ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ แห่งจังหวัดระยอง !

หลวงปู่ทิม-วัดละหารไร่

พาคุณไปรู้จักกับประวัติความเป็นมาของพระเกจิชื่อดังจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยกันแล้วได้ครั้งนี้เราจะพาคุณมาจังหวัดระยองและพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ แห่งจังหวัดระยอง ! ซึ่งเราเชื่อว่าท่านผู้อ่านรวมไปถึงผู้นิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลายจะต้องชื่นชอบและอาจต้องการทราบถึงเนื้อหาสาระในครั้งนี้กันอย่างแน่นอน  สำหรับหลวงปู่ทิมนั้นเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้อย่างมากมาย ทั้งยังเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ประเทืองปัญญามีความประพฤติและจริยาวัตรอันงดงาม มีความเคร่งครัดต่อการปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา จึงไม่แปลกใจเลยว่าเมื่อครั้นที่ท่านจากไปจึงทำให้เหล่าบรรดาชาวจังหวัดระยองและลูกศิษย์ลูกหาที่เลื่อมใสศรัทธาในท่านได้เศร้าโศกแก่นไปไม่น้อย และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้   ประวัติของหลวงปู่ทิม อิสริโก   สำหรับพระครูภาวนาภิรัตหรือที่ใครๆหลายคนมักจะรู้จักและมักจะเรียกท่านว่า หลวงปู่ทิม อิสริโก เดิมทีท่านเป็นคนที่บ้านหัวทุ่งตาบุตร ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลละหาร ที่อำเภอบ้านค่าย ในจังหวัดระยอง ซึ่งท่านได้เกิดเมื่อวันที่ 16 เดือนมิถุนายนช่วงปี พ.ศ  2422 ซึ่งเป็นช่วงยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ) ท่านมีพี่น้องร่วมสายเลือด 3 คน บิดาของท่านชื่อนายแจ้งามศรี  ส่วนมารดาของท่านชื่อนางอินทร์ งามศรี หลวงปู่ทิมนั้นท่านเป็นหลานของ หลวงปู่สังข์เฒ่า ณ วัดเก๋งจีน (ซึ่งหลวงปู่สังข์นี้ท่านเป็นผู้ก่อตั้งวัดละหารไร่ ) ต่อมาเมื่ออายุได้ประมาณ 17 ปีหลวงปู่ทิมก็ได้ไปศึกษาเล่าเรียนกับ ท่านพ่อสิงห์พระอาจารย์เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปีโดยบิดาของท่านเป็นผู้ฝากฝัง จากนั้นเมื่อทางบ้านของท่านขาดผู้ช่วยงานหลวงปู่ทิมก็ได้ลาสิกขาบอกมาช่วยที่บ้านด้วยจิตใจที่มีความความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี แต่ท่านก็ยังคงระลึกและต้องการบวชอยู่เสมอ  ถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2449 ท่านได้เข้าอุปสมบทในวันที่ 7 มิถุนายนของปีนั้น พระกรรมวาจาจารย์ของท่านก็คือ  […]

ประวัติพระเครื่อง “หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองนครปฐม !

หลวงพ่อแป๊ะ-วัดสว่างอารมณ์

มาทางฝั่งจังหวัดนครปฐมกันบ้างซึ่งในครั้งนี้เราจะมาพาคุณไปรู้จักกับ ประวัติพระเครื่อง “หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองนครปฐม ! ซึ่งเราเชื่อว่าหลายท่านที่ชื่นชอบของดีของดังจะหลวงพ่อแป๊ะจะต้องชื่นชอบกับเนื้อหาสาระที่เราได้นำมาฝากกันในครั้งนี้แน่นอน  ซึ่งในปัจจุบันหลวงพ่อแป๊ะนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังและทราบกันดีว่าตีฆ้องครั้งจ้าหลวงพ่อแป๊ะนั้นพุทธคุณสูงอย่างไรก็ตามเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณมาพบกับรายละเอียดที่น่าสนใจต่อไปนี้  ประวัติหลวงพ่อแป๊ะวัดสว่างอารมณ์แห่งเมืองนครปฐม สำหรับพระครูยติธรรมานุยุต หรือหลวงพ่อแป๊ะที่ใครหลายคนมักจะรู้จักชื่อเสียงของท่านดีในฐานะพระเกจิอาจารย์ผู้คาถาอาคมสุดเข้มขลังและเป็นพระผู้ปฏิบัติดี อีกทั้งยังได้รับยกย่องว่าท่านคือพระนักพัฒนาในระดับแนวหน้าและหัวสมัยใหม่ ในปัจจุบันนี้ท่านยังคงเป็นอาวาสอยู่นะวัดสว่างอารมณ์หรือวัดแคแถว ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม ณ ตำบลขุนแก้ว ในอำเภอนครชัยศรี หลวงพ่อแป๊ะนั้นมีลูกศิษย์ลูกหามากมายและญาติโยมรวมไปถึงญาติโยมและพุทธศาสนิกชนต่างเคารพนับถือและเลื่อมใสท่านอย่างมาก เดิมนั้นท่านมีชื่อว่านายสมทรง เดชจินดา ซึ่งในปัจจุบันท่านก็อายุประมาณ 60 กว่าน่าจะราม 65 ปีเห็นจะได้เนื่องจากท่านเกิดในปีพ.ศ. 2501 ในวันที่ 11 มกราคมท่านเป็นชาวจังหวัดนครปฐมมาโดยกำเนิดและเป็นคนอำเภอนครชัยศรี ท่านเป็นบุตรของนางแจ๋วและนายไล้ เดชจินดา มีพี่น้องรวมสายเลือดถึงสี่คนและท่านเป็นลูกคนที่สามของบิดามารดา หลวงพ่อแป๊ะท่านมีความเลื่อมใสและไฟทางธรรมมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์  และในช่วงวัยเด็กท่านก็ได้เคยบวชเรียน แต่ก็ได้ศึกษาในชั้นประถมณโรงเรียนสันทัดวิทยา ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงตั้งอยู่ที่อำเภอนครชัยศรี ตำบลงิ้วราย เมื่อเวลาผ่านไปหลังจากที่ท่านได้จบชั้นการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่เจ็ด  ฉันก็มีความคิดที่อยากจะบวชเมื่ออายุได้ 19 ปีท่านก็ได้บรรพชาเพื่อเป็นสามเณรในจังหวัดนครปฐมเช่นเคยซึ่งวัดที่ท่านบันประชานี้คือวัดตุ๊กตาที่ตั้งอยู่ในอำเภอนครชัยศรี โดยพระอุปประชาในครั้งนั้นก็คือหลวงพ่อเพี้ยนหรือที่ใครหลายคนมักจะรู้จักกันดีในชื่อพระครูวิบูลย์สิริธรรม  , มีพระกรรมวาจาจารย์คือพระอาจารย์เจือ ปิยสีโล แห่งวัดกลางบางแก้ว และมีพระอนุสาวรนาจารย์คือพระอาจารย์ทองดำแห่งวัดตุ๊กตา  ในขณะที่ท่านกำลังบรรพชิตอยู่นั้นแทนก็ได้มุ่งมั่นและตั้งใจศึกษาเล่าเรียนในวิชาอักขระเลขยันต์และเรียนทางด้านวิทยาคมจนมีความเชี่ยวชาญตามตำราของวัดกลางบางแก้วและวัดตุ๊กตาในจังหวัดนครปฐม โดยตำราที่ท่านได้เล่าเรียนนั้นเป็นตำราของหลวงปู่บุญ และหลวงพ่อเพิ่ม แต่ผู้ที่ทำการถ่ายทอดวิชาอักขระเลขยันต์ให้นั้นก็คือพระอาจารย์เจือ ปิยสีโล และหลวงพ่อแป๊ะท่านคือพระเกจิอาจารย์ที่ค่อนข้างมีความเข้มแข็งและปราดเปรื่องทางด้านวิทยาผมอย่างมาก หลังจากที่ท่านได้ร่ำเรียนวิชาต่างๆแล้วท่านก็ได้ออกเดินธุดงค์ไปทางภาคใต้ของประเทศไทย และได้มีโอกาสไปร่ำเรียนวิชาจากหลวงพ่อสงฆ์ […]

ประวัติความเป็นมา “หลวงพ่อกวย  ชุตินธโร” วัดโฆสิตาราม จ. ชัยนาท

หลวงพ่อกวย-ชุตินธโร-วัดโฆสิตาราม

หากเอ่ยชื่อหลวงพ่อกลัวยคงไม่มีใครไม่รู้จักโดยเฉพาะเซียนพระและผู้นิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลายในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับพระเกจิชื่อดังจากจังหวัดชัยนาท กับหัวข้อ ประวัติความเป็นมา “หลวงพ่อกวย  ชุตินธโร” วัดโฆสิตาราม จ. ชัยนาท  ซึ่งในครั้งนี้เราได้นำเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติของหลวงพ่อกวยมาฝากเพราะเราเจอว่าจะต้องเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านอย่างแน่นอน และแฟนหลายคนที่ยังไม่เคยรู้จักประวัติของท่านมาก่อน ก็จะได้ทราบกันในครั้งนี้ ทั้งนี้เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจและเนื้อหาสาระที่ได้นำมาฝากกันในวันนี้เลย ประวัติของหลวงพ่อกวย  ชุตินธโร สำหรับหลวงพ่อกวย ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2448 ในวันที่สองพฤศจิกายน ซึ่งตรงกับปีมะเส็งบ้านเดิมของท่านอยู่จังหวัดอ่างทองอำเภอวิเศษชัยชาญ เดิมท่านชื่อว่า นาย กวย ปั้นสน บิดาของท่านชื่อในตุ้ย ปั้นสน และมารดาของท่านชื่อแม่ต่วนเดชมาเป็นคนบ้านแค มีพี่น้องร่วมสายเลือดห้าคนและท่านเป็นคนสุดท้อง  เมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นเด็กบิดาของท่านได้ส่งให้ท่านไปเรียนหนังสือกับหลวงพ่อขวด ณ วัดบ้านแค จากนั้นถัดมาในช่วงที่หลวงปู่กรวดท่านได้มรณภาพก็ทำให้หลวงพ่อกวย ได้มาเรียนกับอาจารย์ดำที่วัดหัวเด่นซึ่งจะอยู่ห่างจากวัดบ้านแคออกไปไม่มากนักในครั้งนี้ท่านได้เรียนภาษาบาลีและหนังสือขอม หลวงพ่อกวยมีความตั้งใจในการเรียนอย่างมาก จึงทำให้ท่านมีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาบาลีและหนังสือขอมอย่างมากชนิดที่ค่อนข้างหาตัวจับยากกันเลยทีเดียว เมื่อเวลาผ่านไปหลวงพ่อกวยได้เติบโตขึ้นและได้หันมาช่วยครอบครัวทำไร่ไถนาเนื่องจากครอบครัวของท่านมีอาชีพเป็นเกษตรกรและเป็นชาวนา จากนั้นเมื่ออายุได้ประมาณ 20 ปีซึ่งเป็นอายุที่พอจะสามารถบวชได้ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบท โดยในครั้งนั้นได้มีหลวงพ่อปาแห่งวัดโบสถ์ได้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ซึ่งในครั้งนั้นมีพระอุปัชฌาย์คือพระชัยนาทมุนี และพระที่เป็นพระอนุสาวนาจารย์ก็คือพระอาจารย์หริ่ง ในครั้งนั้นท่านได้บวชช่วงปีพ.ศ. 2467 ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กรกฎาคมเวลา 15:17 น. สร้างความปลื้มปิติให้กับบิดาและมารดาของท่านมากท่านบวช ณ วัดโบสถ์แห่งตำบลโพธิ์งามในจังหวัดชัยนาทซึ่งตั้งอยู่อำเภอสรรคบุรี  และมีฉายาว่า ชุตินฺธโร ซึ่งมีความหมายอันงดงามมากซึ่งโดยรวมแล้วก็จะแปลประมาณว่า โลกนี้ค่อนข้างมีแต่ความวุ่นวาย […]

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” แห่งวัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา 

หลวงปู่ดู่-พรหมปัญโญ

ได้พาคุณไปรู้จักกับพระเครื่องชื่อดังจากวัดต่างๆของแต่ละจังหวัดกันไปแล้วกลับมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจะเล่าถึง ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” แห่งวัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา  ให้คุณได้ทราบ ซึ่งในครั้งนี้เราได้รวบรวมข้อมูลของประวัติหลวงปู่ดู่มาฝากและเราเชื่อว่าเราบรรดาเซียนพระและผู้ที่ชื่นชอบนิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลายที่ยังไม่เคยทราบถึงประวัติความเป็นมาของท่านจะต้องชื่นชอบบทความนี้อย่างแน่นอน เพราะเราจัดเต็มให้คุณดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจและรายละเอียดกันเลยดีกว่า  ประวัติของหลวงปู่ดู่  พรหมปัญโญ  สำหรับหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ นั้นในวัยเยาว์ท่านค่อนข้างเป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่นไม่น้อยๆนึงจากท่านกำพร้าทั้งบิดาและมารดาตั้งแต่ยังเล็ก บิดาของท่านชื่อ ในพุทธและมารดาของท่านชื่อดังทุ่ม และมีพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน 3 คน หลวงปู่ดู่ท่านเป็นลูกคนเล็ก และมีพี่สาวอีก 2 คน หลวงปู่ดู่มีนามสกุลว่า หนูศรี ท่านเกิดในช่วงปีพศ 2547 ในวันที่ 29 เดือนเมษายน ซึ่งตรงกับปีมะโรง อีกครั้งยังตรงกับวันพระใหญ่ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชาอีกด้วย  เดิมนั้นครอบครัวของท่านได้มีอาชีพเป็นชาวนา และในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูทำนาก็จะพากันทำขนมไข่มงคลขายตามวันเทศกาลต่างๆ เคยมีเหตุการณ์แปลกๆตั้งแต่สมัยที่หลวงปู่ยังเป็นทารกน้อย เรื่องเล่าต่อๆกันมาให้ฟังว่า ในคืนหนึ่ง ขณะที่พ่อและแม่ของหลวงปู่นั้นกำลังทำงานซึ่งขณะนั้นกำลังทอดขนมเพื่อเตรียมขายคืนนั้นเป็นช่วงหน้าน้ำ พ่อและแม่ของท่านก็ได้วางท่านไว้ในเบาะตรงชานบ้าน จากนั้นเหตุการณ์สำคัญก็คือหลวงปู่ดู่ได้ลอยอยู่ในน้ำอันนี้ก็ไม่ทราบถึงสาเหตุว่าทำไมจึงตกลงไปในน้ำได้แต่ก็ไม่จม ร่างทารกน้อยกับรอยอยู่อย่างน่าแปลกประหลาด จากนั้นสุนัขที่ทางบ้านของท่านเลี้ยงไว้ก็ได้เห่าเรียกให้คนมาช่วย และเมื่อผู้คนต่างพากันมาพบเห็นก็ได้กลับว่าร่างของเด็กน้อยหรือหลวงปู่ดู่นั้น ได้ลอยน้ำมาติดอยู่ที่ข้างรั้ว ด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บิดามารดาของหลวงปู่ดู่มีความแน่ใจว่าหลวงปู่ดูนั้นเป็นผู้มีบุญวาสนามาเกิดเป็นแน่ แต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่มารดาของหลวงปู่ดู่นั้นได้เสียชีวิตไปตั้งแต่หลวงปู่ดู่ยังอยู่ในวัยทารก จากนั้นมาไม่กี่ปีบิดาของหลวงปู่ดู่ก็เสียชีวิตลงเมื่อปู่ดู่มีอายุ 4 ขวบ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้หลวงปู่ดู่ท่านกำพร้าตั้งแต่ยังเล็กนัก พ่อแม่ของท่านเสียชีวิตไปหลวงปู่ดู่ก็ได้อาศัยอยู่กับยายและพี่สาวของท่านที่ชื่อว่าสุ่ม เป็นพี่สาวของท่านก็ได้เป็นคนดูแลท่านมาโดยตลอด จนท่านได้มีโอกาสเล่าเรียน ณ […]

 ประวัติความเป็นมา พระเกจิเลื่องชื่อแห่งยุคสงครามอินโดจีน “หลวงพ่อจง พุทธัสสโร”

หลวงพ่อจง-พุทธัสสโร

แห่ง วัดหน้าต่างนอก!    ในช่วงยุคสงครามอินโดจีนนั้น มีพระเกจิอาจารย์มากมายที่ได้ร่วมสร้างวัตถุมงคลเพื่อมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปกป้องคุ้มครองภัย หลวงพ่อจงแห่งวัดหน้าต่างนอกก็เป็นหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในยุคนั้น และเราจะพาคุณมารู้จักกับ  ประวัติความเป็นมา พระเกจิเลื่องชื่อแห่งยุคสงครามอินโดจีน “หลวงพ่อจง พุทธัสสโร”แห่ง วัดหน้าต่างนอก! ซึ่งเราจะมาบอกเราถึงประวัติและวัตถุมงคลที่เป็นที่นิยมของท่านให้คุณลิทราบและเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้   พระเกจิชื่อดังในช่วงยุคสงครามอินโดจีน จาด-จง-คง-อี๋  ก่อนอื่นเราจะขอเกริ่นถึงพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกกันว่าสงครามอินโดจีน ซึ่งเป็นยุคที่ผู้คนค่อนข้างเสียขวัญกันเป็นอย่างมากจึงทำให้พระเกจิอาจารย์หลายท่านได้ออกมาปลุกเสกและสร้างวัตถุมงคลกันอย่างมากมายเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่รัฐทหารตำรวจรวมไปถึงประชาชน และสี่พระเกจิอาจารย์ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังจนทำให้ผู้คนนำชื่อของท่านทั้ง 4 องค์มาเรียกกับเป็นคำเดียวก็คือ “จาด จง คง อี๋”  เป็นที่มาจากการเรียก หลวงพ่อจาด  คังคสโร’หรือ ‘พระครูสิทธิสารคุณ’ แห่ง วัดบางกระเบา จ.ปราจีนบุรี หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อคง ธัมมโชโต วัดบางกะพ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และ หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร วัดสัตหีบ จ.ชลบุรีนั่นเอง ซึ่งวัตถุมงคลของพระเกจิอาจารย์ทั้ง 4 ท่านนี้เรียกได้ว่าปัจจุบันถือเป็นวัตถุมงคลที่หายากและมีราคาที่ค่อนข้างสูงอย่างมากและถึงแม้ว่าท่านทั้ง 4 จะมรณภาพลงไปเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วแต่ก็ยังคงมีผู้ถามถึงและเคารพศรัทธาอยู่อย่างมีเสื่อมคลาย ในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึงเรื่องราวของหลวงพ่อจง  พร้อมกับจะมาบอกถึงประวัติความเป็นมาของวัตถุมงคลที่ท่านได้สร้างเอาไว้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้อยู่คุณได้ทราบด้วยเช่นกัน  ประวัติความเป็นมาของ […]

ประวัติความเป็นมาพระคณาจารย์ 5 แผ่นดิน “หลวงปู่แย้ม  ฐายุตโต แห่งวัดสามง่าม” เมืองนครปฐม ! 

ประวัติความเป็นมาพระคณาจารย์ 5 แผ่นดิน “

หากมีใครถามว่าผู้ที่เป็นศิษย์ของหลวงพ่อเต๋ นั้นคือใคร ซึ่งคนที่ตอบได้เชื่อว่าจะต้องเป็นเซียนอย่างแน่นอน และนั่นก็คือหลวงปู่แย้ม ฐายุตโต และในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติความเป็นมาพระเกจิอาจารย์ 5 แผ่นดิน “หลวงปู่แย้ม  ฐายุตโต แห่งวัดสามง่าม” เมืองนครปฐม !  ซึ่งหลวงปู่แย้มนั้นในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู้นั้น ท่านได้สร้างคุณงามความดีเอาไว้อย่างมากมาย ทั้งยังมีจริยวัตรอันงดงามวางตนอย่างเหมาะสมจนทำให้ลูกศิษย์ลูกหาเคารพศรัทธากันเป็นอย่างมาก อีกทั้งหลวงพ่อท่านยังมีอายุยืนนับร้อยปี ซึ่งใครหลายคนก็มักจะพูดกันว่าท่านเป็นสุดยอดพระเกจิอาจารย์ 5 แผ่นดินและในครั้งนี้เราจะมาบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของท่านให้คุณทราบกันอย่างคร่าวๆ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้   ประวัติความเป็นมา หลวงปู่แย้ม  ฐานยุตโต  วัดสามง่ามจังหวัดนครปฐม  สำหรับพระครูประยุตนวการ หรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกท่านว่า หลวงปู่แย้ม ฐานยุตโต นั้นท่านคือพระคณาจารย์ผู้มีอายุยืนนานถึง 102 ปี ก่อนที่จะมรณภาพเป็นสุดยอดพระคณาจารย์ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าและท่านคือเจ้าอาวาสแห่งวัดสามง่ามหรือวัดอรัญญิการามในจังหวัดนครปฐม ที่ตั้งอยู่ในอำเภอดอนตูมที่ใครหลายคนมักจะรู้จักกันดีและท่านเป็นศิษย์สายตรงองค์เดียวของหลวงพ่อเต๋   เดิมทีนั้นท่านมีชื่อว่า นายแย้ม นามสกุลเดชมาก เกิดตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ 2458 ในวันที่ 5 เดือนมกราคมเดิมทีเป็นชาวตำบลดอนตูมอำเภอบางเลนจังหวัดนครปฐม และท่านได้รับการอุปสมบทตั้งแต่ในช่วงปีพ.ศ 2481 ณวัดสามง่าม ซึ่งในครั้งนั้นนะคะผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือ พระครูอุตตรการบดี (สุข ปทุมสุวัณโณ) ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอนครปฐมและท่านก็คือเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ , ส่วนพระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้กับหลวงปู่แย้มก็คือหลวงพ่อเต๋คงทองหรือ พระครูภาวนาสังวรคุณ และพระผู้เป็นพระอนุสาวนาจารย์ให้กับท่านก็คือ […]

ประวัติความเป็นมา “หลวงพ่อเกษม เขมโก” พระเถราจารย์แห่งเมืองลำปาง ผู้เคร่งครัดในธุดงควัตร ! 

หลวงพ่อเกษม-เขมโก-พระเถราจารย์แห่งเมืองลำปาง

หากย้อนไปในช่วงยุคก่อนปีพ.ศ 2500 มีใครถามถึงพระเถราจารย์แห่งเมืองลำปาง เชื่อว่าจะต้องทำให้เราน้อมระลึกถึงหลวงพ่อเกษม เขมโกขึ้นมาทันที และในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมา “หลวงพ่อเกษม เขมโก” พระเถราจารย์แห่งเมืองลำปาง ผู้เคร่งครัดในธุดงควัตร !  โดยจะมาบอกให้คุณได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของท่านกันอย่างละเอียด และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาที่น่าสนใจกันเลยดังต่อไปนี้ค่ะ ประวัติหลวงพ่อเกษม เขมโก ก่อนอื่นต้องขออนุญาตย้อนไปถึงช่วงยุคในปีพ.ศ. 2455 มีครอบครัวของเชื้อจ้าวผู้ครองเมืองลำปางตั้งแต่ครั้งในอดีต หัวหน้าครอบครัวมีชื่อว่าเจ้าหนูน้อย ณ ลำปาง มีอาชีพเป็นข้าราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอและมีภรรยาชื่อว่าเจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง ต่อมาภายหลังได้มีการเปลี่ยนนามสกุลมาเป็น “มณีอรุณ” ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้มีศักดิ์เป็นหลานของพ่อบุญวาทย์ วงศ์มานิต ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครลำปางเป็นลำดับสุดท้าย  เดิมทีนั้นครอบครัวนี้ได้อาศัยอยู่ที่ริมแม่น้ำวังเวียง อำเภอเมืองจังหวัดลำปางซึ่งอยู่บ้านท่าเก๊าม่วง สร้างหลักปักฐานอยู่กินกันอย่างร่มเย็นมีความสุขดี ต่อมาเจ้าแม่บัวจ้อนก็ได้ตั้งครรภ์ และให้กำเนิดบุตรชายที่เป็นบุตรคนแรกของครอบครัวซึ่งเป็นวันที่ 28 ในเดือนพฤศจิกายนของปีพ.ศ. 2455 ตรงกับเดือนยี่ (เหนือ) และตรงกับปีชวดเป็นวันพุธ ซึ่งในขณะนั้นก็ไม่ได้มีใครทราบเลยว่าวันที่ให้กำเนิดบุตรชายผู้นี้เป็นวันเดียวกันกับที่ครั้งหนึ่งพระครูบาศรีวิชัยได้ให้การพยากรณ์เอาไว้ว่าจะมีผู้มีบุญมาเกิด (ตนบุญ) ซึ่งทารกน้อยผู้นั้นก็ได้ถูกตั้งชื่อว่าเกษม ณ ลำปาง  และนี่คือจุดเริ่มต้นของหลวงพ่อเกษม เขมโก  ในวัยเด็กของหลวงพ่อเกษมนั้นเรียกได้ว่าเป็นเด็กที่มีความซุกซนตามประสาเด็กมาก เหตุการณ์ครั้งหนึ่งตั้งแต่ครั้งที่ท่านได้ขึ้นไปปีนต้นฝรั่งแล้วเกิดพลัดตกลงมา จนกลายเป็นทำให้ศีรษะของท่านเกิดแผล ท่านเป็นเด็กที่มีความเฉลียวฉลาดและชอบใฝ่เรียนรู้  การบวชครั้งแรกของท่านเริ่มต้นขึ้นในวัย 13 ปี […]

ความเป็นมาของดีของขลังจากวัดเชิงเลน “พระปิดตา หลวงปู่ไข่ อินทสโร” ที่ใครๆก็ถามถึง !

พระปิดตา-หลวงปู่ไข่-อินทสโร.

หลวงปู่ไข่ อินทสโร นั้นท่านเป็นพระคณาจารย์ผู้มีความแตกฉานทางด้านวิปัสสนากรรมฐานยิ่ง มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในยุคก่อนปี 2500 ท่านคือพระคณาจารย์ผู้มีสามารถล่วงรู้การณ์ในภายหน้าได้ ทั้งยังมีชื่อเสียงในด้านเทศนามหาชาติ และเราจะพาคุณมาทราบถึง ความเป็นมาของดีของขลังจากวัดเชิงเลน “พระปิดตา หลวงปู่ไข่ อินทสโร” ที่ใครๆก็ถามถึง ! ซึ่งแน่นอนว่าพระปิดตาของหลวงปู่ไข่นั้นค่อนข้างเป็นที่ร่ำลือว่ามีพระพุทธคุณอันเป็นเลิศ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้เราจึงต้องควรไปรู้จักกับความเป็นมาของทั้งท่าน รวมถึงพระปิดตาของท่านด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปชมสาระที่น่าสนใจดังต่อไปนี้กันเลยดีกว่า  ประวัติความเป็นมาหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน  หลวงปู่ไข่นั้นท่านเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ ตำบลบ้านไข่ อำเภอเมือง เกิดในวันอาทิตย์ที่ 5 เดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับ 2400 บิดาของท่านชื่อว่านายกล่อม และมารดาของท่านชื่อว่านาง บัว จันทร์สัมฤทธิ์ เมื่อครั้งที่ท่านยังอายุได้ประมาณหกขวบญาติของทันก็ได้นำท่านไปฝากเป็นลูกศิษย์กับหลวงพ่อปานแห่งวัดโสธรวนารามซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทราเช่นกัน  ในขณะที่ท่านยังคงเป็นสามเณรท่านก็ได้มีโอกาสร่ำเรียนหนังสือไปพร้อมพร้อมกับหัดเทศน์ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการมีชื่อเสียงในเรื่องด้านการเทศน์มหาชาติของท่าน ท่านได้เข้าอุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุ ในช่วงปีพ.ศ. 2422 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อายุได้ครบบวชพอดีท่านบวช ณ วัดลัดด่าน ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่กลองของจังหวัดสมุทรสงครามในปัจจุบัน ซึ่งการบวชของท่านนั้นพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์พระคือพระสนิทสมณคุณ (เนตร) ซึ่งได้เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านแหลมในขณะนั้น พระผู้เป็นเจ้ากรรมวาจาจารย์ก็คือพระอาจารย์เอี่ยมแห่งวัดลัดด่าน และพระผู้เป็นอนุสาวนาจารย์คือพระอาจารย์ภู่แห่งวัดบางกะพ้อม  โดยเดิมนั้นท่านเป็นผู้รักสันโดษและมีความเก่งถึงอุปนิสัยส่วนตัวคือเป็นคนพูดน้อยและที่สำคัญคือหลวงปู่ไข่นั้นท่านเป็นพระรุกขมูลหรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกว่าพระปฏิบัติสมถะกรรมฐาน ซึ่งท่านก็เป็นพระถือสมถะอีกรูปหนึ่งที่ค่อนข้างมีความเคร่งครัดในด้านของการปฎิบัติและค่อนข้างมีความเคร่งครัดในพระธรรมมาวินัยอย่างมาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ท่านมักจะแสวงหาความหลุดพ้นโดยท่องจาริกไปอาศัยอยู่ตามป่าตามโคนต้นไม้ และมักจะออกเดินธุดงค์เพื่อบำเพ็ญภาวนา หาความเงียบสงบท่ามกลางความวิเวก หลังจากที่ท่านใช้เวลาในการเดินธุดงค์อยู่ประมาณ 15 […]

ประวัติความเป็นมา “พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์  หรือหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม”  ที่ชาวอีสานใต้นับถืออย่างมาก ! 

พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์-หรือหลวงปู่สิงห์-ขนฺตยาคโม

ถือเป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังของทางฝั่งภาคอีสานอย่างมากสำหรับหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ซึ่งท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติผู้มีเมตตาและเป็น ศิษย์คนสนิทของหลวงปู่มั่นภูริทัตโต จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง  ประวัติความเป็นมา “พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์  หรือหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม”  ที่ชาวอีสานใต้นับถืออย่างมาก ! ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและเชื่อว่ามีใครหลายคนที่อาจยังไม่เคยได้ทราบจากที่ใดมาก่อน จึงเป็นโอกาสดีที่ในวันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาฝากคุณกันที่นี่ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับสาระที่น่าสนใจกันเลยดีกว่า ประวัติความเป็นมา หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม สำหรับหลวงปู่สิงห์นั้นท่านเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานีโดยกำเนิด เส้นทางเกิดในวันจันทร์ที่ 27 เดือนมกราคมตรงกับปีพ.ศ. 2432  ซึ่งตรงกับปีฉลูท่านเกิดที่บ้านหนองขอนซึ่งอยู่ในตำบลหัวตะพานอยู่อำเภออำนาจเจริญ (ซึ่งในสมัยนั้นจังหวัดอำนาจเจริญยังไม่ได้แยกตัวออกจากจังหวัดอุบลเป็นจังหวัดอุบลอยู่)  หลวงปู่สิงห์นั้นท่านมีชื่อว่าสิงห์ บุญโท บุตรคนที่สี่ของคุณพ่อเพีย อินทวงษ์ กับ คุณแม่หล้า บุญโท ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกันทั้งหมดเจ็ดคน และน้องชายคนต่อจากท่านก็คือ พระอาจารย์มหาปิ่น  ปญฺญาพโล ป.ธ.5 (ซึ่งเป็นพระน้องชายของหลวงปู่สิงห์)  เมื่อหลวงปู่ท่านมีอายุได้ประมาณ 14 ปีซึ่งตรงกับพ.ศ. 2446 ท่านก็ได้บวชเป็นสามเณร ในสำนักพระอุปัชฌาย์ป้อง ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดบ้านหนองขอนอยู่ในตำบลหัวตะพานของจังหวัดอำนาจเจริญในปัจจุบัน หาดน้ำเมื่อหลวงปู่ท่านมีอายุได้ประมาณ 17 ปีซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ. 2449 ฉันก็ได้ไปจำวัดอยู่ที่วัดสุทัศน์ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมืองของจังหวัดอุบลราชธานี (ในปัจจุบันคือวัดสุทัศนาราม) และเมื่อท่านมีอายุได้ประมาณ 20 ปีซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ. 2452 ท่านก็ได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ […]

ประวัติความเป็นมา “พ่อท่านเขียว อินทมุนี วัดหรงบล” สุดยอดพระเกจิอาจารย์ เมืองนครศรีธรรมราช ! 

-พ่อท่านเขียว-อินทมุนี-วัดหรงบล

ยังคงอยู่กับเรื่องราวของพระยุคเก่ากันเช่นเคยและในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับพระเกจิอาจารย์ทางฝั่งภาคใต้กันบ้าง ในวันนี้เราได้รวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจและจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติความเป็นมา “พ่อท่านเขียว อินทมุนี วัดหรงบล” สุดยอดพระเกจิอาจารย์เมือง นครศรีธรรมราช ! ซึ่งแน่นอนว่าท่านคือพระเกจิอาจารย์อีกรูปหนึ่งที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัดนครศรีธรรมราชและที่สำคัญคือเหรียญรุ่นแรกของท่านนั้นมีราคาสูงไม่น้อยอีกทั้งยังทันค่ะได้รับความนิยมและมีผู้คนถามถึงอยู่อย่างไม่ขาดสายด้วยเช่นกัน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเรื่องราวต่อไปนี้กันเลยดีกว่า ประวัติความเป็นมาพ่อท่านเขียว อินทมุนี วัดหรงบล  จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับพ่อท่านเขียว วัดหรงบล หรือที่ใครหลายคนอาจจะเรียกท่านว่าหลวงปู่เขียว. เดิมทีนั้นท่านเป็นชาวใต้โดยกำเนิดครอบครัวของท่านมีอาชีพเป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนาและท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2424 ซึ่งตรงกับปีมะเมียต่อมาเมื่อท่านอายุได้ประมาณ 22 ปี ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทอยู่ ณ วัดคงคาวดี (หรือวัดกลาง) และได้รับฉายาทางธรรมว่า “อินทมุนี”  เมื่อบวชได้ระยะหนึ่งแล้วท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ทางทำไปพร้อมพร้อมกับการปฎิบัติธรรมนอกจากนี้ถัดมาในเวลาไม่นานท่านก็ได้กราบลาพระอุปัชฌาย์เพื่อไปศึกษาต่อกับพระอาจารย์เอียด ณ วัดบน เพื่อศึกษาปฏิบัติ แตกฉานแล้วท่านก็ได้ออกเดินธุดงค์เพื่อแสวงธรรม และความสงบวิเวกตามป่าเขาเป็นระยะเวลานานหลายปีติดต่อกันซึ่งท่านได้มีโอกาสเดินทางไปตามจังหวัดต่างๆในพรรคใต้โดยเฉพาะในละแวกบ้านเกิดของท่าน จากหลักฐานไม่มีปรากฏให้เห็นแน่ชัดว่าพ่อท่านเขียวนั้นท่านได้มาจำวัดอยู่ ณ วัดหรงบลตั้งแต่เมื่อใด จึงทำให้ไม่ค่อยมีผู้ทราบถึงรายละเอียดก่อนหน้านี้กันมากนัก  มีเพียงหลักฐานที่ถูกบันทึกในช่วงปีพ.ศ. 2467 ซึ่งในขณะนั้นพ่อท่านเขียวท่านก็มีอายุได้ประมาณ 53 ปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเจ้าคณะตำบลบางตะพงอำเภอปากพนัง  (ท่านพระครูพิบูลย์ศีลาจารย์ หรือพ่อท่านเกลื่อม) ผู้ซึ่งปกครองวัดกลางหรือคงคาวดีอยู่นั้น มีความเลื่อมใสศรัทธาพ่อท่านเขียวอย่างมากเนื่องจากพ่อท่านเขียวเป็นพระอาจารย์ของท่านเอง เมื่อพ่อท่านเตือนอยากได้ของดีจากพระอาจารย์เอาไว้พกติดตัวหรือเป็นที่ระลึก ท่านก็จะนำขมิ้นผงมาผสมน้ำแล้วนำผ้าขาวติดมาด้วย จากนั้นท่านก็จะทาลงไปยังฝ่ามือและฝ่าเท้าของพ่อท่านเขียวตามด้วยนิมนต์ให้พ่อท่านเขียวอธิฐานจิตไปพร้อมๆกับทำการกดรอยมือรอยเท้าบนผ้ายันต์ ซึ่งการทำกระบวนการนี้ก็คือเป็นการทำผ้ายันต์ จากนั้นเมื่อมีคนมาขอของดีมากขึ้นจึงใช้หมึกจีนในการทาฝ่ามือและฝ่าเท้าแทน อยู่มาวันนึงก็ได้มีผู้ต้องการทดสอบของขลังของดีของพ่อท่านเขียวปรากฏว่าผู้ที่ลองทดสอบใช้ปืนยิงนั้นพบความอัศจรรย์ใจอย่างมากเนื่องจากปืนกลับด้านและหญิงไม่ออกจึงทำให้ของขลังของท่านนั้นเป็นที่เลื่องลือและแผ่ไปไกล […]