจังหวัดอุดรธานี ซึ่งในขณะนั้นบิดาของหลวงพ่อพรหมสร ท่านได้มีโอกาสมาค้าขายที่เมืองโคราชและพบรักกับมารดาของท่าน แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่างทำให้หลวงพ่อพรหมสรท่านได้อาศัยอยู่กับป้าผู้มีชื่อว่าแม่นี (ซึ่งเป็นพี่สาวของแม่ของท่าน) ผู้ตั้งชื่อให้กับท่านว่า “รอด”  ถัดมาในช่วงปีพ.ศ. 2436 ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดสะพานจะตั้งอยู่ในตำบลขามเฒ่า พระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ก็คือพระอุปัชฌาย์อยู่ ด้วยความที่มีจิตใจฝักใฝ่ทางทำจึงทำให้ท่านมีความเพียรพยายามและศึกษาธรรมะรวมไปถึงศึกษาทางด้านวิปัสสนาจนมีความเชี่ยวชาญและแตกฉาน จึงทำให้ท่านได้ออกเดินธุดงค์และถือการเดินธุดงค์เป็นหลัก ท่านมักจะออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อศึกษาหาความรู้ต่างๆเพิ่มเติม  ซึ่งท่านได้มีโอกาสพบกับพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยอภิญญาและผู้ส่งพุทธาคมอย่างมากมาย จึงทำให้หลวงพ่อท่านมีความรอบรู้และค่อนข้างมีความสามารถทางด้านพุทธาคมอย่างมาก และถึงแม้ว่าจะเป็นผู้มีความรู้มากมายท่านก็ไม่ได้ยินดียินร้ายต่อสมณศักดิ์หรือลาภยศสรรเสริญใดๆ เนื่องจากมีแต่ความมุ่งมั่นในการสั่งสอนทำมาให้กับสาธุชนให้รู้จักผิดชอบชั่วดี จนทำให้ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่าน  ในครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นหลวงพ่อรอดท่านได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้อย่างมากมาย รวมทั้งได้สร้างวัดเอาไว้มากถึง 5 วัด ซึ่งได้แก่วัดบ้านขามเฒ่าซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปี 2453, […]

เปิดประวัติความเป็นมา “เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อกลั่น ปี 2469” แห่ง เมืองพระนครศรีอยุธยา ! 

เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อกลั่น-ปี-2469

หากใครที่กำลังตามหาเหรียญรูปเหมือนพิมพ์ขอเบ็ดในช่วงก่อนปี 2500 ของเมืองพระนครศรีอยุธยาแล้วแล้วก็เราเชื่อว่าเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อกันคงต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นต้นที่คุณจะต้องพูดถึงอย่างแน่นอน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับหัวข้อ เปิดประวัติความเป็นมา “เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อกลั่น ปี 2469” แห่ง เมืองพระนครศรีอยุธยา !  ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าหลวงพ่อกลั่น แห่งวัดพระญาติการามนั้นท่านเป็นสุดยอดพระเกจิอาจารย์ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอันดับต้นต้นของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นก็ได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้อย่างมากมายและวัตถุมงคลของท่านในปัจจุบันก็มีมูลค่าราคาที่ค่อนข้างสูง นอกจากครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึงความเป็นมาของเหรียญรูปเหมือนของท่านกันแล้วเรายังจะพาคุณมาทราบถึงประวัติความเป็นมาของท่านด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้ ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อกลั่น แห่งวัดญาติการาม สำหรับหลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ มื้อที่ใครหลายคนอาจรู้จักกันดีในนามพระอุอุปัชฌาย์กลั่น นั้นท่านเกิดในช่วงปลายสมัยของรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ. 2390 ซึ่งตรงกับปีม้าเมีย ท่านเป็นคนตำบลอรัญญิก ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอนครหลวงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยกำเนิดอาชีพของครอบครัวท่านก็คือรับจ้างทั่วไปซึ่งท่านเป็นเด็กที่เกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจนพอสมควร ชื่อเดิมของท่านชื่อว่าอู๊ด แต่ด้วยความที่ท่านเป็นเด็กที่มีความกล้าหาญรวมทั้งมีความฉลาดเฉลียว คุณพ่อของท่านจึงเปลี่ยนชื่อให้ท่านใหม่ว่า “กลั่น”  อีกทั้งท่านยังมีอุปนิสัยเป็นเด็กมีความเข้มแข็งและสามารถช่วยงานครอบครัวได้โดยลำพัง มีความเด็ดเดี่ยวรวมถึงมีความขยันขันแข็งอย่างมาก ท่านได้มีโอกาสเล่าเรียนวิชาช่างและศึกษาเล่าเรียนทางด้านหนังสือไทยจากสำนักวัดประดู่ทรงธรรม ซึ่งพระอาจารย์ของท่านก็คือ “หลวงพ่อม่วง” ผู้มีความเก่งกล้าทางด้านกรรมฐานอย่างมาก ซึ่งหลวงพ่อม่วงนั้นท่านเคยทำตะกรุดพิชัยสงครามเพื่อถวายให้กับรัชกาลที่ห้า ในสมัยนั้นด้วยเช่นกัน และพระอาจารย์ผู้นี้คือผู้ถ่ายทอดวิชาต่างๆให้กับหลวงพ่อกลั่น  เมื่อครั้งที่หลวงพ่อกลั่นเติบโตขึ้นท่านก็มีโอกาสเล่าเรียนวิชากระบี่กระบองรวมไปถึงทางด้านอาวุธไทยโบราณในชนิดต่างๆไม่ว่าจะเป็นหอก ,หลาว ,หง่าว,โตมร หรือแม้แต่ดาบสองมือและดาบเดี่ยว ท่านก็ได้ฝึกมาแทบทุกชนิด และสามารถต่อสู้ได้อย่างเก่งกาจรวมไปถึงวิชามวยไทย มีจิตใจนักเลงไม่กลัวใครและเป็นผู้ที่รักการต่อสู้อย่างมาก แต่เมื่ออายุได้ประมาณ 27 ปีท่านก็ได้ตัดสินใจเข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดโลกยสุทธาศาลาปูน และระวางการใช้อาวุธที่ท่านเคยรักมาทุกชนิด ในพิธีอุปสมบทนั้นพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านก็คือพระญาณไตรโลด(สะอาด) และพระคู่สวดก็คือพระอธิการชื่น […]

สุดยอดพระเครื่องหายากของ “หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค  พิมพ์ทรงไก่” ของดีของคนค้าขาย !  

หลวงพ่อปาน-วัดบางนมโค

สำหรับของดีของคนค้าขายของทางฝั่งจังหวัพระนครศรีอยุธยาที่ใครหลายคนมักจะร่ำลือกันมาก คงจะต้องนึกถึงพระเครื่องของหลวงพ่อปานวัดบางนมโคขึ้นมาเป็นอย่างแน่นอน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ในครั้งนี้เราจะมาพูดถึง สุดยอดพระเครื่องหายากของ “หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค  พิมพ์ทรงไก่” ของดีของคนค้าขาย !    ที่ไม่ได้จะมาบอกถึงพุทธลักษณะของพระเครื่องของท่านให้คุณได้ทราบเท่านั้น แต่เราได้นำประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อปานแห่งวัดบางนมโค มาฝากคุณกันในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน หากใครอยากทราบว่าประวัติความเป็นมาของท่านนั้นมีความเปนมาอย่างไร และทำไมจึงมีผู้เคารพศรัทธาท่านมากนัก เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา อย่ารอช้าค่ะ เราไปชมรายละเอียดที่น่าสนใจไปพร้อมๆกันได้เลยดังต่อไปนี้ ประวัติความเป็นมา หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค  จ.พระนครศรีอยุธยา สำหรับพระครูวิหารกิจจานุการ หรือที่ใครหลายคนมักจะรู้จักท่านดีในชื่อหลวงพ่อปาน โสนันโทแห่งวัดบางนมโคซึ่งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา งั้นไม่ต้องเดิมทีท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2418 วันที่ 16 กรกฎาคมซึ่งเป็นยุคสมัยของรัชกาลที่ห้า บิดาของท่านชื่อว่านายสะอาด สุทธาวงศ์ และมารดาของท่านนั้นมีชื่อว่านางอิ่ม สุทธาวงศ์ หลวงพ่อปานนั้นท่านได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ในช่วงปี 2439 ณ วัดบางนมโค ซึ่งพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านก็คือหลวงพ่อสุ่นแห่งวัดปลาหมอ พระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ของท่านก็คือพระอาจารย์จ้อยแห่งวัดบ้านแพน และพระผู้เป็นพระอนุสาวนาจารย์ก็คือพระอาจารย์อุ่ม แห่งวัดสุธาโภชน์ ซึ่งท่านได้รับฉายาทางธรรมว่า “โสนันโท”  หลังจากที่ได้บวชแล้วท่านก็มีความเคร่งครัดในการศึกษาทำพร้อมกับปฎิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด เมื่อได้ศึกษาพระธรรมกับพระอาจารย์สุ่นมามากพอสมควรแล้วก็ได้ตัดสินใจไปศึกษาทางด้านพระปริยัติทำในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ณ วัดสระเกศ รวมทั้งได้กลับมาศึกษาวิชาต่างๆที่วัดเจ้าเจ็ดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้ศึกษาเล่าเรียนทางด้านแพทย์แผนโบราณที่วัดสังเวชฯ อีกทั้งยังได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนและได้ความรู้เพิ่มเติมจากหลวงพ่อเนียมแพงวัน้อยกับพระอาจารย์โหน่ง อินทรฑสุวรรณโน แห่งวัดคลองมะดัน นอกจากนี้ท่านยังได้มีโอกาสศึกษาวิชาสร้างพระจากเครื่องดินกับท่านชีปะขาว รวมถึงได้ศึกษาเล่าเรียนทางด้านการปลุกเสกพระเครื่องกับอาจารย์แจง […]

ประวัติความเป็นมาเหรียญล้ำค่าหายากยิ่ง “เหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ธนบุรี ยันต์สี่ รุ่นแรก” !  

หลวงปู่เอี่ยม

กลับมาทางฝั่งจังหวัดกรุงเทพฯกันบ้าง ซึ่งเราเชื่อว่าหากใครถามถึงของดีย่านฝั่งธนฯ หลายคนคงจะนึกถึงเหรียญปั๊มยันสีของหลวงปู่เอี่ยมแห่งวัดหนัง ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆอย่างแน่นอน และในวันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติความเป็นมาเหรียญล้ำค่าหายากยิ่ง “เหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ธนบุรี ยันต์สี่ รุ่นแรก” ! ซึ่งเราจะมาบอกถึงรายละเอียดของที่มาในการสร้างเหรียญรุ่นนี้พร้อมกับประวัติความเป็นมาของหลวงปู่เอี่ยมที่คุณอาจไม่เคยทราบ มาให้ได้รับชมกันในครั้งนี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจได้เลยดังต่อไปนี้ ประวัติหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ เมืองธนบุรี  สำหรับหลวงปู่เอี่ยม แห่งวัดหนังราชวรวิหาร ทางฝั่งธนบุรีนั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพระอาจารย์ผู้มีอภิญญาสูงที่มีผู้เคารพศรัทธาไปทั่วฟ้าเมืองไทย และท่านยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือรัชกาลที่ห้านั้นทรงให้ความเคารพเลื่อมใสอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวอันเป็นที่เลื่องลือเกี่ยวกับด้านปาฏิหาริย์อย่างมากมายสำหรับพระเครื่องและวัตถุมงคลของท่าน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ในวันนี้เราจะพาคุณมาทราบถึงประวัติความเป็นมาของท่านตั้งแต่ในวัยเด็กกันเลย เดิมทีนั้นหลวงปู่เอี่ยมท่านเป็นชาวบางขุนเทียนซึ่งมีถิ่นฐานโดยกำเนิด อาศัยอยู่ที่บริเวณริมคลองบางหว้า ท่านเกิดในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเก้าเจ้าอยู่หัวซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ. 2375 และเกิดในวันที่ 2 ตุลาคมตรงกับ ปีมะโรง บิดาของท่านชื่อนายทองและมารดาของท่านชื่อว่านางอู่ ครอบครัวของท่านมีอาชีพเป็นชาวสวนนามสกุลเดิมของหลวงปู่เอี่ยมนั้นมีนามสกุลว่าทองอู่ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับพระนามของเจ้าต่างกรมพระองค์หนึ่ง และได้เปลี่ยนเป็นทองอู๋ สืบแต่นั้นมา เมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นเด็กบิดาและมารดาของหลวงปู่เอี่ยมนั้นท่านได้ฝากให้หลวงปู่เอี่ยมไปร่ำเรียนหนังซื้ออยู่ที่สำนักหลวงปู่รอด (ซึ่งหนูรอบนั้นท่านอื่นคืออดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสของวัดหนังราชวรวิหาร) จากนั้นเมื่อหลวงปู่เอี่ยมท่านมีอายุได้ประมาณ 11 ปี ท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาพระปริยัติธรรม ในช่วงเวลาถัดมาท่านก็ได้ย้ายมาอยู่แถบย่านวัดเรียบซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ. 2387 ในช่วงเวลานั้นท่านมีอายุได้ 22 ปี บ่ได้เข้าวิดีโอสมมตบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ อยู่ที่วัดราชโอรสาราม ซึ่งในปัจจุบันคือวัดจอมทอง และได้รับฉายาทางธรรมว่า “สุวณฺณสโร”  ซึ่งพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ก็คือพระสุธรรมเทพเถระ […]

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่บุดดา ถาวโร”สุดยอดพระเถราจารย์ชื่อดังแห่งอำเภอบางระจัน ! 

หลวงปู่บุดดา-ถาวโรสุด

หากมีใครถามถึงพระเถระชื่อดังในยุคเก่าแห่งเมืองบางระจัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนปี พ.ศ 2500 แล้วล่ะก็ เชื่อว่าเซียนพระและคนรักพระหลายๆคนคงต้องยกมือตอบกันโดยเร็วว่า “หลวงปู่บุดดา ถาวโร” อย่างแน่นอน และในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่บุดดา ถาวโร สุดยอดพระเถราจารย์ชื่อดังแห่งอำเภอบางระจัน ! ที่จะมาบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของท่านให้เหล่าบรรดาแฟนๆที่ชื่นชอบพระเครื่องได้ทราบกันในที่นี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปรู้จักกับเรื่องราวของหลวงปู่ไปพร้อมๆเลยดีกว่า ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่บุดดา ถาวโร”   หลวงปู่บุดดาถาวโรนั้นท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2437 ในวันที่ห้าเดือนมกราคม ซึ่งตรงกับวันเสาร์ขึ้น 10 ค่ำเดือนยี่และตรงกับปีมะเมีย ท่านเกิดที่จังหวัดลพบุรีเกิดอยู่ที่อำเภอโคกสำโรงนะตำบลพุคา และชื่อเดิมของท่านก็มีชื่อว่าบุดดา ครั้งหนึ่งท่านใดเคยนั่งรถไฟและผ่านยังตำบลบ้านเกิดของท่าน ซึ่งท่านได้ชี้ออกไปนอกบริเวณรถไฟและบอกว่าบ้านเกิดของท่านอยู่บริเวณ เหนือสถานีโคกกะเทียมไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีระยะห่างออกไปจากทางรถไฟประมาณ 2 กิโลเมตรซึ่งไปยังทางทิศตะวันตก ซึ่งคนในสมัยก่อนจะเรียกหมู่บ้านนี้กันว่าหมู่บ้านหนองเต่า  หลวงปู่เป็นลูกชายของพ่อน้อย มงคลทองกับคุณแม่อึ่ง มงคลทอง ซื่อหลวงปู่ท่านมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมดเจ็ดคนรวมตัวท่าน  ตั้งแต่ในช่วงที่หลวงปู่ท่านมีอายุได้ประมาณห้าขวบ ท่านใดเคยขออนุญาตคุณพ่อและคุณแม่ของท่านเพื่อบวชเป็นเณรแต่คุณพ่อคุณแม่ของท่านก็ไม่ได้อนุญาตเนื่องจากยังเล็กนัก ครอบครัวของหลวงปู่นั้นมีอาชีพเป็นชาวนาและเกษตรกรโดยคุณพ่อคุณแม่ของท่านจะทำนาหาเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในสมัยก่อนนั้นไม่ค่อยมีโรงเรียนให้ผู้คนได้ศึกษาเล่าเรียนนัก ถึงมีก็อยู่ค่อนข้างไกลจากหมู่บ้านที่หลวงปู่ท่านอาศัยอยู่ และด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้เล่าเรียนหนังสือ  รับราชการทหาร ในช่วงปีพ.ศ. 2458 นั้นหลวงปู่ท่านได้เข้ารับราชการทหารเป็นเวลาประมาณสองปี ซึ่งมีหลักฐานในการเป็นทหารที่ปรากฏพบบนบริเวณท้องแขนทางด้านขวาซึ่งได้ระบุเอาไว้เป็นตัวอักษรว่า  ๒๔๕๘ ท.บ.๓ ล.๑๐ซึ่งในช่วงยุคที่หลวงปู่ท่านเป็นทหารนั้นสำหรับผู้ชายที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์หากจับได้ใบดำก็จะไม่ได้เป็นทหารในปีนั้นแต่จำเป็นจะต้องถูกเกณฑ์ทหารไปจนกว่าอายุจะถึง 30 […]

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน !

หลวงปู่ชัยยะ-วงศาพัฒนา

มายังจังหวัดลำพูนกันบ้างในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน ! ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากของผู้คนชาวอำเภอลี้ในจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นนักบุญของชาวเขาชาวกะเหรี่ยงเลยก็ว่าได้ แม้ท่านจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศแต่ท่านก็ถือเป็นอีกหนึ่งพระผู้เปรียบไปด้วยเมตตาธรรม และประพฤติปฏิบัติดีอันน่าเป็นแบบอย่างให้กับพุทธศาสนิกชนอย่างมาก และพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจในครั้งนี้กันเลย   ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา”  แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน ! สำหรับพระครูพัฒนกิจจานุรักษ์ หรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกท่านว่าหลวงปู่ชัยยะ เดิมทีนั้นท่านมีชื่อว่า ชัยวงศ์ ต๊ะแหนม ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2456 ตรงกับวันอังคารที่ 22 เดือนเมษายน เป็นวันแรม 2 ค่ำซึ่งตรงกับปีฉลู บิดาของท่านชื่อว่าพ่อน้อย จันต๊ะ และมารดาของท่านชื่อว่าคุณแม่บัวแก้ว ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน ท่านเป็นลูกชายคนที่ 3 นอกจากนี้ท่านยังมีน้องต่างบิดาอีก 1 คน โดยปกติแล้วครอบครัวของหลวงปู่นั้นจะทำอาชีพเกษตรกร ฐานะทางบ้านเรียกได้ว่าค่อนข้างยากจน  แต่ครอบครัวของท่านก็มักจะชอบทำบุญสุนทานและมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนากันทั้งครอบครัว และถึงแม้ว่าครอบครัวของท่านจะลำบากยากจนหรือต้องดิ้นรนทำงานหนักเพียงใด พ่อและแม่ของท่านก็ไม่เคยขัดเรื่องทำบุญเลย  เมื่อหลวงปู่อายุได้ประมาณ 12 ปีหลวงปู่ก็เริ่มถือมังสวิรัติ และได้บวชเป็นสามเณรน้อย ซึ่งในครั้งนั้นพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือพระครูบาชัยลังกา  และหลวงปู่ชัยยะก็ได้รับฉายาทางธรรมในครั้งนั้นว่า […]

ประวัติความเป็นมาของ หลวงปู่คำแสน อินฺทจกฺโก วัดสวนดอก เจ้าของสมญานาม “รอยยิ้มแห่งพระอรหันต์” !

หลวงปู่คำแสน-อินฺทจกฺโก

ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทางภาคเหนือกันบ้าง ซึ่งเราจะพาคุณไปทราบถึง ประวัติความเป็นมาของ หลวงปู่คำแสน อินฺทจกฺโก วัดสวนดอก เจ้าของสมญานาม “รอยยิ้มแห่งพระอรหันต์” ! ซึ่งหลวงปู่คำแสนนั้นท่านเป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้อุทิศชีวิตให้กับพระพุทธศาสนาโดยก็ว่าได้  อีกทั้งยังมีความมั่นคงและตั้งมั่นต่อการดำรงตนในใต้ร่มพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด รวมถึงท่านยังถือสมถะและประพฤติปฏิบัติตนอย่างน่าเลื่อมใสศรัทธา และท่านเป็นท่านเป็นอีกหนึ่งพระที่ชาวจังหวัดเชียงใหม่ให้ความเคารพนับถืออย่างมาก ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไปทราบถึงประวัติความเป็นมาของท่าน ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจดังต่อไปนี้กันเลยดีกว่าค่ะ  ประวัติของ พระครูสุคันธศีล(หลวงปู่คำแสน อินฺทจกฺโก) วัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่  สำหรับพระครูสุคันธศีล หรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกท่านว่าหลวงปู่คำแสน  หรือในบางคนก็จะเรียกท่านในนามหลวงปู่ครูบาคำแสน เดิมทีนั้นท่านมีชื่อว่านายทิม รังษี หลวงปู่ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2431 ตรงกับปีชวดและเกิดในวันอาทิตย์ที่ 21 เดือนกุมภาพันธ์วันแรม 4 ค่ำเดือน 3 ท่านเป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่โดยกำเนิดซึ่งเกิดอยู่ที่อำเภอเมือง ณ ตําบลศรีภูมิ เป็นลูกของคุณพ่อแก้ว กับแม่คำป้อ รังษี  เมื่อหลวงปู่อายุได้ประมาณ 10 ปีคุณพ่อกับคุณแม่ของท่านก็นำท่านไปฝากไว้ที่วัด ซึ่งท่านได้ใช้ชีวิตเป็นเด็กวัดประมาณ 2 ปีเห็นจะได้ จากนั้นเมื่ออายุได้ประมาณ 12 ปีเต็มท่านกขอนุญาตพ่อแม่เพื่อบวชเป็นสามเณร ซึ่งท่านได้บวชอยู่ที่วัดป่าพร้าวใน ซึ่งเป็นวัดที่มีพระอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงจำพรรษาอยู่ซึ่งก็คือ พระอธิการขัติยะ  ชื่อเสียงของท่านค่อนข้างโด่งดังในเรื่องเวทมนต์คาถาอย่างมาก  อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญและชำนาญในเรื่องวิปัสสนากรรมฐานรวมถึงสมถกรรมฐานด้วยเช่นกัน  จึงทำให้หลวงปู่คำแสนได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนวิชากับท่าน  อีกทั้งหลวงปู่ท่านยังได้มีโอกาสร่ำเรียนทางด้านธรรมะกับครูบาอริยะ […]

ประวัติความเป็นมาของ หลวงปู่กาหลง เตชวัณโณ ( เขี้ยวแก้ว) วัดเขาแหลม เมืองสระแก้ว!

-หลวงปู่กาหลง-เตชวัณโณ

เชื่อกันว่าของดีที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีเคราเป็นสีทองแดง มีตับคนเหล็ก มีฟันขึ้นอยู่กลางเพดานปาก รวมถึงผู้มีเขี้ยวแก้วนั้น เชื่อกันว่าหากใครมีลักษณะเช่นนี้ในร่างกายจะเป็นผู้มีฤทธิ์มีพลังในตัวอย่างมาก ในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติความเป็นมาของ หลวงปู่กาหลง เตชวัณโณ ( เขี้ยวแก้ว) วัดเขาแหลม เมืองสระแก้ว! ซึ่งหลวงปู่กาหลงนั้นท่านเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีเขี้ยวแก้ว แต่จะจริงเท็จอย่างไรนั้น วันนี้เราจะพาคุณมาทราบถึงรายละเอียดที่น่าสนใจเหล่านี้ พร้อมกับประวัติความเป็นมาของท่านแบบคร่าวๆ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลารับไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้ค่ะ  ประวัติความเป็นมาของ หลวงปู่กาหลง เตชวัณโณ (เขี้ยวแก้ว)  วัดเขาแหลม เมืองสระแก้ว สำหรับหลวงปู่กาหลง เตชวัณโณ หรือที่ใครๆมักจะเรียกท่านว่าหลวงปู่กาหลงเขี้ยวแก้วนั้น ท่านเป็นชาวจังหวัดปทุมธานีโดยกำเนิด ซึ่งท่านเป็นชาวคลอง 7 วันเกิดในช่วงปีพ.ศ 2461 ตรงกับวันที่ 10 เดือนมกราคม มีพี่น้องร่วมบิดามาทั้งหมด 4 คน ซึ่งหลวงปู่กาหลงนั้นท่านเป็นลูกชายคนโตของบิดามารดบิดามารดา หลวงปู่ท่านเป็นเด็กที่มีจิตใจฝักใฝ่ในทางธรรมมาตั้งแต่อายุยังน้อย มักจะชอบทำบุญและชอบไหว้พระอยู่เสมอ และเมื่อใดก็ตามที่คุณพ่อและคุณแม่ของท่านชวนไปวัด ท่านก็มักจะไปด้วยอยู่เป็นประจำ ทั้งยังชอบนั่งสมาธิและภาวนาออยู่เสมอ  เมื่อหลวงปู่อายุได้ครบบวชถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2481 ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์อยู่ในจังหวัดปทุมธานีอำเภอคลอง 7 ที่วัดนาบุญ เมื่อได้บวชเป็นพระแล้วท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาวิชาทางด้านวิทยาคมและทางด้านต่างๆกับหลวงพ่อซึ้งและหลวงพ่อเนียม ซึ่งพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั้งสองท่านนี้คือพระอาจารย์ของหลวงปู่กาหลง รวมถึงทางด้านวิชาอาคมต่างๆด้วยเช่นกัน  ถัดมาไม่นานในช่วงปีพ.ศ 2505 หลวงปู่กาหลงก็ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดน้ำซับ […]