ที่มาสุดขลัง “พระนางพญา กรุวัดดาวเสด็จ จังหวัดสระบุรี” พระเครื่องล้ำค่าที่ใครๆก็ตามหา !

ประวัติพระ

สำหรับใครที่ชื่นชอบพระกรุเป็นเดิมอยู่แล้วต้องไม่ควรพลาดเพราะในครั้งนี้เราจะพาคุณนายแผนที่จังหวัดสระบุรีและมารู้จักกับกรุวัดดาวเสด็จ ทั้งยังจะพาคุณมาทราบถึง ที่มาสุดขลัง “พระนางพญา กรุวัดดาวเสด็จ จังหวัดสระบุรี” พระเครื่องล้ำค่าที่ใครๆก็ตามหา !  เพราะเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามีกรุมากมายในประเทศไทยที่มีความเก่าแก่ ก่อนหน้านี้พวกเราทีมงานส่องพระก็ได้พูดถึงจังหวัดอื่นๆกันไปมากมายแล้ว แต่ในครั้งนี้เราจะพาคุณไปยังกรุในจังหวัดสระบุรีกันบ้าง หากอยากทราบกันแล้วว่าเรื่องราวในวันนี้จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างนั้นต้องอย่ารอช้าเข้ามาชมรายละเอียดไปพร้อมกันได้เลยดังต่อไปนี้  ก่อนอื่นต้องขออนุญาตย้อนไปถึงประวัติความเป็นมาของวัดเก่าแก่ที่มีชื่อว่าวัดดาวเสด็จกันเสียก่อน  เนื่องจากวัดแห่งนี้ค่อนข้างมีความเก่าแก่ และมีมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา และเป็นอีกวัดหนึ่งที่มีความรุ่งเรืองมากในยุคนั้น เดิมทีได้มีตำแหน่งที่ตั้งตรงข้ามแม่น้ำป่าสัก จากนั้นในช่วงปี 2370 ได้มีการสร้างใหม่และมีตำแหน่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตหมู่บ้านดาวเรือง ที่ราบริมฝั่งแม่น้ำป่าสักเช่นกัน ณ จังหวัดสระบุรีในปัจจุบัน จึงได้มีการตั้งชื่อขึ้นมาใหม่ว่าวัดดาวเรือง  และในปัจจุบันผู้คนสมัยใหม่ก็จะรู้จักกันดีในชื่อว่าวัดดาวเรือง ซึ่งนำโดยเจ้าอาวาสของวัดในช่วงนั้น ซึ่งก็คือหลวงพ่อแหย่ง   หากมีใครถามถึงในเรื่องของพระกรุพระเครื่องที่มีความเก่าแก่วัดดาวเรืองหรือวัดดาวเสด็จนี้ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งวัดที่ค่อนข้างขุดพบพระเครื่องโบราณมากมายเช่นกัน เมื่อครั้งแต่กรุวัดแห่งนี้ได้มีการค้นพบกับพระเครื่องหลากหลายพิมพ์ และมีความโบราณมากอย่าง พระซุ้มกระรอก , พระกำแพงหน้าอิฐ ,พระนาคปรก ,พระปรกโพธิ์ เพียงเอ่ยชื่อก็นับว่าขนรุกกันไปอย่างมากมายแล้ว เนื่องจากพระแต่ละองค์ที่ได้กล่าวมานี้ล้วนแล้วแต่นับว่าเป็นพระในตำนานเลยก็ว่าได้ เป็นพระที่ใครหลายคนใฝ่ฝันและหายากมากในปัจจุบันจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าในแต่ละพิมพ์นั้นย่อมเป็นที่หมายตาหมายใจของเหล่าบรรดาผู้นิยมสะสมพระเครื่องกันอยู่แล้ว รวมถึงพระนางพญาที่เรากำลัจะมาพูดถึงในวันนี้  เรียกได้ว่าเป็นพระที่มีเอกลักษณ์และทรงคุณค่ามากกับชาวจังหวัดสระบุรี สำหรับพระนางพญาของกรุวัดดาวเสด็จหรือวัดดาวเรืองแห่งนี้ มีความคล้ายคลึงกับพระนางพญาแห่งวัด นางพญาในจังหวัดพิษณุโลกอย่างมาก อีกทั้งยังมีพุทธคุณสูงและโดดเด่นในเรื่องของเมตตามหานิยม ค่อนข้างมีความเข้มขลังไปทางโชคลาภ วาสนานำพาอย่างมาก จึงและไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆก็ต่างใฝ่หาและอยากได้มีไว้บูชาครอบครอง หากจะเอ่ยถามถึงในเรื่องของราคาแล้วเราก็คาดว่าไม่น่าจะตอบกันได้เนื่องจากแน่นอนว่าราคาค่อนข้างสูง และยังอาจจะะมีการราคาอัพขึ้นกันอยู่เรื่อยๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นพระนางพญาพิมพ์หลังอูมสีแดงด้วยแล้ว ต้องขอบอกเลยว่าเราอาจได้เห็นของจริงกันยาก เนื่องจากเป็นพระเครื่องเก่าแก่มากจึงค่อนข้างหายาก หรือเท่าที่เราได้พบเห็นกันอยู่ก็ไม่ทราบว่าองค์ไหนของใครจะแท้หรือองค์ไหนของใครปลอมกันบ้างซึ่งทั้งนี้เราต้องสอบถามจากผู้รู้  ขุดพบ […]

ประวัติความเป็นมาสุดขลังระดับตำนานของ  “พระคง ลำพูน” จังหวัดลำพูน

ประวัติพระ

สำหรับแฟนๆเว็บไซต์ส่องพระท่านใดที่ต้องการทราบถึงความเป็นมาของพระคงลำพูน อายุรกรรมต้องขอบอกเลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว เพราะในวันนี้พวกเราทีมงานได้รวบรวม ประวัติความเป็นมาสุดขลังระดับตำนานของ  “พระคง ลำพูน” จังหวัดลำพูน มาฝากคุณกันไว้ที่นี่ ซึ่งเราจะพาคุณย้อนอดีตไปถึงในยุคพงศาวดาร ตามด้วยจะบอกเล่าถึงรายละเอียดที่เกี่ยวกับพระคงลำพูนนี้ให้คุณได้ทราบ เพื่อความเพลิดเพลินในการอ่านและสนุกไปกับเนื้อหาทางด้านประวัติศาสตร์ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้   รู้จักกับพงศาวดารกันก่อน  สำหรับท่านใดที่ยังไม่เคยทราบถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับตำนานพงศาวดารเลย เราคงต้องขออนุญาตย้อนไปถึงในช่วงยุคสมัยนั้น เนื่องจากมันคือที่มาของพระคงลำพูนที่เราได้นำมาฝากกันในครั้งนี้นั่นเอง สำหรับเมืองหริภุญชัยหรือในปัจจุบันก็คือจังหวัดลำพูนที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทยเรา  จากตำนานพงศาวดารนั้น เมืองหริภุญชัยได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ 1200 หรือประมาณเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว ซึ่งได้ถูกสร้างด้วย พระฤๅษี 4 ตน  ในยุคสมัยนั้นเมืองละโว้ (หรือจังหวัดลพบุรีที่ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศไทยในปัจจุบัน) คือศูนย์กลางของแคว้นทราวดี ซึ่งในสมัยนั้นกษัตริย์ที่ครองเมืองละโว้คือพระเจ้าจักรวรรดิราช ซึ่งพระราชธิดาของพระองค์ก็คือพระนางจามเทวี  ถัดมาในช่วงปีพ.ศ. 1205 พระเจ้าจักรวรรดิราช ได้รับเกียรติอัญเชิญให้ไปเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองหริภุญชัย จนทำให้มีการเผยแพร่ศาสนาพุทธไปยังเมืองหริภุญชัยหรือจังหวัดลำพูนนั่นเอง  ที่มาของพระคงลำพูน หลังจากที่พระเจ้าจักรพรรดิราชได้มาปกครอง ณ เมืองหริภุญชัยหรือจังหวัดลำพูนที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทยเราในปัจจุบันนี้ ก็ทำให้ครอบครัวของพระองค์ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยและเช่นกัน “พระนางจำมาเทวี” ซึ่งเป็นพระธิดาของพระองค์ ก็ได้ทรงนำพระไตรปิฎก, พระสงฆ์ รวมทั้งพระพุทธศาสนาและศิลปะในยุคนั้น มาจากเมืองละโว้ด้วย ซึ่งพระองค์ได้นำศาสนาพุทธเข้ามาเผยแพร่ ทั้งยังได้สร้างวัดเอาไว้ทั้งสี่ทิศของเมือง ที่ชาวเมืองในยุคนั้นจะเรียกกันว่า “วัดสี่มุมเมือง”  ซึ่งเป็นศาสนสถานที่มีความสัมคัญมาก เป็น “จตุรพุทธปราการ” การสร้างถาวรวัตถุในศาสนสถานนั้นจุดประสงค์ก็เพื่อให้คุ้มครองเมืองได้ทั้งหมดสี่ทิศ […]

ที่มาสุดขลังของ “พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่” (วัดราชสิทธาราม) บางกอกน้อย !

ที่มาสุดขลังของ “พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่” (วัดราชสิทธาราม) บางกอกน้อย ! 

หากมีใครถามถึงพระดังย่านบางกอกน้อยอาจมีใครหลายคน ที่จะต้องนึกถึงพระวัดพลับเป็นอันดับต้นๆเป็นแน่  ซึ่งในครั้งนี้พวกเราทีมงานก็ได้เอาใจแฟนๆเว็บไซต์กันเช่นเคยโดยจะมาบอกเล่าถึง ที่มาสุดขลังของ “พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่” (วัดราชสิทธาราม) บางกอกน้อย ! ให้คุณได้ทราบเพราะเราเชื่อว่าอาจมีเหล่าบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องหลายๆท่านที่อยากทราบถึงที่มา และประวัติที่น่าสนใจของพระวัดพลับแห่งนี้ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชชมรายละเอียดที่น่าสนใจพร้อมๆกันเลยดีกว่า    เป็นมาอย่างไร  เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพระที่ค่อนข้างมีเนื้อผิวอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะมีใครเหมือน ทั้งยังมีที่มาและเรื่องราวที่ถูกเล่าต่อกันมานานับประการ จนทำให้เหล่าบรรดาแฟนๆและเซียนพระต่างได้อยากเสาะหาเพื่อมีไว้ในครอบครอง สำหรับประวัติความเป็นมาของพระองค์นี้ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นถึง “วัดราชสิทธาราม” กันเสียก่อน ซึ่งวัดแห่งนี้ได้ตั้งอยู่ที่เขตบางกอกน้อยจังหวัดกรุงเทพฯหรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกกันว่าฝั่งธน เป็นวัดที่มีความเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานในเขตของจังหวัดกรุงเทพฯ และวัดแห่งนี้คือต้นสายปลายเหตุของที่มาในเรื่องนี้นั่นเอง จากการเล่าขานของคนเก่าแก่ที่ได้บอกเล่าต่อๆกันมาจึงได้ความว่า ครั้งหนึ่ง ณ ลานวัดพลับ แห่งนี้ซึ่งเป็นบริเวณที่พระสงฆ์สามเณรต่างๆ รวมทั้งชาวบ้านใช้ทำกิจกรรมกัน บ้างก็ใช้นั่งพักผ่อน ซึ่งบริเวณนั้นจะเต็มไปด้วยกระรอกและสัตว์เล็กๆอย่างนกอยู่มากมาย ในวันหนึ่งได้มีกระรอกเผือกปรากฏให้ผู้คนแถวนั้นได้เห็น เนื่องจากสีสันที่แปลกประหลาดแต่มีความความสวยงามอันเป็นที่สะดุดตาใครต่อใคร จึงทำให้ผู้คนในละแวกนั้นต่างพากันวิ่งไล่จับ กระรอกเผือกตัวนั้นได้วิ่งหนีเข้าไปในโพรงพระเจดีย์ เมื่อผู้คนไล่ตามจับกระรอกเผือกตัวนั้นก็ปรากฏว่าได้พบกับ วัตถุมงคลต่างๆรวมทั้งพระพิมพ์หลายองค์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี “พระพิมพ์พุงป่องใหญ่” รวมอยู่ด้วย ที่กำลังไหลออกมาจากโพรงของข้างในพระเจดีย์ ปริมาณที่มันไหลออกมานั้นค่อนข้างมาก  ถึงขั้นที่ชาวบ้านพากันนำกระบุงตะกร้ามาลองใส่ เนื่องจากมันมีมากจริงๆ จึงเรียกได้ว่าเป็นการแตกกรุครั้งยิ่งใหญ่และเป็นครั้งแรกของยุคนั้น  และด้วยเหตุที่เจ้าตัวกระรอกน้อยเผือกตัวนั้นได้นำพาให้กลับทุกคนได้ไปพบกับ  ‘พระวัดพลับ’ องค์นี้ ทั้งยังสุดยอดวัตถุมงคลอีกมากมาย จึงทำให้กรุแห่งนี้ได้มีผู้เรียกกันต่อๆมาว่า  ‘กรุกระรอกเผือก’ และหลังจากที่ได้มีการแตกกรุในครั้งนั้นเจ้าอาวาสของวัดแห่งนี้ก็ได้ทำพิธีเปิดกรุพระเจดีย์ เมื่อทำการเปิดกรุเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้พบกับพระวัดพลับอีกมากมาย และไฮไลท์ในครั้งนั้นคือมีองค์  ‘พระสมเด็จอรหัง’ อยู่ในการแตกกรุครั้งนั้นด้วยเช่นกัน […]

ความเป็นมาของพระเครื่ององค์สำคัญ แห่งเมืองศรีสัชนาลัย  “พระร่วงหลังลิ่ม วัดช้างล้อม”  ! 

ความเป็นมาของพระเครื่ององค์สำคัญ แห่งเมืองศรีสัชนาลัย  “พระร่วงหลังลิ่ม วัดช้างล้อม”  ! 

หากได้ยินชื่อวัดช้างล้อม เซียนพระหลายคนคงจะนึกถึงเมืองศรีสัชนาลัยขึ้นมาทันที และหากมีใครกำลังสนทนาในเรื่องของพระเครื่องอยู่แล้วล่ะก็ พระร่วงหลังลิ่มนั้นย่อมจะอยู่ในบทสนทนาของพวกเขาอย่างแน่นอน ในครั้งนี้พวกเราทีมงานจะมาบอกถึง ความเป็นมาของพระเครื่ององค์สำคัญ แห่งเมืองศรีสัชนาลัย  “พระร่วงหลังลิ่ม วัดช้างล้อม” ! ซึ่งเป็นพระเครื่องที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุโขทัยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งในปัจจุบันยังค่อนข้างหาชมได้ยากโดยเฉพาะองค์แท้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเราทีมงานได้รวบรวมเนื้อหาสาระที่น่าสนใจของพระเครื่ององค์นี้มาฝากท่านผู้อ่าน ที่รักและชื่นชอบพระเครื่องกันเป็นเดิมอยู่แล้ว พร้อมทั้งจะมาบอกถึงเรื่องราวของเนื้อมวลสารและกรรมวิธีการสร้างพระเครื่ององค์นี้ ทราบเพื่อนำไปเป็นประโยชน์ต่อการดูพระของคุณ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจของพระเครื่องเลื่องชื่อ ที่มีชื่อนามว่าพระร่วงหลังลิ่มกันเลยดีกว่า  ความเป็นมา  ก่อนอื่นเราจะต้องขอกล่าวถึงวัดช้างล้อมกันเสียก่อนเนื่องจากเป็นที่มาที่สำคัญในการขุดพบพระร่วงหลังลิ่มณที่นี้  วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย อำเภอศรีสัชนาลัย เมืองเก่าที่มีพระดังมากมายและเป็นเมืองที่เรียกได้ว่าเหล่าบรรดาเซียนพระค่อนข้างอยากไปเยี่ยมเยือนกันอยู่ไม่น้อย เพราะเรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่มีพระเครื่องโบราณมากมายจริงๆ ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของพวกเราชาวไทยอีกมากมายด้วยเช่นเดียวกัน ในอำเภอศรีสัชนาลัยนี้มีโบราณสถาน ที่ค่อนข้างดึงดูดความสนใจให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต่างอยากได้มาสัมผัสถึงบรรยากาศของความคลาสสิค ณ เมืองแห่งนี้ นอกจากนี้ในจังหวัดสุโขทัยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย ให้คุณได้ค้นหาและที่สำคัญคือแต่ละแห่งนั้นล้วนรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามจริงๆ  สำหรับพระร่วงหลังลิ่ม กรุวัดช้างล้อม นั้น ถือเป็นพระเครื่องเก่าแก่ของวัดช้างล้อม จังหวัดสุโขทัย ได้ถูกค้นพบเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2480  ได้ปรากฏขึ้นจากเหตุการณ์แตกกรุครั้งแรกในช่วงนั้น ซึ่งการค้นพบนั้นได้มีพระเครื่องหลากหลายพิมพ์ปรากฏอยู่ในพระเจดีย์เก่าที่เป็นทรงลังกา  ซึ่งพระเจดีย์ทรงลังกานี้มีความเก่าแก่เนื่องจาก ได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างวัดในครานั้น ซึ่งเป็นยุคที่มีพ่อขุนรามคำแหงเป็นพระมหากษัตริย์ จึงเป็นเหตุให้ผู้คนได้มีการสันนิษฐานว่าผู้ที่สร้างพระร่วงนั่งหลังลิ่มองค์นี้ อาจจะเป็นพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เนื่องจากพระต่างๆที่ได้รับจากการแตกกรุนั้นได้ถูกบรรจุอยู่ในพระเจดีย์เก่าแก่และอาจอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว    ต่อมาหลังจากนั้นในช่วงปี พ.ศ 2495 ก็ได้มีการพบกับพระเครื่องที่มีลักษณะคล้ายกันในกรุเดียวกัน และถัดมาคือในช่วงยุคพศ 2500 ณ บ้านแก่งสาระจิต […]

ประวัติความเป็นมา “ พระปิดตา หลวงปู่แย้ม วัดด่านสำโรง ” สุดยอดความขลัง ที่ใครๆก็ปรารถนา !

ประวัติความเป็นมา “ พระปิดตา หลวงปู่แย้ม วัดด่านสำโรง ” สุดยอดความขลัง ที่ใครๆก็ปรารถนา ! 

หากมีใครทำถึงเครื่องรางของขลังและพระเครื่องของหลวงปู่แย้ม หลายคนคงจะต้องนึกถึงพระตามาเป็นสิ่งอื่นอีกอย่างแน่นอน และในครั้งนี้แน่นอนว่าเราจะมาพูดถึง ประวัติความเป็นมา “ พระปิดตา หลวงปู่แย้ม วัดด่านสำโรง ” สุดยอดความขลัง ที่ใครๆก็ปรารถนา ! ซึ่งจะมาบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจที่เชื่อว่าใครหลายคนต้องอยากรู้ พร้อมทั้งจะมาบอกถึงพุทธลักษณะของพระเครื่องนี้ให้คุณได้ทราบด้วยเช่นกัน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับรายละเอียดของเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระเครื่องของหลวงปู่แย้มกันดังต่อไปนี้  ก่อนอื่นต้องขออนุญาตย้อนไปถึงสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลวงปู่แย้มท่านยังคงมีชีวิตอยู่ หลวงปู่แย้มนั้นท่านเป็นพระเกจิผู้เรืองวิชาทางด้านวิทยาคมเป็นพระผู้มีอภิญญา และเป็นที่ความเลื่อมใสศรัทธาของเหล่าบรรดาญาติโยมในจังหวัดสมุทรปราการ และชาวไทยทั่วประเทศทั้งยังมีลูกศิษย์ลูกค้าอย่างมากมาย และถึงแม้ว่าในปัจจุบันท่านได้ล่วงลับไปนานปีแล้วก็ยังตราตรึงอยู่ในใจชาวไทย มิเสื่อมคลาย  หลวงปู่แย้มท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2387 และได้เข้ารับการศึกษาทางด้านอักขระตั้งแต่ยังคงเป็นสามเณร ต่อมาเมื่อท่านอายุครบบวชท่านก็ได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ที่วัดด่านสำโรง และตอบมาก็ได้เข้าศึกษาต่อทางธรรมที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน จังหวัดกรุงเทพฯ  หรือเข้าใจกันง่ายๆว่าวัดโพธิ์ที่ใกล้ๆกับวัดพระแก้วนั่นเอง  หลวงปู่แย้มได้มีความมุมานะและตั้งใจศึกษาทางธรรม โดยท่านได้ปฏิบัติวิปัสสนาอย่างเคร่งครัด จวบจนเมื่อถึงเวลาที่วิชาความรู้อันตั้งใจเล่าเรียนมาแตกฉาน หลวงปู่แย้มท่านก็ได้ออกเดินธุดงค์ ไปตามป่า และสถานที่ต่างๆ เพื่อฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งท่านก็ได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านเกิด ซึ่งก็คือ วัดด่านสำโรงนั่นเอง  และเมื่อท่านได้กลับมายังวัดบ้านเกิด ท่านก็ยังคงยึดมั่นในธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด พร้อมกับสร้างผลงาน สร้างพระเครื่องไวอย่างมากมาย และชื่อเสียงค่อนข้างเลื่องลือไปไกลจนประจักษ์แก่ผู้คนชาวไทยทั่วประเทศ ถึงแม้กระนั้นท่านก็ยังคงปฏิเสธยศฐาบรรดาศักดิ์ และยังคงมุ่งเน้นปกครองและดูแลวัดต่อไป ท่านคือพระนักพพัฒนา ที่ได้พลิกฟื้นวัดเก่าตั้งแต่สมัยอยุธยาอย่างวัดด่านสำโรงนี้ให้กลายเป็นปึกแผ่นมายังปัจจุบัน พร้อมๆกับความร่วมแรงร่วมใจ ของเราชาวบ้านและลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสในท่าน  เมื่อท่านได้มีสิริอายุครบ 94 […]