เปิดประวัติความเป็นมา “พระครูพิศิษฐ์อรรถการ (พ่อท่านคล้าย แห่ง วัดสวนขัน)” เทพเจ้าของชาวปักษ์ใต้! 

ประวัติพระ

หากมีใครถามว่าการขนานนานที่ว่า เทพเจ้าของคนใต้นั้นหมายถึงใคร แน่นอนว่าเรานักนิยมสะสมพระเครื่องชาวใต้ จะต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “พ่อท่านคล้าย  จันทสุวัณโณ” นั่นเอง ! และเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอนจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้เราจะพาคุณไป เปิดประวัติความเป็นมา “พระครูพิศิษฐ์อรรถการ (พ่อท่านคล้าย แห่ง วัดสวนขัน)” เทพเจ้าของชาวใต้!  ซึ่งเราจะมาบอกถึงประวัติความเป็นมาของท่านให้คุณได้ทราบโดยละเอียดเพราะเราเชื่อว่าถึงแม้ท่านจะมีชื่อเสียงโด่งดังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนทราบถึงที่มาหรือรู้จักประวัติส่วนตัวของท่าน ดังนั้นหากคุณอยากทราบว่าเรื่องราวความเป็นมาในครั้งนี้จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างต้องอย่ารอช้าเราไปชมสิ่งที่น่าสนใจพร้อมๆกันได้เลยดังต่อไปนี้ ประวัติของพ่อท่านคล้าย จันทสุวรรณโน สำหรับพระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือที่ใครมักจะรู้จักกันดีในนามพ่อท่านคล้าย จนฺทสุวณฺโณ ฉันเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2417 ในวันที่ 27 มีนาคมซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำปีชวดเป็นวันอังคาร ท่านเป็นชาวตำบลช้างกลาง บ้านโคกทือ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช บิดาของท่านชื่อว่านายอินทร์ สีนิล และมารดาของด้านชื่อว่านางเหนียว สีนิล และถ้ายังไงพี่สาวหนึ่งคนซึ่งมีนามว่านางเพ็ง  เมื่อครั้งที่ท่านยังเด็กท่านได้มีโอกาสร่ำเรียนหนังสือทั้งภาษาไทยและร่ำเรียนเกี่ยวกับอักขระขอมตั้งแต่มีอายุได้ 10 ปี และท่านได้ร่ำเรียนวิชาคณิตศาสตร์กับอาจารย์ขำ ซึ่งเป็นอดีตจะเอาวาดวัดจันดี หรือในปัจจุบันเรียกกันว่าวัดทุ่งบอน และอาจารย์ขำท่านนี้ก็ได้ตั้งสำนักเพื่อทำการสอนหนังสือให้กับเด็กๆในยุคนั้น  เมื่อพ่อท่านคล้ายอายุได้ประมาณ 14 – 15 ปี ระหว่างที่ท่านกำลังเดินทางไปหาพี่สาวที่จังหวัดกระบี่ ท่านได้ประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ และอีกส่วนนึงท่านก็ได้รับอุบัติเหตุจากการที่ถูกต้นไม้หล่นลงมาทับจนถึงขั้นกระดูกแตกบริเวณหลังเท้าทำให้ต่อมาต้องทำการตัดปลายเท้าจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การเดินเหินนั้นไม่ค่อยสะดวกมากนัก จึงทำให้ท่านนำไม้ไผ่มาสวมที่บริเวณเท้าเพื่อทำให้การเดินสะดวกมากขึ้น  หลังจากที่ท่านได้กลับมาอาศัยอยู่กลับคุณลุงและคุณป้าของท่านณอำเภอฉวาง บ้านทุ่งพลี […]

ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อทรัพย์ ธัมมโสภโณ แห่งวัดอินทราราม เมืองชัยนาท  !

หลวงพ่อทรัพย์-ธัมมโสภโณ-แห่งวัดอินทราราม-เมืองชัยนาท

หากมีใครทำถึงพระเกจิอาจารย์ที่ค่อนข้างขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในเรื่องของ การสร้างวัตถุมงคลที่มีพุทธคุณมันเป็นเลิศทางด้านโชคลาภแห่งเมืองชัยนาทคงจะต้องมีคนเอ่ยถึงชื่อของหลวงพ่อทรัพย์ ธัมมโสภโณกันขึ้นมาอย่างแน่นอน ในครั้งนี้เราจะพาคุณมามาทราบถึง ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อทรัพย์ ธัมมโสภโณ แห่งวัดอินทราราม เมืองชัยนาท  ! เพื่อจะมาบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของท่านให้คนรุ่นหลังอย่างเราๆได้ทราบกัน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจดังต่อไปนี้กันเลย   ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อทรัพย์ ธัมมโสภโณ  แห่งวัดอินทราราม เมืองชัยนาท  สำหรับหลวงพ่อทรัพย์นั้นเดิมทีท่านมีชื่อว่านายทรัพย์ ขำสุข  ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2430 ตรงกับวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม  เป็นวันพฤหัสบดีและตรงกับปีกุน  ท่านเป็นชาวบ้านโรงปลาซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอทรัพยากรจังหวัดชัยนาทอยู่ที่ตำบลบางหลวง  และแน่นอนว่าท่านเป็นชาวจังหวัดชัยนาทโดยกำเนิด ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 11 คนและท่านเป็นบุตรชายคนที่ 6 ของบิดามารดา  เมื่อหลวงพ่อทรัพย์ท่านยังเป็นเด็กอยู่นั้นขณะที่ท่านมีอายุได้ประมาณ 10 ขวบ คุณพ่อและคุณแม่ของท่านก็ได้พาท่านไปฝากไว้กับหลวงพ่ออ่ำแห่งวัดอินทาราม และให้อยู่กับหลวงพ่ออ่ำที่นั่นเพื่อจะได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็ก และท่านก็เป็นเด็กที่มีความจำอันเป็นเลิศอันจึงทำให้ท่านเรียนหนังสือได้ดี สามารถอ่านเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว  หลังจากที่ท่านศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดอินทารามได้เป็นระยะเวลา 3 ปีท่านก็สามารถเขียนหนังสือได้ทั้งภาษาขอมและหนังสือภาษาไทยเรียกได้ว่ามีความสามารถไม่น้อยตั้งแต่ยังมีอายุน้อยกันเลยทีเดียว  หลังจากที่ท่านศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดอินทารามได้เป็นระยะเวลา 3 ปีท่านก็สามารถเขียนหนังสือได้ทั้งภาษาขอมและหนังสือภาษาไทยเรียกได้ว่ามีความสามารถไม่น้อยตั้งแต่ยังมีอายุน้อยกันเลยทีเดียว ซึ่งเรียกได้ว่าหลวงพ่อท่านเก่งกว่าเด็กรุ่นเดียวกันมาก  ในเวลาต่อมาหลวงพ่ออยู่ท่านก็ได้ย้ายไปจากวัดอินทาราม เพื่อไปเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดดักคะนนท์ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมืองของจังหวัดชัยนาท ด้วยเหตุนี้หลวงพ่อทรัพย์ท่านก็ตัดสินใจย้ายวัดเพื่อตามไปอยู่กับหลวงพ่ออยู่  และได้บวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดดักคะนน  หลังจากที่อยู่วัดแห่งนี้ได้ในระยะหนึ่งแล้วหลวงพ่ออยู่ท่านก็ได้นำท่านไปฝากเรียนภาษาบาลีอีกอยู่ที่สำนักในจังหวัดอุทัยธานีซึ่งเป็นสำนักของ “พระสุนทรมุนี” (ใจ)แห่งวัดทุ่งแก้ว  ไม่ได้อยู่ที่สำนักนี้ท่านก็ได้มีโอกาสฝึกหัดในเรื่องของการเป็นนักเทศน์เพื่อเจริญรอยตามพระสุนทรมุนีรวมทั้งได้มีโอกาสเรียนนักธรรมและเรียนภาษาบาลีด้วยพร้อมๆกัน นักเทศน์ที่นี่จะมีชื่อเสียงอย่างมากในสมัยนั้น จึงทำให้ใครๆก็อยากมาเรียน  […]

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงพ่อชื้น อริยธัมโม”  ผู้ได้รับสมญานามว่าเป็นเทพเจ้าแห่งเขาพลอง เมืองชัยนาท !  

หลวงพ่อชื้น-อริยธัมโม

มาทางฝั่งจังหวัดชัยนาทกันบ้างไหมครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ  ประวัติความเป็นมาของ “หลวงพ่อชื้น อริยธัมโม”  ผู้ได้รับสมญานามว่าเป็นเทพเจ้าแห่งเขาพลอง เมืองชัยนาท ! ซึ่งหลวงพ่อชื้นนั้นท่านเป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้มีอภิญญาแก่กล้า และเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากของชาวจังหวัดชัยนาท  ใครเป็นพระยุคเก่าที่ได้สร้างชื่อเสียงเอาไว้อย่างมากมาย แล้วถึงแม้ว่าท่านจะได้มรณภาพและละสังขารไปเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วก็ตามแต่เราเชื่อว่าลูกศิษย์ลูกหารวมถึงญาติโยมที่เคารพศรัทธาก็ยังคงระลึกถึงท่านอย่างไม่เสื่อมคลายเช่น  และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้กันเลยดีกว่า    ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อชื้น อริยธัมโม  แห่งวัดเขาพลองจังหวัดชัยนาท  สำหรับหลวงพ่อชื้น อริยธัมโมที่เรารู้จักนั้นท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าเนื่องจากท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2437 วันเกิดของท่านตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 16 เดือนกันยายนเดิมทีนั้นท่านเป็นชาวจังหวัดชัยนาทบ้านเกิดของท่านอยู่ที่ตำบลท่าชัย และท่านเกิดอยู่ที่บ้านวัดงิ้ว คุณพ่อของท่านชื่อว่าในแส ธรรมชัย ส่วนคุณแม่ของท่านชื่อว่านางจันทร์ ธรรมชัย ท่านเป็นลูกชายคนโตของบิดามารดาและมีพี่น้องรวมสายเลือดทั้งหมด 5 คน (รวมตัวท่านด้วย)  ท่านมีน้องอีก 4 คน ซึ่งเป็นผู้ชาย 2 คนและเป็นผู้หญิง 2 คนชื่อว่าในเหว่ากับนายพร้อม และนางถมกับนางปุย   ในสมัยที่ท่านยังเป็นเด็กนั้นท่านได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนในบ้านเกิดของท่านซึ่งมีชื่อว่าโรงเรียนวัดงิ้ว ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมืองของจังหวัดชัยนาทในตำบลท่าชัย  งั้นก็ไม่ได้มีโอกาสเรียนต่อ เนื่องจากต้องออกมาช่วยคุณพ่อและคุณแม่ประกอบอาชีพดูแลครอบครัว   ออกมาเมื่ออายุได้ประมาณ 18 ปี ท่านก็ได้เข้ารับราชการเป็นทหารบก อยู่ที่มณฑลทหารบกที่ 4 เป็นตั้งอยู่ในจังหวัดชัยนาท ในยุคสมัยนั้น  ไม่ได้เป็นทหารอยู่ในระยะเวลาหนึ่งก็ได้รับยศให้เลื่อนขั้นเป็นสิบตรี ลำดับถัดมาคือสิบโทและสิบเอก […]

ประวัติความเป็นมาของพระราชธรรมวิจารณ์ ( หลวงปู่ธูป เขมสิริ) วัดแคนางเลิ้ง ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ! 

หลวงปู่ธูป-เขมสิริ

อีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้โด่งดังอย่างมากในจังหวัดกรุงเทพมหานครแห่งยุคหลังปีพ.ศ 2500 ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคม แห่งวัดแคนางเลิ้ง ในครั้งนี้จะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาของพระราชธรรมวิจารณ์ ( หลวงปู่ธูป เขมสิริ) วัดแคนางเลิ้ง ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ! ที่พวกเราทีมงานได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของท่าน มาไว้ที่นี่เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบในเรื่องราวของพระได้ทราบไปพร้อมๆกับเราดังนั้นก็ไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้กันเลยค่ะ  ประวัติความเป็นมาของ พระราชธรรมวิจารณ์ ( หลวงปู่ธูป เขมสิริ)  วัดแคนางเลิ้ง  สำหรับพระราชธรรมวิจารณ์หรือที่เรามักจะรู้จักกันดีในนาม หลวงปู่ธูป เขมสิริท่านเป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ที่เกิดในช่วงปีพ.ศ 2441 ในวันที่ 11 เดือนเมษายนท่านเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเกิดที่ตำบลบางหลวงเอียงซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอบางบาลโดยโยมบิดาของท่านนั้นมีชื่อว่านายเดชและคุณแม่ของท่านมีชื่อว่านางผ่อง หลวงปู่ท่านเสียคุณพ่อไปตั้งแต่อายุได้เพียงขวบเศษเท่านั้น และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ญาติผู้ใหญ่เมตตาเอ็นดูเอ็นดู ท่านจึงได้ไปอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ในจังหวัดกรุงเทพฯ   ญาติผู้ใหญ่ที่หมายถึงนี้ก็คือท่านผู้หญิงแปลกกับเจ้าพระยาราชศุภมิตร ในระหว่างที่หลวงปู่ธูปท่านจะไปอยู่ที่จังหวัดกรุงเทพฯท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดใกล้บ้านซึ่งการที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนในครั้งนั้นก็คือเรียนทางด้านภาษาบาลี หนังสือขอมและอักษรไทย  เข้าพิธีอุปสมบท  ถัดมาจนถึงปีพ.ศ 2463 ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทอยู่ที่วัดแคนางเลิ้งหรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่าวัดสุนทรธรรมทาน ซึ่งพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือ ท่านเจ้าคุณธรรมวโรดม (จ่าย) ซึ่งเป็นสายเจ้าอาวาสแห่งวัดเบญจมบพิตร และพระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้กับท่านก็คือพระอริยมุณี (หว่าง) ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดเทวราชกุญชร และสำหรับพระผู้เป็นพระอนุสาวนาจาจารย์ให้กับท่านก็คือพระครูพุทธบาล(เนตร) ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดสุนทรธรรมทาน สำหรับฉายาทางธรรมของหลวงปู่ธูปก็คือ “เขมสิริ”   หลังจากที่บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วหลวงพ่อท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาทางด้านพระธรรม รวมถึงได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งพระผู้เป็นพระอาจารย์ของท่านก็คือพระครูพุทธบาท นอกจากนี้ท่านก็ยังได้มีโอกาสเดินทางกลับมายังบ้านเกิดของท่านเพื่อมาเยี่ยมบ้านเดิม เลขนี้ท่านจึงได้มีโอกาสจำพรรษาอยู่ที่วัดบางนมโค ทำให้ท่านได้เรียนวิปัสสนากรรมฐานเพิ่มเติมและพุทธาคม […]

ประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์แห่งลำน้ำกรม “หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม” วัดซับตะเคียน ! 

หลวงปู่ขุ้ย-ฐิตธัมโม

แน่นอนว่าหากเอ่ยถามถึงพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงแห่งเมืองเพชรบูรณ์นั้นใครหลายๆคนน่าจะนึกถึงชื่อของหลวงพ่อทบ ชนแดนมาขึ้นเป็นอันดับแรกๆ แต่ในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์แห่งลำน้ำกรม“หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม” วัดซับตะเคียน !  ผู้ซึ่งของศิษย์เอกสายตรงและผู้สืบทอดวิทยาคมของจากหลวงพ่อทบกันในครั้งนี้ และแน่นอนว่าเรากำลังจะพาคุณไปทราบถึงความเป็นมาและประวัติที่น่าสนใจของท่านไปพร้อมๆกันดังต่อไปนี้  ประวัติความเป็นมาของ หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม  แห่งวัดซับตะเคียน จังหวัดเพชรบูรณ์  สำหรับประวัติความเป็นมาของพระอธิการวิชัยรัตน์ หรือที่เรารู้จักกันดีในนามหลวงปู่ขุ้ย  ฐิตธัมโม นั้น เดิมท่านมีชื่อว่าวิชัยรัตน์หรือนาย ขุ้ย ท่อนทอง ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2464 ซึ่งตรงกับวันที่ 20 เดือนพฤษภาคมท่านเป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์โดยกำเนิด ซึ่งท่านเกิดอยู่ที่ตำบลท่าอิบุญ ซึ่งอยู่ในอำเภอหล่มสัก  คุณพ่อของท่านมีชื่อว่าพ่อทองดี ท่อนทอง  และคุณแม่ของท่านชื่อว่าคุณแม่ทองสุข ท่อนทอง    ครั้งที่หลวงปู่ขุ้ย ท่านยังเป็นเด็กนั้น  ท่านมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในจังหวัดบ้านเกิด จากนั้นเมื่ออายุได้ประมาณ 12 ปีคุณพ่อของท่านก็เสียชีวิตลง ท่านจึงได้บวชหน้าไฟให้กับคุณพ่อของท่าน พิมพ์ตรงกับช่วงปีพ.ศ 2476 หลังจากที่ได้บวชเป็นสามเณรจากการบวชหน้าไฟให้กับคุณพ่อของตนแล้วท่านเกิดความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างมาก และถึงแม้ว่าจะเสร็จสิ้นพิธีงานศพของบิดาแล้ว หลวงปู่ท่านก็ไม่ยอมลาสิกขาและยังบวชต่อไป จากนั้นก็ขออนุญาตคุณแม่ของท่านบวชเรียนต่อไป     ในช่วงเวลาต่อมาชื่อเสียงของหลวงพ่อทบ แห่งวัดพระพุทธบาทชนแดน นั้นค่อนข้างเรื่องลือไปไกล ชาวบ้านและญาติโยมต่างๆก็ให้ความเคารพศรัทธา หลวงพ่อทบกันเป็นอย่างมากด้วยการประพฤติดีรับผิดชอบและการปฏิบัติที่เคร่งครัดของท่านจึงทำให้ญาติโยมเลื่อมใส ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหลวงปู่ขุ้ย ที่ได้ล่วงรู้ถึงกิตติศักดิ์ของหลวงพ่อทบท่าน จึงเป็นเหตุที่ทำให้ท่านไปขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ […]

ประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์ที่ชาวเมืองพิจิตรเคารพศรัทธา “หลวงพ่อเขียน ธัมมรักขิโต” ! 

พระเกจิอาจารย์ที่ชาวเมืองพิจิตร

หากมีใครถามถึงพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าชื่อดังพระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเมืองจังหวัดพิจิตร เห็นทีคงต้องมีผู้คนที่นึกถึงหลวงพ่อเขียน ธัมมรักขิโต ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆอย่างแน่นอน และในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ ประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์ที่ชาวเมืองพิจิตรเคารพศรัทธา “หลวงพ่อเขียน ธัมมรักขิโต” ! ซึ่งจะพาคุณมาทราบถึงประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของท่าน ไปพร้อมๆกับรายละเอียดอื่นๆที่น่าสนใจในครั้งนี้ ด้วยเช่นกันและเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปอ่านรายละเอียดพร้อมๆกันเลยดีกว่า  ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อเขียน ธัมมรักขิโต สำหรับพระเกจิอาจารย์ผู้มีนามว่า หลวงพ่อเขียน ธัมมรักขิโต นั้น เดิมที่ท่านมีชื่อว่านายเสถียร ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2399 ตรงกับวันเสาร์เดือน 4 เป็นปีขาล ท่านเป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์เกิดที่บ้านตลิ่งชัน ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลชอนไพรของอำเภอเมือง คุณพ่อของท่านมีชื่อว่าในทองและคุณแม่ของท่านชื่อว่านางปลิด ท่านมีพี่น้องทั้งหมด 5 คนซึ่งท่านเป็นบุตรคนที่ 3 ของบิดามารดา   ในช่วงที่ท่านยังเป็นเด็กอยู่นั้นเรียกได้ว่าเป็นเด็กที่ค่อนข้างมีความฉลาดอย่างมากมีความจำเป็นเลิศ เมื่อมีอายุได้ประมาณ 12 ปีก็เกิดมีความคิดอยากบวชเป็นสามเณร เนื่องจากศรัทธาภายในที่มีเป็นเดิมอยู่แล้ว สิ่งใดขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่เพื่อที่จะเข้าพิธีบวชเป็นสามเณรและคุณพ่อกับคุณแม่ของท่านก็อนุญาตจึงบวชในช่วงปีพ.ศ 2411 การบวชของท่านบวชที่วัดทุ่งเรไร  และหลังจากบวชท่านก็ได้มีโอกาสร่ำเรียนทางด้านอักษรกับท่านสมภาร เรียนจนสามารถอ่านออกและเขียนได้มีความชำนาญทางด้านภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาขอมหรือภาษาไทยท่านก็สามารถอ่านเขียนได้หมดนอกจากนี้ท่านยังมีความขยันในการอ่านอย่างมาก จากที่เคยชื่อว่าเสถียร ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นเขียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  เข้าพิธีอุปสมบท  หลวงพ่อเขียนนั้นทานข้าวพิธีอุปสมบทเพื่อบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์เมื่ออายุได้ประมาณ  20 ปีบริบูรณ์ซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ 2420  ท่านบวชอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์บวชอยู่ที่วัดภูเขาดินตึงตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆกับแม่น้ำป่าสัก   โดยพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านในครั้งนั้นก็คือพระอาจารย์ประดิษฐ์ และถ้าผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้กับท่านก็คือพระอาจารย์สอนและพระอาจารย์ทอง ซึ่งฉายาทางธรรมที่ท่านได้รับก็คือ […]

รวมวัตถุมงคลของ หลวงพ่อปา วัดโบสถ์ อ.สรรคบุรี แห่ง เมืองชัยนาท พระอาจารย์ของหลวงพ่อกวย ! 

พระอาจารย์ของหลวงพ่อกวย

หากเอ่ยถึงหลวงพ่อกวย เชื่อว่าเหล่าบรรดาเซียนพระทั้งหลายคนไม่มีใครไม่รู้จักท่านอย่างแน่นอน แต่ในครั้งนี้เราไม่ได้จะมาบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของท่าน เพราะเราได้เคยเล่าให้ฟังกันไปบ้างแล้วในครั้งก่อนๆ แต่เราจะมาพูดถึงหัวข้อ รวมวัตถุมงคลของ หลวงพ่อปา วัดโบสถ์ อ.สรรคบุรี แห่ง เมืองชัยนาท พระอาจารย์ของหลวงพ่อกวย !  ซึ่งแน่นอนว่าเราจะพาท่านไปรู้จักกับวัตถุมงคลของหลวงพ่อปา แห่งวัดโบสถ์ ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อกวยให้คุณได้ทราบกัน ณ ที่นี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจกันดังต่อไปนี้ได้เลยค่ะ ประวัติความเป็นมาหลวงพ่อปา วัดโบสถ์ อ.สรรคบุรี แ เมืองชัยนาท ภาพหลวงพ่อหา วัดโบสถ์ สำหรับหลวงพ่อปา แห่งวัดโบสถ์เมืองชัยนาทนั้นเดิมทีท่านเป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรีที่เกิดในอำเภอเดิมบางท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2388 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มกราคมในปีนั้น ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในยุคเดียวกันกับหลวงปู่ศุข แห่งวัดคลองมะขามเฒ่า ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อกวย  ชุตินฺธโร วัดโฆสิตาราม ซึ่งในขณะเดียวกันในช่วงที่หลวงพ่อกลัวยท่านเข้าพิธีอุปสมบท หลวงพ่อปา ท่านก็เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้หลวงพ่อกวย  นอกจากนี้หลวงพ่อท่านยังเป็นพระสหทำมิกซ์กับหลวงปู่ศุขที่ถึงแม้ว่าหลวงปู่ศุข ท่านจะมีความอาวุโสมากกว่าประมาณสองปีก็ตาม อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่าหลวงพ่อปานั้นท่านเป็นผู้แก่กล้าในด้านวิชาอาคม และมีความสามารถไม่เป็นรองหลวงปู่ศุขด้วยเช่นกัน ท่านมีความรู้และมีพุทธาคมอย่างมากมีความเชี่ยวชาญทางศาสตร์เฉพาะที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนมา และแน่นอนว่าในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้ไม่น้อยเช่นกัน และแต่ละชิ้นที่เป็นวัตถุมงคลของท่านนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีผู้ถามถึงอยู่เสมอมา  ภาพหลวงพ่อกวย  ท่านได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้ตั้งแต่ในช่วงประมาณปีพ.ศ. 2458  ทั้งยังเป็นพระผู้ปฏิบัติและมีจริยวัฒน์อันงดงามวางตนอย่างเหมาะสม และท่านก็ได้เคยเป็นอดีตเจ้าอาวาสแห่งวัดโบสถ์จังหวัดชัยนาท ซึ่งท่านปกครองวัดแห่งนี้ตั้งแต่ในช่วงปีพ.ศ. 2440 […]

ประวัติความเป็นมาหลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์  พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าแห่งพระนครศรีอยุธยา!

หลวงปู่ปั้น-วัดพิกุลโสคันธ์

หากมีใครถามว่าพระผู้เป็นปรมาจารย์องค์สำคัญที่มาคู่กับหลวงพ่อสุดแห่งวัดบางปลาหมอนั่นคือใคร  ซึ่งแน่นอนว่าเซียนพระหลายท่านคงจะต้องขอยกมือตอบว่า หลวงปู่ปั้นแห่งวัดพิกุลโสคันธ์กันอย่างแน่นอน  และในวันนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาหลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์  พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าแห่งพระนครศรีอยุธยา! ที่จะมาบอกบอกถึงประวัติความเป็นมาของท่านให้เหล่าบรรดาแฟนๆชาวส่องพระให้ได้ทราบกันในวันนี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้ค่ะ   ประวัติความเป็นมาของ  หลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์   ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดพระเกจิอาจารย์ที่เป็นปรมาจารย์องค์สำคัญแห่งเมืองพระนครศรีอยุธยาไม่น้อย ท่านเป็นพระยุคเก่าที่มาคู่กับหลวงพ่อสุนทรวัดบางปลาหมอ  เป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาและให้ความเคารพอย่างสูงอีก 1 ท่าน  ซึ่งหลวงพ่อจงแห่งวัดหน้าต่างนอกก็ให้ความเคารพนับถือท่านอย่างมาก รวมไปถึงหลวงพ่อสังข์ แห่ง วัดน้ำเต้า หลวงพ่อห่วง แห่ง วัดบางยี่โท ก็ให้ความเคารพนับถือหลวงปู่ปั้นเป็นครูบาอาจารย์ และที่สำคัญคือหลวงปู่ปั้นนั้นท่านเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อปานแห่งวัดบางนมโค นอกจากนี้พระผู้เป็นพระสหายธรรมิกของท่านก็คือหลวงพ่อเนียม แห่งวัดน้อย , หลวงปู่เอี่ยมแห่งวัดโคกทอง   สำหรับเรื่องราวของหลวงปู่ปั้นนั้นเนื่องจากท่านเป็นพระยุคเก่า จึงทำให้ข้อมูลที่จะนำเรื่องราวเกี่ยวกับท่านมาเล่าให้คุณได้ทราบในวันนี้จึงเป็นในรูปแบบที่พอจะหาได้มาฝาก หลวงปู่ปั้นนั้นท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2376 จึงตรงกับปีมะเมียแต่สำหรับวันที่ท่านเกิดนั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดเนื่องจากไม่มีหลักฐานปรากฏ และมรณภาพในช่วงปีพ.ศ 2456 ซึ่งรวมศิริอายุของท่านในวันมรณภาพได้ 80 ปี ซึ่งปีที่ท่านมรณภาพลงนั้นตรงกับปีฉลู จากข้อมูลที่ได้มีการระบุเอาไว้นั้นได้เคยมีคนถามหลวงปู่ทิมว่า หลวงปู่ทิมท่านได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ปั้นแห่งวัดพิกุลโสคันธ์หรือไม่ และคำตอบที่ได้ก็คือ ในปีที่หลวงปู่ทิมท่านเกิดเป็นปีที่ตรงกับปีที่หลวงปู่ปั้นท่านได้มรณภาพลง และนั่นก็เป็นหลักฐานที่ตรงกันว่าหลวงปู่ทิมท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2456  โดยอุปนิสัยส่วนตัวของหลวงปู่ปั้นนั้นหลวงปู่ท่านเป็นผู้ที่มีความเคารพและศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก ท่านเป็นพระผู้มีจิตใจเมตตาและหมั่นปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังดำรงตนวางตนอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ท่านยังมีความเมตตาต่อสัตว์และผู้ที่มาขอความช่วยเหลืออยู่เสมอ ทำให้ผู้คนเคารพศรัทธาอย่างมาก  นอกจากนี้ท่านยังมีความเก่งกล้าทางด้านพุทธาคม พระผู้มีญาณอภิญญาและ ท่านมีชื่อเสียงอย่างมากทำด้านกรรมฐาน  […]

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่บุดดา ถาวโร”สุดยอดพระเถราจารย์ชื่อดังแห่งอำเภอบางระจัน ! 

หลวงปู่บุดดา-ถาวโรสุด

หากมีใครถามถึงพระเถระชื่อดังในยุคเก่าแห่งเมืองบางระจัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนปี พ.ศ 2500 แล้วล่ะก็ เชื่อว่าเซียนพระและคนรักพระหลายๆคนคงต้องยกมือตอบกันโดยเร็วว่า “หลวงปู่บุดดา ถาวโร” อย่างแน่นอน และในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่บุดดา ถาวโร สุดยอดพระเถราจารย์ชื่อดังแห่งอำเภอบางระจัน ! ที่จะมาบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของท่านให้เหล่าบรรดาแฟนๆที่ชื่นชอบพระเครื่องได้ทราบกันในที่นี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปรู้จักกับเรื่องราวของหลวงปู่ไปพร้อมๆเลยดีกว่า ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่บุดดา ถาวโร”   หลวงปู่บุดดาถาวโรนั้นท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2437 ในวันที่ห้าเดือนมกราคม ซึ่งตรงกับวันเสาร์ขึ้น 10 ค่ำเดือนยี่และตรงกับปีมะเมีย ท่านเกิดที่จังหวัดลพบุรีเกิดอยู่ที่อำเภอโคกสำโรงนะตำบลพุคา และชื่อเดิมของท่านก็มีชื่อว่าบุดดา ครั้งหนึ่งท่านใดเคยนั่งรถไฟและผ่านยังตำบลบ้านเกิดของท่าน ซึ่งท่านได้ชี้ออกไปนอกบริเวณรถไฟและบอกว่าบ้านเกิดของท่านอยู่บริเวณ เหนือสถานีโคกกะเทียมไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีระยะห่างออกไปจากทางรถไฟประมาณ 2 กิโลเมตรซึ่งไปยังทางทิศตะวันตก ซึ่งคนในสมัยก่อนจะเรียกหมู่บ้านนี้กันว่าหมู่บ้านหนองเต่า  หลวงปู่เป็นลูกชายของพ่อน้อย มงคลทองกับคุณแม่อึ่ง มงคลทอง ซื่อหลวงปู่ท่านมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมดเจ็ดคนรวมตัวท่าน  ตั้งแต่ในช่วงที่หลวงปู่ท่านมีอายุได้ประมาณห้าขวบ ท่านใดเคยขออนุญาตคุณพ่อและคุณแม่ของท่านเพื่อบวชเป็นเณรแต่คุณพ่อคุณแม่ของท่านก็ไม่ได้อนุญาตเนื่องจากยังเล็กนัก ครอบครัวของหลวงปู่นั้นมีอาชีพเป็นชาวนาและเกษตรกรโดยคุณพ่อคุณแม่ของท่านจะทำนาหาเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในสมัยก่อนนั้นไม่ค่อยมีโรงเรียนให้ผู้คนได้ศึกษาเล่าเรียนนัก ถึงมีก็อยู่ค่อนข้างไกลจากหมู่บ้านที่หลวงปู่ท่านอาศัยอยู่ และด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้เล่าเรียนหนังสือ  รับราชการทหาร ในช่วงปีพ.ศ. 2458 นั้นหลวงปู่ท่านได้เข้ารับราชการทหารเป็นเวลาประมาณสองปี ซึ่งมีหลักฐานในการเป็นทหารที่ปรากฏพบบนบริเวณท้องแขนทางด้านขวาซึ่งได้ระบุเอาไว้เป็นตัวอักษรว่า  ๒๔๕๘ ท.บ.๓ ล.๑๐ซึ่งในช่วงยุคที่หลวงปู่ท่านเป็นทหารนั้นสำหรับผู้ชายที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์หากจับได้ใบดำก็จะไม่ได้เป็นทหารในปีนั้นแต่จำเป็นจะต้องถูกเกณฑ์ทหารไปจนกว่าอายุจะถึง 30 […]

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน !

หลวงปู่ชัยยะ-วงศาพัฒนา

มายังจังหวัดลำพูนกันบ้างในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน ! ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากของผู้คนชาวอำเภอลี้ในจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นนักบุญของชาวเขาชาวกะเหรี่ยงเลยก็ว่าได้ แม้ท่านจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศแต่ท่านก็ถือเป็นอีกหนึ่งพระผู้เปรียบไปด้วยเมตตาธรรม และประพฤติปฏิบัติดีอันน่าเป็นแบบอย่างให้กับพุทธศาสนิกชนอย่างมาก และพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจในครั้งนี้กันเลย   ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา”  แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน ! สำหรับพระครูพัฒนกิจจานุรักษ์ หรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกท่านว่าหลวงปู่ชัยยะ เดิมทีนั้นท่านมีชื่อว่า ชัยวงศ์ ต๊ะแหนม ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2456 ตรงกับวันอังคารที่ 22 เดือนเมษายน เป็นวันแรม 2 ค่ำซึ่งตรงกับปีฉลู บิดาของท่านชื่อว่าพ่อน้อย จันต๊ะ และมารดาของท่านชื่อว่าคุณแม่บัวแก้ว ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน ท่านเป็นลูกชายคนที่ 3 นอกจากนี้ท่านยังมีน้องต่างบิดาอีก 1 คน โดยปกติแล้วครอบครัวของหลวงปู่นั้นจะทำอาชีพเกษตรกร ฐานะทางบ้านเรียกได้ว่าค่อนข้างยากจน  แต่ครอบครัวของท่านก็มักจะชอบทำบุญสุนทานและมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนากันทั้งครอบครัว และถึงแม้ว่าครอบครัวของท่านจะลำบากยากจนหรือต้องดิ้นรนทำงานหนักเพียงใด พ่อและแม่ของท่านก็ไม่เคยขัดเรื่องทำบุญเลย  เมื่อหลวงปู่อายุได้ประมาณ 12 ปีหลวงปู่ก็เริ่มถือมังสวิรัติ และได้บวชเป็นสามเณรน้อย ซึ่งในครั้งนั้นพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือพระครูบาชัยลังกา  และหลวงปู่ชัยยะก็ได้รับฉายาทางธรรมในครั้งนั้นว่า […]