ที่มาสุดขลัง “พระนางพญา กรุวัดดาวเสด็จ จังหวัดสระบุรี” พระเครื่องล้ำค่าที่ใครๆก็ตามหา !

ประวัติพระ

สำหรับใครที่ชื่นชอบพระกรุเป็นเดิมอยู่แล้วต้องไม่ควรพลาดเพราะในครั้งนี้เราจะพาคุณนายแผนที่จังหวัดสระบุรีและมารู้จักกับกรุวัดดาวเสด็จ ทั้งยังจะพาคุณมาทราบถึง ที่มาสุดขลัง “พระนางพญา กรุวัดดาวเสด็จ จังหวัดสระบุรี” พระเครื่องล้ำค่าที่ใครๆก็ตามหา !  เพราะเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามีกรุมากมายในประเทศไทยที่มีความเก่าแก่ ก่อนหน้านี้พวกเราทีมงานส่องพระก็ได้พูดถึงจังหวัดอื่นๆกันไปมากมายแล้ว แต่ในครั้งนี้เราจะพาคุณไปยังกรุในจังหวัดสระบุรีกันบ้าง หากอยากทราบกันแล้วว่าเรื่องราวในวันนี้จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างนั้นต้องอย่ารอช้าเข้ามาชมรายละเอียดไปพร้อมกันได้เลยดังต่อไปนี้  ก่อนอื่นต้องขออนุญาตย้อนไปถึงประวัติความเป็นมาของวัดเก่าแก่ที่มีชื่อว่าวัดดาวเสด็จกันเสียก่อน  เนื่องจากวัดแห่งนี้ค่อนข้างมีความเก่าแก่ และมีมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา และเป็นอีกวัดหนึ่งที่มีความรุ่งเรืองมากในยุคนั้น เดิมทีได้มีตำแหน่งที่ตั้งตรงข้ามแม่น้ำป่าสัก จากนั้นในช่วงปี 2370 ได้มีการสร้างใหม่และมีตำแหน่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตหมู่บ้านดาวเรือง ที่ราบริมฝั่งแม่น้ำป่าสักเช่นกัน ณ จังหวัดสระบุรีในปัจจุบัน จึงได้มีการตั้งชื่อขึ้นมาใหม่ว่าวัดดาวเรือง  และในปัจจุบันผู้คนสมัยใหม่ก็จะรู้จักกันดีในชื่อว่าวัดดาวเรือง ซึ่งนำโดยเจ้าอาวาสของวัดในช่วงนั้น ซึ่งก็คือหลวงพ่อแหย่ง   หากมีใครถามถึงในเรื่องของพระกรุพระเครื่องที่มีความเก่าแก่วัดดาวเรืองหรือวัดดาวเสด็จนี้ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งวัดที่ค่อนข้างขุดพบพระเครื่องโบราณมากมายเช่นกัน เมื่อครั้งแต่กรุวัดแห่งนี้ได้มีการค้นพบกับพระเครื่องหลากหลายพิมพ์ และมีความโบราณมากอย่าง พระซุ้มกระรอก , พระกำแพงหน้าอิฐ ,พระนาคปรก ,พระปรกโพธิ์ เพียงเอ่ยชื่อก็นับว่าขนรุกกันไปอย่างมากมายแล้ว เนื่องจากพระแต่ละองค์ที่ได้กล่าวมานี้ล้วนแล้วแต่นับว่าเป็นพระในตำนานเลยก็ว่าได้ เป็นพระที่ใครหลายคนใฝ่ฝันและหายากมากในปัจจุบันจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าในแต่ละพิมพ์นั้นย่อมเป็นที่หมายตาหมายใจของเหล่าบรรดาผู้นิยมสะสมพระเครื่องกันอยู่แล้ว รวมถึงพระนางพญาที่เรากำลัจะมาพูดถึงในวันนี้  เรียกได้ว่าเป็นพระที่มีเอกลักษณ์และทรงคุณค่ามากกับชาวจังหวัดสระบุรี สำหรับพระนางพญาของกรุวัดดาวเสด็จหรือวัดดาวเรืองแห่งนี้ มีความคล้ายคลึงกับพระนางพญาแห่งวัด นางพญาในจังหวัดพิษณุโลกอย่างมาก อีกทั้งยังมีพุทธคุณสูงและโดดเด่นในเรื่องของเมตตามหานิยม ค่อนข้างมีความเข้มขลังไปทางโชคลาภ วาสนานำพาอย่างมาก จึงและไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆก็ต่างใฝ่หาและอยากได้มีไว้บูชาครอบครอง หากจะเอ่ยถามถึงในเรื่องของราคาแล้วเราก็คาดว่าไม่น่าจะตอบกันได้เนื่องจากแน่นอนว่าราคาค่อนข้างสูง และยังอาจจะะมีการราคาอัพขึ้นกันอยู่เรื่อยๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นพระนางพญาพิมพ์หลังอูมสีแดงด้วยแล้ว ต้องขอบอกเลยว่าเราอาจได้เห็นของจริงกันยาก เนื่องจากเป็นพระเครื่องเก่าแก่มากจึงค่อนข้างหายาก หรือเท่าที่เราได้พบเห็นกันอยู่ก็ไม่ทราบว่าองค์ไหนของใครจะแท้หรือองค์ไหนของใครปลอมกันบ้างซึ่งทั้งนี้เราต้องสอบถามจากผู้รู้  ขุดพบ […]

ประวัติความเป็นมาสุดขลังระดับตำนานของ  “พระคง ลำพูน” จังหวัดลำพูน

ประวัติพระ

สำหรับแฟนๆเว็บไซต์ส่องพระท่านใดที่ต้องการทราบถึงความเป็นมาของพระคงลำพูน อายุรกรรมต้องขอบอกเลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว เพราะในวันนี้พวกเราทีมงานได้รวบรวม ประวัติความเป็นมาสุดขลังระดับตำนานของ  “พระคง ลำพูน” จังหวัดลำพูน มาฝากคุณกันไว้ที่นี่ ซึ่งเราจะพาคุณย้อนอดีตไปถึงในยุคพงศาวดาร ตามด้วยจะบอกเล่าถึงรายละเอียดที่เกี่ยวกับพระคงลำพูนนี้ให้คุณได้ทราบ เพื่อความเพลิดเพลินในการอ่านและสนุกไปกับเนื้อหาทางด้านประวัติศาสตร์ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้   รู้จักกับพงศาวดารกันก่อน  สำหรับท่านใดที่ยังไม่เคยทราบถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับตำนานพงศาวดารเลย เราคงต้องขออนุญาตย้อนไปถึงในช่วงยุคสมัยนั้น เนื่องจากมันคือที่มาของพระคงลำพูนที่เราได้นำมาฝากกันในครั้งนี้นั่นเอง สำหรับเมืองหริภุญชัยหรือในปัจจุบันก็คือจังหวัดลำพูนที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทยเรา  จากตำนานพงศาวดารนั้น เมืองหริภุญชัยได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ 1200 หรือประมาณเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว ซึ่งได้ถูกสร้างด้วย พระฤๅษี 4 ตน  ในยุคสมัยนั้นเมืองละโว้ (หรือจังหวัดลพบุรีที่ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศไทยในปัจจุบัน) คือศูนย์กลางของแคว้นทราวดี ซึ่งในสมัยนั้นกษัตริย์ที่ครองเมืองละโว้คือพระเจ้าจักรวรรดิราช ซึ่งพระราชธิดาของพระองค์ก็คือพระนางจามเทวี  ถัดมาในช่วงปีพ.ศ. 1205 พระเจ้าจักรวรรดิราช ได้รับเกียรติอัญเชิญให้ไปเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองหริภุญชัย จนทำให้มีการเผยแพร่ศาสนาพุทธไปยังเมืองหริภุญชัยหรือจังหวัดลำพูนนั่นเอง  ที่มาของพระคงลำพูน หลังจากที่พระเจ้าจักรพรรดิราชได้มาปกครอง ณ เมืองหริภุญชัยหรือจังหวัดลำพูนที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทยเราในปัจจุบันนี้ ก็ทำให้ครอบครัวของพระองค์ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยและเช่นกัน “พระนางจำมาเทวี” ซึ่งเป็นพระธิดาของพระองค์ ก็ได้ทรงนำพระไตรปิฎก, พระสงฆ์ รวมทั้งพระพุทธศาสนาและศิลปะในยุคนั้น มาจากเมืองละโว้ด้วย ซึ่งพระองค์ได้นำศาสนาพุทธเข้ามาเผยแพร่ ทั้งยังได้สร้างวัดเอาไว้ทั้งสี่ทิศของเมือง ที่ชาวเมืองในยุคนั้นจะเรียกกันว่า “วัดสี่มุมเมือง”  ซึ่งเป็นศาสนสถานที่มีความสัมคัญมาก เป็น “จตุรพุทธปราการ” การสร้างถาวรวัตถุในศาสนสถานนั้นจุดประสงค์ก็เพื่อให้คุ้มครองเมืองได้ทั้งหมดสี่ทิศ […]

ที่มาสุดขลังของ “พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่” (วัดราชสิทธาราม) บางกอกน้อย !

ที่มาสุดขลังของ “พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่” (วัดราชสิทธาราม) บางกอกน้อย ! 

หากมีใครถามถึงพระดังย่านบางกอกน้อยอาจมีใครหลายคน ที่จะต้องนึกถึงพระวัดพลับเป็นอันดับต้นๆเป็นแน่  ซึ่งในครั้งนี้พวกเราทีมงานก็ได้เอาใจแฟนๆเว็บไซต์กันเช่นเคยโดยจะมาบอกเล่าถึง ที่มาสุดขลังของ “พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่” (วัดราชสิทธาราม) บางกอกน้อย ! ให้คุณได้ทราบเพราะเราเชื่อว่าอาจมีเหล่าบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องหลายๆท่านที่อยากทราบถึงที่มา และประวัติที่น่าสนใจของพระวัดพลับแห่งนี้ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชชมรายละเอียดที่น่าสนใจพร้อมๆกันเลยดีกว่า    เป็นมาอย่างไร  เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพระที่ค่อนข้างมีเนื้อผิวอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะมีใครเหมือน ทั้งยังมีที่มาและเรื่องราวที่ถูกเล่าต่อกันมานานับประการ จนทำให้เหล่าบรรดาแฟนๆและเซียนพระต่างได้อยากเสาะหาเพื่อมีไว้ในครอบครอง สำหรับประวัติความเป็นมาของพระองค์นี้ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นถึง “วัดราชสิทธาราม” กันเสียก่อน ซึ่งวัดแห่งนี้ได้ตั้งอยู่ที่เขตบางกอกน้อยจังหวัดกรุงเทพฯหรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกกันว่าฝั่งธน เป็นวัดที่มีความเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานในเขตของจังหวัดกรุงเทพฯ และวัดแห่งนี้คือต้นสายปลายเหตุของที่มาในเรื่องนี้นั่นเอง จากการเล่าขานของคนเก่าแก่ที่ได้บอกเล่าต่อๆกันมาจึงได้ความว่า ครั้งหนึ่ง ณ ลานวัดพลับ แห่งนี้ซึ่งเป็นบริเวณที่พระสงฆ์สามเณรต่างๆ รวมทั้งชาวบ้านใช้ทำกิจกรรมกัน บ้างก็ใช้นั่งพักผ่อน ซึ่งบริเวณนั้นจะเต็มไปด้วยกระรอกและสัตว์เล็กๆอย่างนกอยู่มากมาย ในวันหนึ่งได้มีกระรอกเผือกปรากฏให้ผู้คนแถวนั้นได้เห็น เนื่องจากสีสันที่แปลกประหลาดแต่มีความความสวยงามอันเป็นที่สะดุดตาใครต่อใคร จึงทำให้ผู้คนในละแวกนั้นต่างพากันวิ่งไล่จับ กระรอกเผือกตัวนั้นได้วิ่งหนีเข้าไปในโพรงพระเจดีย์ เมื่อผู้คนไล่ตามจับกระรอกเผือกตัวนั้นก็ปรากฏว่าได้พบกับ วัตถุมงคลต่างๆรวมทั้งพระพิมพ์หลายองค์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี “พระพิมพ์พุงป่องใหญ่” รวมอยู่ด้วย ที่กำลังไหลออกมาจากโพรงของข้างในพระเจดีย์ ปริมาณที่มันไหลออกมานั้นค่อนข้างมาก  ถึงขั้นที่ชาวบ้านพากันนำกระบุงตะกร้ามาลองใส่ เนื่องจากมันมีมากจริงๆ จึงเรียกได้ว่าเป็นการแตกกรุครั้งยิ่งใหญ่และเป็นครั้งแรกของยุคนั้น  และด้วยเหตุที่เจ้าตัวกระรอกน้อยเผือกตัวนั้นได้นำพาให้กลับทุกคนได้ไปพบกับ  ‘พระวัดพลับ’ องค์นี้ ทั้งยังสุดยอดวัตถุมงคลอีกมากมาย จึงทำให้กรุแห่งนี้ได้มีผู้เรียกกันต่อๆมาว่า  ‘กรุกระรอกเผือก’ และหลังจากที่ได้มีการแตกกรุในครั้งนั้นเจ้าอาวาสของวัดแห่งนี้ก็ได้ทำพิธีเปิดกรุพระเจดีย์ เมื่อทำการเปิดกรุเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้พบกับพระวัดพลับอีกมากมาย และไฮไลท์ในครั้งนั้นคือมีองค์  ‘พระสมเด็จอรหัง’ อยู่ในการแตกกรุครั้งนั้นด้วยเช่นกัน […]

ความเป็นมาของพระเครื่ององค์สำคัญ แห่งเมืองศรีสัชนาลัย  “พระร่วงหลังลิ่ม วัดช้างล้อม”  ! 

ความเป็นมาของพระเครื่ององค์สำคัญ แห่งเมืองศรีสัชนาลัย  “พระร่วงหลังลิ่ม วัดช้างล้อม”  ! 

หากได้ยินชื่อวัดช้างล้อม เซียนพระหลายคนคงจะนึกถึงเมืองศรีสัชนาลัยขึ้นมาทันที และหากมีใครกำลังสนทนาในเรื่องของพระเครื่องอยู่แล้วล่ะก็ พระร่วงหลังลิ่มนั้นย่อมจะอยู่ในบทสนทนาของพวกเขาอย่างแน่นอน ในครั้งนี้พวกเราทีมงานจะมาบอกถึง ความเป็นมาของพระเครื่ององค์สำคัญ แห่งเมืองศรีสัชนาลัย  “พระร่วงหลังลิ่ม วัดช้างล้อม” ! ซึ่งเป็นพระเครื่องที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุโขทัยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งในปัจจุบันยังค่อนข้างหาชมได้ยากโดยเฉพาะองค์แท้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเราทีมงานได้รวบรวมเนื้อหาสาระที่น่าสนใจของพระเครื่ององค์นี้มาฝากท่านผู้อ่าน ที่รักและชื่นชอบพระเครื่องกันเป็นเดิมอยู่แล้ว พร้อมทั้งจะมาบอกถึงเรื่องราวของเนื้อมวลสารและกรรมวิธีการสร้างพระเครื่ององค์นี้ ทราบเพื่อนำไปเป็นประโยชน์ต่อการดูพระของคุณ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจของพระเครื่องเลื่องชื่อ ที่มีชื่อนามว่าพระร่วงหลังลิ่มกันเลยดีกว่า  ความเป็นมา  ก่อนอื่นเราจะต้องขอกล่าวถึงวัดช้างล้อมกันเสียก่อนเนื่องจากเป็นที่มาที่สำคัญในการขุดพบพระร่วงหลังลิ่มณที่นี้  วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย อำเภอศรีสัชนาลัย เมืองเก่าที่มีพระดังมากมายและเป็นเมืองที่เรียกได้ว่าเหล่าบรรดาเซียนพระค่อนข้างอยากไปเยี่ยมเยือนกันอยู่ไม่น้อย เพราะเรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่มีพระเครื่องโบราณมากมายจริงๆ ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของพวกเราชาวไทยอีกมากมายด้วยเช่นเดียวกัน ในอำเภอศรีสัชนาลัยนี้มีโบราณสถาน ที่ค่อนข้างดึงดูดความสนใจให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต่างอยากได้มาสัมผัสถึงบรรยากาศของความคลาสสิค ณ เมืองแห่งนี้ นอกจากนี้ในจังหวัดสุโขทัยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย ให้คุณได้ค้นหาและที่สำคัญคือแต่ละแห่งนั้นล้วนรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามจริงๆ  สำหรับพระร่วงหลังลิ่ม กรุวัดช้างล้อม นั้น ถือเป็นพระเครื่องเก่าแก่ของวัดช้างล้อม จังหวัดสุโขทัย ได้ถูกค้นพบเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2480  ได้ปรากฏขึ้นจากเหตุการณ์แตกกรุครั้งแรกในช่วงนั้น ซึ่งการค้นพบนั้นได้มีพระเครื่องหลากหลายพิมพ์ปรากฏอยู่ในพระเจดีย์เก่าที่เป็นทรงลังกา  ซึ่งพระเจดีย์ทรงลังกานี้มีความเก่าแก่เนื่องจาก ได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างวัดในครานั้น ซึ่งเป็นยุคที่มีพ่อขุนรามคำแหงเป็นพระมหากษัตริย์ จึงเป็นเหตุให้ผู้คนได้มีการสันนิษฐานว่าผู้ที่สร้างพระร่วงนั่งหลังลิ่มองค์นี้ อาจจะเป็นพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เนื่องจากพระต่างๆที่ได้รับจากการแตกกรุนั้นได้ถูกบรรจุอยู่ในพระเจดีย์เก่าแก่และอาจอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว    ต่อมาหลังจากนั้นในช่วงปี พ.ศ 2495 ก็ได้มีการพบกับพระเครื่องที่มีลักษณะคล้ายกันในกรุเดียวกัน และถัดมาคือในช่วงยุคพศ 2500 ณ บ้านแก่งสาระจิต […]

ประวัติความเป็นมา “ พระปิดตา หลวงปู่แย้ม วัดด่านสำโรง ” สุดยอดความขลัง ที่ใครๆก็ปรารถนา !

ประวัติความเป็นมา “ พระปิดตา หลวงปู่แย้ม วัดด่านสำโรง ” สุดยอดความขลัง ที่ใครๆก็ปรารถนา ! 

หากมีใครทำถึงเครื่องรางของขลังและพระเครื่องของหลวงปู่แย้ม หลายคนคงจะต้องนึกถึงพระตามาเป็นสิ่งอื่นอีกอย่างแน่นอน และในครั้งนี้แน่นอนว่าเราจะมาพูดถึง ประวัติความเป็นมา “ พระปิดตา หลวงปู่แย้ม วัดด่านสำโรง ” สุดยอดความขลัง ที่ใครๆก็ปรารถนา ! ซึ่งจะมาบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจที่เชื่อว่าใครหลายคนต้องอยากรู้ พร้อมทั้งจะมาบอกถึงพุทธลักษณะของพระเครื่องนี้ให้คุณได้ทราบด้วยเช่นกัน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับรายละเอียดของเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระเครื่องของหลวงปู่แย้มกันดังต่อไปนี้  ก่อนอื่นต้องขออนุญาตย้อนไปถึงสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลวงปู่แย้มท่านยังคงมีชีวิตอยู่ หลวงปู่แย้มนั้นท่านเป็นพระเกจิผู้เรืองวิชาทางด้านวิทยาคมเป็นพระผู้มีอภิญญา และเป็นที่ความเลื่อมใสศรัทธาของเหล่าบรรดาญาติโยมในจังหวัดสมุทรปราการ และชาวไทยทั่วประเทศทั้งยังมีลูกศิษย์ลูกค้าอย่างมากมาย และถึงแม้ว่าในปัจจุบันท่านได้ล่วงลับไปนานปีแล้วก็ยังตราตรึงอยู่ในใจชาวไทย มิเสื่อมคลาย  หลวงปู่แย้มท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2387 และได้เข้ารับการศึกษาทางด้านอักขระตั้งแต่ยังคงเป็นสามเณร ต่อมาเมื่อท่านอายุครบบวชท่านก็ได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ที่วัดด่านสำโรง และตอบมาก็ได้เข้าศึกษาต่อทางธรรมที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน จังหวัดกรุงเทพฯ  หรือเข้าใจกันง่ายๆว่าวัดโพธิ์ที่ใกล้ๆกับวัดพระแก้วนั่นเอง  หลวงปู่แย้มได้มีความมุมานะและตั้งใจศึกษาทางธรรม โดยท่านได้ปฏิบัติวิปัสสนาอย่างเคร่งครัด จวบจนเมื่อถึงเวลาที่วิชาความรู้อันตั้งใจเล่าเรียนมาแตกฉาน หลวงปู่แย้มท่านก็ได้ออกเดินธุดงค์ ไปตามป่า และสถานที่ต่างๆ เพื่อฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งท่านก็ได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านเกิด ซึ่งก็คือ วัดด่านสำโรงนั่นเอง  และเมื่อท่านได้กลับมายังวัดบ้านเกิด ท่านก็ยังคงยึดมั่นในธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด พร้อมกับสร้างผลงาน สร้างพระเครื่องไวอย่างมากมาย และชื่อเสียงค่อนข้างเลื่องลือไปไกลจนประจักษ์แก่ผู้คนชาวไทยทั่วประเทศ ถึงแม้กระนั้นท่านก็ยังคงปฏิเสธยศฐาบรรดาศักดิ์ และยังคงมุ่งเน้นปกครองและดูแลวัดต่อไป ท่านคือพระนักพพัฒนา ที่ได้พลิกฟื้นวัดเก่าตั้งแต่สมัยอยุธยาอย่างวัดด่านสำโรงนี้ให้กลายเป็นปึกแผ่นมายังปัจจุบัน พร้อมๆกับความร่วมแรงร่วมใจ ของเราชาวบ้านและลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสในท่าน  เมื่อท่านได้มีสิริอายุครบ 94 […]

ประวัติความเป็นมา “พระสมเด็จ แหวกม่าน หลวงพ่อกวย” วัดโฆสิตาราม ! 

ประวัติความเป็นมา “พระสมเด็จ แหวกม่าน หลวงพ่อกวย” วัดโฆสิตาราม ! 

เมื่อมีใครเอ่ยถามถึงของดีเมืองชัยนาท เชื่อว่าใครหลายคนอาจจะต้องนึกถึงของขลังและพระเครื่องของหลวงพ่อกวยเป็นอันดับต้นๆแน่นอน วันนี้เราจะมาพูดถึง ประวัติความเป็นมา “พระสมเด็จ แหวกม่าน หลวงพ่อกวย” วัดโฆสิตาราม ! ซึ่งจะมาบอกเล่าถึงความเป็นมาสุดขลังของการสร้างพระองค์นี้ให้คุณได้ทราบ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ได้กลายเป็นพระเครื่องที่หายากกันไปเสียแล้วในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่น่าสนใจในวันนี้เราเชื่อว่าลูกศิษย์หลวงหาที่ศรัทธาหลวงพ่อกวยจะต้องชื่นชอบและอยากทราบกันอย่างแน่นอน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปชมรายละเอียดของประวัติที่น่าสนใจกันเลยดีกว่า  เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพระเครื่องที่ค่อนข้างหายากมากในปัจจุบัน สำหรับพระสมเด็จแหวกม่านของ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม หรือวัดบางแคในจังหวัดชัยนาท ถึงแม้ว่าจะมีอายุเก่าแก่และได้ผ่านการสร้างมาอย่างยาวนานแล้วก็ยังคงเป็นวัตถุมงคลที่ทรงคุณค่าแก่จิตใจของเหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกค้าของท่านอย่างเสมอมาและในปัจจุบันก็ยังคงมีผู้คนถามถึงกันเป็นอย่างมาก  หากจะถามถึงอายุอานามของพระเครื่องรุ่นนี้เห็นทีคงจะมีอายุประมาณไม่ต่ำกว่า 50 ปี เนื่องจากได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อช่วงประมาณปี 2500  เป็นที่ทราบกันดีสำหรับเราบรรดาคนที่ชื่นชอบพระเครื่องกันอยู่แล้วว่าหลวงพ่อกวยนั้นท่านมักสร้างวัตถุมงคลด้วย มวลสารที่ได้มาจากธรรมชาติในป่าลึก และเป็นการบรรจงสร้างอย่างพิถีพิถัน  สำหรับการสร้างพระเครื่ององค์นี้หลวงพ่อกวยได้สร้างมาจากตำราการสร้างตามแบบฉบับของสมเด็จโต และได้มีการนำมาประยุกต์ใช้กับวิชาความรู้ที่ท่านได้เราเรียนมาทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่าวิชาที่มีความเป็นอัตลักษณ์ในการสร้างพระเครื่องของท่านก็คือ การใช้สูตรพิเศษที่ได้มีการนำผงวิเศษมาเป็นส่วนประกอบในการสร้างพระ อีกทั้งยังได้นำเศษพลอยที่มีความละเอียดสูงรวมถึงและธาตุและเกสรดอกไม้มารวมไว้ในพระเครื่องนี้ด้วยเช่นกัน และสำหรับการสร้างพระชุดนี้ไม่ได้มีเพียงสีเดียวเท่านั้นเนื่องจากมีหลายสีอันได้แก่  เนื้อพระที่มีสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นเนื้อพระที่ได้มีการผสมกับเกสรของดอกไม้จึงออกมาเป็นสีคล้ายกับสีดอกพิกุล, เนื้อที่ค่อนข้างดำเนื่องจากได้มีการผสมกับใบลานแต่เนื้อสีนี้ค่อนข้างหายากและมีน้อย, เนื้อสีขาวหม่นอมเทาจะเป็นเนื้อผงล้วน , และบางองค์จะมีเนื้อที่ค่อนข้างละเอียด แต่ก็ยังพอที่จะสามารถมองเห็นได้ถึงพลอยและแร่ที่เป็นเม็ดเล็กๆได้ ซึ่งแต่ละองค์อาจมีความแตกต่างและมีความงดงามในรูปแบบเดียวกัน  พิธีกรรมก่อนการสร้างพระในป่าลึก  เริ่มด้วยการเลือกใช้วัสดุและมวลสารที่นำมาใช้ในการสร้างพระ คือท่านจะเดินทางเข้าไปยังป่าลึกพร้อมกับลูกศิษย์ที่เป็นพรานป่าผู้มีวิชาป่าและมีอาคมแกร่งกล้า เมื่อเข้าไปยังป่าลึกแล้วท่าจะทำการเลือกสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อทำพิธีบวงสรวงป่าและสร้างพระ  ตามด้วยการอัญเชิญครูบาอาจารย์และทำพิธีตามตำราการที่ท่านได้เล่าเรียนมา  เมื่อบวงสรวงป่าเรียบร้อยแล้วท่านจะให้ลูกศิษย์ที่เป็นพรานป่าทำการโยนผ้าขึ้นฟ้า ซึ่งผ้าที่ใช้โยนขึ้นฟ้านั้นจะเป็นผ้าขาวที่หลวงพ่อกวยปลุกเสกด้วยคาถาอาคม และการที่ให้ลูกศิษย์โยนขึ้นฟ้านี้เพื่อเป็นการกำหนดจุดในการสร้างหอสำหรับทำพิธีสร้างพระนั่นเอง ยิ่งโยนผ้าสูงเท่าไหร่ ท่านก็จะทำหลักไม้ไผ่ตามความสูงของผ้าที่โยนขึ้นไปเท่านั้น และกำหนดความสูงของหอสร้างพระตามหลักไม้ไผ่ที่ท่านได้ทำไว้ ตามด้วยการสร้างห้างบนต้นไม้สำหรับทำหอพิธี  […]

ปาฏิหาริย์ “พระของขวัญ พระผงรุ่นแรก” หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ !

ปาฏิหาริย์ “พระของขวัญ พระผงรุ่นแรก” หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ !

             หากมีการพูดถึงพระของขวัญของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก เนื่องจากพระของขวัญพระผงศักดิ์สิทธิ์นี้ เป็นพระที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ดังเช่นในสมัยสงครามเกาหลี ที่มีรัฐบาลไทยสมัยนายพล ป.พิบูลสงคราม ที่ได้ส่งทหารไทยไปช่วยรบและรอดชีวิตกลับมาในครั้งนั้น ในวันนี้จึงได้นำ ปาฏิหาริย์ “พระของขวัญ พระผงรุ่นแรก ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ”ภาษีเจริญ ! มาฝากกันในครั้งนี้ เพราะมีความศักดิ์สิทธิ์และได้สร้างปาฏิหาริย์ในการคุ้มครองเหล่าทหารให้ได้รับความปลอดภัยจากการรบได้อย่างเหลือเชื่อ และใครหลายคนมักเก็บไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้สามารถต่อสู้ได้อย่างแข็งแกร่ง ไม่หวั่นแม้ต้องเผชิญกับระเบิดหรือปืนใหญ่ที่ยิงเข้ามาจากฝ่ายตรงข้าม และยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนรุ่นหลังได้ถึงเล่าขานต่อๆกันมา รวมทั้งยังทำให้พระเครื่องรุ่นนี้กลายเป็นอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยม เรียกได้ว่าผู้นิยมสะสมพระเครื่องหลายๆท่านต่างใฝ่หากันเลยทีเดียว เพราะเชื่อกันว่าหากใครได้พกติดตัวก็จะยิ่งเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและปกปักรักษาคุ้มครองผู้มีไว้ในครอบครอง และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจกันเลยดีกว่า !  พุทธประวัติ            พระของขวัญเป็นพระผงรุ่นแรกที่สร้างขึ้นมาเมื่อปีพุทธศักราช 2493 จำนวน84,,000องค์เป็นรุ่นแรกเนื่องจากไม่พอแจกให้แก่ญาติโยมที่ชวนกันมาทำบุญเป็นจำนวนมาก จึงได้สร้าง รุ่น 2 ในปี 2494 อีก 84,000 องค์ และรุ่น3ในปี 2499 อีก 84,000 องค์ โดยหลวงพ่อสดปากน้ำ ภาษีเจริญ (สด จันทสโร) หรือพระมงคลเทพมุนี สร้างขึ้นมาเพื่อมอบให้แก่ลูกศิษย์ลูกหา และญาติโยมที่ได้ทำบุญสมทบทุนสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทำบุญด้วยเงิน 25 บาทขึ้นไป จะได้รับพระของขวัญหนึ่งองค์ และได้รับจากมือของหลวงพ่อเองจึงจะศักดิ์สิทธิ์ […]

ที่มาพระเครื่องเลื่องชื่อ พุทธคุณสูง “หลวงพ่อปาน พิมพ์ ทรงไก่หางพวง” วัดบางโคนม ! 

ที่มาพระเครื่องเลื่องชื่อ พุทธคุณสูง “หลวงพ่อปาน พิมพ์ ทรงไก่หางพวง” วัดบางโคนม ! 

  เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพระเครื่องและวัตถุมงคลต่างๆ ของหลวงพ่อปานวัดบางนมโคนั้น ค่อนข้างมีความโดดเด่นในเรื่องของพุทธคุณอันเป็นเลิศ ทั้งนี้เนื่องด้วยมีการนำส่วนประกอบของ ผงวิเศษ 3 สูตร มาใช้ในการสร้างพระซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะมีใครเหมือน ในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ ที่มาพระเครื่องเลื่องชื่อ พุทธคุณสูง “หลวงพ่อปาน พิมพ์ ทรงไก่หางพวง วัดบางโคนม”  ! กันค่ะ และถึงแม้ว่าหลวงพ่อปานท่านได้ละสังขารไปนานหลายปีแล้ว แต่ยังคงมีลูกศิษย์ลูกหาเลื่อมใสศรัทธาและระลึกถึงไม่เสื่อมคลาย และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมรายละเอียดที่น่าสนใจกันเลยดีกว่า !         หลวงพ่อปานวัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรอุยธยาได้เริ่มปลุกเสกพระเครื่องขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พุทธศักราช 2450 มีด้วยกันหลายพิมพ์ วงการพระเรียกกันว่าพิมพ์โบราณ ต่อมาในปี พุทธศักราช 2460 ได้สร้างพระเครื่องขึ้นมาอีกครั้ง รวม6 ชนิด ซึ่งได้แก่ พิมพ์ทรงนก พิมพ์ทรงไก่  พิมพ์ทรงปลา พิมพ์ทรงเม่น , พิมพ์ทรงครุฑ และพิมพ์ทรงหนุมาน ในแต่ละพิมพ์ก็จะมีพิมพ์ย่อยลงมาอีกมากมาย ตัวอย่างเช่นพิมพ์ทรงไก่ ก็จะมีพิมพ์ทรงไก่หางพวง ได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาคือ พิมพ์ไก่หางรวม,พิมพ์ไก่หางสามเส้น พิมพ์ไก่หางสี่เส้นบัวสองชั้น พิมพ์ไก่หางสี่เส้นบัวชั้นเดียว พิมพ์ไก่หางห้าเส้น และพิมพ์ไก่ยันต์แถวเดียว เป็นต้น  พุทธลักษณะ     พุทธลักษณะด้านหน้าของ พระเครื่องหลวงพ่อปาน […]

ความเป็นมาของ “พระร่วงนั่ง กรุม่วงค่อม” พระกรุอันทรงคุณค่าเมืองลพบุรี ที่ใครๆก็ตามหา !

ความเป็นมาของ “พระร่วงนั่ง กรุม่วงค่อม” พระกรุอันทรงคุณค่าเมืองลพบุรี ที่ใครๆก็ตามหา !

หากจะถามพระกรุเก่าแก่แห่งลพบุรีนักนิยมสะสมพระเครื่องหลายๆท่านอาจจะต้องนึกถึง พระร่วงกรุม่วงค่อม เป็นอันดีบต้นๆอย่างแน่นอน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ในครั้งนี้เราได้หยิบ ความเป็นมาของ “พระร่วงนั่ง กรุม่วงค่อม” พระกรุอันทรงคุณค่าเมืองลพบุรี ที่ใครๆก็ตามหา ! มาฝากคุณกันในครั้งนี้ พร้อมทั้งจะมาพูดถึงประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ หากิยากทราบกันแล้วว่า เนื้อหาสาระจะเป็นอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  Credit : komchadluek.com   และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า พระกรุนั้น ถือเป็นพระเครื่องล้ำค่าที่หายาก และไม่ว่าจะถูกค้นพบจากกรุไหนก็ตามล้วนแล้วแต่มีคุณค่าให้เหล่าบรรดาผู้นิยมสะสมพระเครื่องต่างอยากได้มาบูชาครอบครอง สำหรับพระเครื่องอย่างพระร่วง ที่ใครหลายคนมักจะพูดถึงกันอยู่บ่อยๆนั้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะหมายถึงพระที่มีต้นกำเนิดมาจากในยุคคาบเกี่ยวกับขอม ซึ่งก็คือประมาณช่วงยุคสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กับ ยุคสุโขทัย และเหล่าพศนิการในยุคนั้นจะเรียกกษัตริย์ผู้ครองสุโขทัยว่า ราชวงศ์พระร่วง และสำหรับ ลพบุรี หรือ ละโว้ ที่เราเคยได้ยินกันนั้น เมื่อครั้งในอดีตช่วงระยเวลาหนึ่งได้เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของขอม จึงทำให้ศิลปะในยุคสมัยนั้นได้มีการแพร่กระจายไปทั่วไม่ใช่มีเพียงพระเครื่องเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสถาปัตยกรรมและประติมากรรมด้วยเช่นกัน ซึ่งมีความงดงามละเมียดละไมและมีความเป็นเอกลักษณ์แบบเฉพาะ  เราจึงสังเกตุได้ว่าพระกรุแห่งลพบุรีนั้นมีความงดงามและปราณีต และค่อนข้างเป็นที่ต้องการมากของเหล่าบรรดานักสะสม เพราะไม่ใช่มีเพียงรูปลักษณ์ที่งดงามเท่านั้น แต่มีความเก่าแก่และค่อนข้างโด่งดังในเรื่องของพุทธคุณอย่างมาก ซึ่งค่อนข้างเป็นที่ร่ำลือกันว่ามีพุทธคุณสูงมากทั้งในด้านคงกระพันชาตรี ,แคล้วคลาดปลอดภัยและมหาอุด ในปัจจุบันน้อยคนนักจะมีไว้ในครอบครอง  สำหรับความเป็นมา พระร่วงนั่ง กรุม่วงค่อม นี้ ต้องขออนุญาตย้อนไปในช่วงปี พ.ศ.2516 ซึ่งได้มีการแตกกรุในช่วงปีนั้น โดยมีชาวบ้านผู้หนึ่งฝันว่า มีคนบอกให้เขาไปขุดหาพระบริเวณโคก […]

ประวัติความเป็นมาของ “พระปิดตา แร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี” อีกหนึ่งพระดีเมืองนนฯ ที่ใครๆก็ตามหา ! 

ประวัติความเป็นมาของ “พระปิดตา แร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี”

หากเอ่ยถึงนามหลวงปู่จัน ใครหลายคนคงจะต้องนึกถึงวัตถุมงคลที่ท่านได้สร้าง ในช่วงยุคสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่กันอย่างแน่นอน และในครั้งนี้เราจะมาพูดถึงประวัติความเป็นมาของ “พระปิดตา แร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี” อีกหนึ่งพระดีเมืองนนฯ ที่ใครๆก็ตามหา !   พร้อมทั้งได้นำเรื่องราวของหลวงปู่จันมาฝากกันไว้ที่นี่ เพื่อให้แฟนๆของชาวส่องพระ และผู้ที่เคารพเลื่อมใสหลวงปู่จัน ณ วัดโมลี จังหวัดนนทบุรีเป็นเดิมอยู่แล้วได้ทราบกันมากยิ่งขึ้น หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไรบ้างนั้น เราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตย้อนไปถึงในช่วงสมัยรัชกาลที่3 เนื่องจากได้มีการสร้างวัดโมลีขึ้นในช่วงเวลานั้นประมาณปีพ.ศ. 2369 โดยมีเจ้าอาวาสที่มีนามว่า “เถื่อน” เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมาหลวงปู่จันก็ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่สามแห่งวัดโมลี และท่านได้สร้างวัตถุมงคลชิ้นเอกซึ่งก็คือ “พระปิดตามหาอุด เนื้อแร่บางไผ่ ” อันสร้างชื่อเสียงโด่งดังจนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งประเทศ เนื่องด้วยมีพุทธคุณอันเป็นเลิศ จนได้รับการยกย่องให้เป็นพระปิดตาเนื้อโลหะที่เป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคี ซึ่งได้รับความนิยมสูงมากและในปัจจุบันนั้นก็มีราคาที่ค่อนข้างเอื้อมถึงยากเช่นกัน เนื่องจากหาของแท้ได้ยากมาก และเรียกได้ว่าเป็นที่ใฝ่ฝันของเหล่าบรรดานักสะสมพระเครื่องทั้งหลายอีกหนึ่งองค์ ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่จัน สำหรับหลวงปู่จันนั้นเดิมท่านเป็นชาวกัมพูชาโดยกำเนิด เกิดในประเทศกัมพูชา(เขมร) ช่วงประมาณปี 2355 ท่านได้อุปสมบทและศึกษาธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด จนได้ออกเดินธุดงค์แสวงบุญมาจากประเทศกัมพูชา จนมาถึงอำเภอบางบัวทองจังหวัดนนทบุรี ครั้งที่ท่านได้ธุดงค์มายังประเทศไทยในช่วงแรกๆนั้น ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างพากันล่ำลือว่า มีพระที่เก่งในเรื่องรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้านซึ่งเป็นพระชาวเขมรถึง2องค์ อีกทั้งยังมีจริยวัตรที่งดงามอันน่าเลื่อมใสจนทำให้ชาวบ้านต่างพากันศรัทธา ต่อมาเมื่อวัดโมลีได้ขาดเจ้าอาวาส จึงนิมนต์ให้พระชาวเขมรรูปนั้นได้เป็นเจ้าอาวาสวัดรูปต่อไป โดยความพร้อมใจของชาวบ้านและผู้เลื่อมใสศรัทธาในยุคนั้น ซึ่งก็คือพระภิกษุจัน นั่นเอง  จากนั้นก็ได้มีคำร่ำลือถึงพระภิกษุจันว่าท่านเป็นพระเกจิผู้มีวิชาอาคมอันแก่กล้า สามารถล่องหนยนระยะทางได้ […]