8 พระเครื่องหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ยอดนิยม พร้อมประวัติความเป็นมา !

พระเครื่อง หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

หัวข้อ

8 พระเครื่องหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ยอดนิยม พร้อมประวัติความเป็นมา !  02

“พระข้าศักดิ์สิทธิ์ ข้าไม่ได้เสก พระพุทธเจ้าเป็นคนเสก” หากใครได้ยินคำนี้ คงต้องนึกถึงหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขึ้นมาทันที และวันนี้เราจะมาพูดถึง 8 พระเครื่องหลวงปู่ดู่ ยอดนิยม พร้อมประวัติความเป็นมา ! ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หลวงปู่ดู่ นั้น ถือเป็นสุดยอดพระเกจิอาจารย์อีกหนึ่งท่านแห่งยุค  สำหรับใครที่เคารพศรัทธาหลวงปู่ดู่เป็นเดิมอยู่แล้วต้องห้ามพลาด เพราะเราได้นำพระเครื่องหลวงปู่ดู่มาฝากคุณไว้ ณ ที่นี่ 

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าท่านเป็นพระวิปัสสนาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แห่งวัดสะแก จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ถึงแม้ว่าท่านจะได้มรณภาพไปนานหลายหลายปีแล้ว (ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ 2533)  แต่ก็ยังคงเป้นที่เคารพศรัทธาแด่คนรุ่นหลังมาจวบจนถึงในยุคปัจจุบัน รวมถึงวัตถุมงคลชิ้นสำคัญที่เหล่านักสะสมหลายๆท่านต่างใฝ่ฝันอยากได้มามีไว้ครอบครองบูชา 

  “คนดีน่ะเขาไม่ตีใคร” ถือเป็นอีกหนึ่งเป็นคำสอนของหลวงปู่ดู่ ที่ทำให้ลูกศิษย์ยึดถือเป็นแบบอย่าง และหลวงปู่ดู่นั้นท่านก็ไม่เคยวิพากษ์วิจารย์การปฏิบัติธรรมของสำนักที่ใดๆ จนเป็นแบบอย่างให้กับลูกศิษย์ที่เคารพศรัทธาและเลื่อมใสท่าน รวมทั้งอุบายธรรมอันลึกซึ้งอีกมากมาย ที่ท่านได้เคยอบรมสั่งสอนศิษย์ของท่านก่อนที่จะละสังขารจากโลกนี้ แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้เบื้องต้นแล้วว่า ถึงต่อให้ท่านจะมรณภาพจากไปได้หลายปี แต่ความเลื่อมใสศรัทธาของเหล่าบรรดาลูกศิษย์ที่มีต่อท่านยังคงมีอยู่เสมอไม่เสื่อมคลาย  

บทน้อมระลึกถึงหลวงปู่ดู่

(ตั้งนะโมฯ 3 จบ) 

“นะโม โพธิสัตโต พรหมะปัญโญ

นะโม โพธิสัตโต พรหมะปัญโญ

นะโม โพธิสัตโต พรหมะปัญโญ”

1. เหรียญเปิดโลกของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

1. เหรียญเปิดโลกของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
1. เหรียญเปิดโลกของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ 02

credit. เซ็กซี่บาคาร่า

จะพาคุณมารู้จักกับเหรียญแรกในวันนี้ของหลวงปู่ดู่ นั่นก็คือ  เหรียญเปิดโลกของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งถือเป็นเหรียญที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเล่นพระเป็นอย่างมาก ถือเป็นมรดกชิ้นเอกที่เราเชื่อว่านักสะสมหลายๆท่านต่างใฝ่ฝันอยากได้มามีไว้ในครอบครองกันอย่างแน่นอน  ด้วยพุทธคุณที่แรงกล้า ด้วยคำยืนยันอย่างชัดเจนจากพระดีอย่างองค์ หลวงปู่เกษม เขมโก ที่เคยปรากฎอยู่ในคำบอกเล่าต่างๆที่เคยเล่าขานต่อๆกันมา 

สำหรับพิธีพุทธาภิเษกในการสร้างเหรียญเปิดโลกในครั้งนั้น ได้มีขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ 2532 ซึ่งมีคนจำนวนมากจนเกินคาดหมายมาร่วมในงานพิธี ทั้งยังได้นำของมาเข้าร่วมพิธีปลุกเสกและของฝากซึ่งมากมายจนล้นท่วมองค์หลวงปู่ดูในวันนั้น และหลังจากจากเสร็จสิ้นพิธีพุทธาภิเษกในครั้งนี้อีกไม่กี่เดือนถัดมาท่านก็มรณภาพ คล้ายกับเป็นวาระสุดท้ายที่หลวงปู่จะโปรดบรรดาศิษย์ของท่าน เว็บสล็อต pg slot

สำหรับการสร้างเหรียญเปิดโลกในครั้งนั้นพร้อมทั้งได้มีการสร้างวัตถุมงคลชนิดอื่นอีกด้วย ซึ่งประด้วยดังนี้ เหรียญเปิดโลกเนื้อทองคำจำนวน 240 เหรียญ , เหรียญเปิดโลกเนื้อเงินจำนวน 1,036 เหรียญ , เหรียญเปิดโลกเนื้อทองแดงจำนวน 10,500 เหรียญ และวัตถุมงคลอื่นๆ ได้แก่ พระผงจำนวน 5,000 องค์ (และมีการแยกออกมาฝังไว้ในพระธาตุเป็นจำนวน 360 องค์) , ตะกั่วผสมพลวงจำนวน 1,000 เหรียญ , ลูกแก้วสารพัดนึกจำนวน 5,000 ลูก และโปสเตอร์รูปหลวงปู่ดู่อีกจำนวน 10,000 แผ่น 

ทางด้านพุทธลักษณะของเหรียญเปิดโลกนี้ เป็นเหรียญทรงรูปไข่ ในส่วนของด้านหน้าเหรียญตรงกลางเป็นองค์รูปเหมือนหลวงปู่ทวดในท่านั่งขัดสมาธิเต็มองค์ บนฐานดอกบัว ซึ่งได้สื่อถึงพระโพธิสัตว์ที่บารมีเต็มแล้ว บนฝ่ามือนั้นเป็นลูกแก้วทรงกลม ด้านซ้ายตรงขอบมีอักษรสลักคำว่า “หลวงพ่อทวด” ในส่วนขอบด้านขวามีอักษรสลักคำว่า “เหยียบน้ำทะเลจืด”  

ในส่วนด้านหลังของเหรียญ ด้านบนเป็นยันต์ ส่วนด้านล่างเป็นอักษรคำว่า “พระพรหมปัญโญ(ดู่)”  บรรทัดถัดมามีอักษรคำว่า “วัดสะแก อยุธยา” และบรรทัดล่างสุดมีอักษรคำว่า “๒๕๓๒” 

2. พระเหนือพรหมเนื้อผง หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

2. พระเหนือพรหมเนื้อผง หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

มาต่อกันที่พระเครื่องหลวงปู่ดู่อีกหนึ่งองค์สำคัญที่ชื่อว่า “พระเหนือพรหมเนื้อผง หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” ถือเป็นพระผงที่หายากมาในปัจจุบัน สำหรับพระเหนือพรหมเนื้อผง รุ่นนี้ถูกจัดสร้างในปี พ.ศ 2517  ซึ่งมีอยู่เนื้อเดียวคือ เนื้อผงสีขาว หรือ ผงมหาจักรพรรดิ 

ทางด้านพุทธลักษณะนั้น มีรูปแบบเป็นพระพรหมที่มี 4 พระพักตร์ และมีรูปพระพุทธองค์อยู่ทางด้านบนของเศียร นั่งอยู่บนฐานและมียันต์อยู่เบื้องหลัง ส่วนด้านหลังนั้น เป็นแบบเรียบ มีเนื้อเป็นเนื้อผงสีขาว หรือ ผงมหาจักรพรรดิ 

สำหรับพระเครื่องชุดนี้หลวงปู่ดู่ได้จัดสร้างขึ้นด้วยตัวท่านเอง เพื่อแจกให้กับผู้ที่ได้มาฝึกกรรมฐานที่วัด และได้มอบให้เฉพาะบางคนเท่านั้น ซึ่งในยุคแรกจะไม่ปั๊มยันต์หมึกที่เป็นรูปกงจักร ซึ่งปั๊มจะมีขึ้นหลังจากที่ท่านได้มรณภาพไปแล้ว สำหรับบางองค์นั้นจะมีคราบสีออกเหลืองเนื่องจากการแช่น้ำชาที่ชงดื่ม   

3. พระสมเด็จรุ่นแรก หลวงปู่ดู่ วัดสะแก 

3. พระสมเด็จรุ่นแรก หลวงปู่ดู่ วัดสะแก

มาต่อกันที่ พระสมเด็จรุ่นแรก ของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ถือเป็นพระอีกหนึ่งรุ่นที่ใครหลายคนต่างปรารถนาอยากได้มาครอบครองบูชา สำหรับพระสมเด็จรุ่นแรก ของหลวงปู่ดู่นี้ ถูกสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ 2492-2493 ที่บริเวณพระอุโบสถของวัดสะแก เนื่องด้วยหลวงปู่ใหญ่ (ซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดสะแกในขณะนั้น) ได้มอบหมายให้หลวงปู่ดู่ เป็นธุระในการดำเนินการจัดสร้างพระในครั้งนั้น ซึ่งเป็นพระสมเด็จรุ่นแรกของวัดสะแกด้วย 

สำหรับการจัดสร้างในครั้งนั้น ได้สร้างแบบพิมพ์ขึ้นมาเป็น 3 แบบพิมพ์ ซึ่งได้แก่ 1. พิมพ์สมเด็จสามชั้นฐานบัว 2. พิมพ์สมเด็จสามชั้นฐานผ้าทิพย์ มะอะอุ และ3. พระสมเด็จฐานสามชั้น ซึ่งสำหรับมวสารที่นำมาสร้างพระในครั้งนั้น คือผงมหาราชที่หลวงปู่ใหญ่ท่านได้มอบให้ พร้อมกับพระสมเด้จระฆังบิ่นมุมให้อีก 1 องค์ และมวลสารอื่นซึ่งประกอบด้วย ผงอิทธิเจ, ผงถ่านโพธิ์ , สีผึ้ง, เทียนชัย, ผงปถมัง, ผงตรีนิสิงเห และน้ำมันต่างๆ ได้แก่ น้ำมันจันทร์, น้ำมันหอม และน้ำมันงา นอกจากนี้ยังใช้ส่วนผสมจากน้ำโหม่งหมัก และปูนขาว รวมทั้งน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากสถานที่ต่างๆ ในการจัดสร้างพระสมเด็จในครั้งด้วย   

หลังจากหลวงปู่ดู่ท่านได้ทำการภาวนาอธิษฐานจิตเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการจารอักขระด้วยดินสอลงบนองค์พระทุกองค์ และสำหรับบางองค์ก็ได้มีการจารอุณาโลมพระนลาฎในองค์พระ นอกจากนี้บางองค์ก็เป็นการจารด้วยดินสอรอบองค์พระ อันเป็นเอกลักษณ์ของการสร้างพระเนื้อผงพุทธคุณของ หลวงปู่ดู่ แห่ง วัดสะแก เป็นส่วนใหญ่ 

สำหรับพุทธลักษณะทางด้านหน้านั้น เป็นองค์พระพุทธปางสมาธิประทับนั่งบนฐานสามชั้น มีขอบรอบด้านบนเป็นโค้งมน จำนวนการสร้างไม่ได้มีข้อมูลระบุไว้ แต่ถือเป็นพระเครื่องอีกหนึ่งรุ่นของหลวงปู่ดู่ ที่นักสะสมต่างปรารถนากันเป็นอย่างมาก   

คาถามหาจักรพรรดิ

“นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ 

มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา

 พุทโธ ธัมโม สังโฆ 

ยะธา พุท โมนะ 

พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา

 อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี 

จะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโต 

อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ 

สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ” 

4. เหรียญหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ดู่พิมพ์สี่เหลี่ยม ปี ๒๕๒๒

4. เหรียญหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ดู่พิมพ์สี่เหลี่ยม ปี ๒๕๒๒

สำหรับพระเครื่องรุ่นต่อไปที่เราจะพาคุณไปรู้จักก็คือ “เหรียญหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ดู่พิมพ์สี่เหลี่ยม ปี ๒๕๒๒”  สำหรับเหรียญหล่อรูปเหมือนของหลวงปู่ดู่รุ่นนี้ ได้ถูกจัดสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ 2522 ตามชื่อรุ่น มีจำนวนการสร้างในครั้งนั้นประมาณ 1,111 เหรียญ และมีจำนวนที่สร้างเป็นเนื้อเงินประมาณ 111 เหรียญ 

มีพุทธลักษณะเป็นเหรียญทรงสี่เหลี่ยมมีหูในตัว สวยงามและมีความปราณีตตามยุคสมัย ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนของหลวงปู่ดู่ในอิริยาบทนั่งสมาธิ ในส่วนด้านซ้ายและด้านขวามีรูปดอกบัวตูมฝั่งละ 5 ดอกปรากฎด้านใต้ขององค์หลวงปู่ดู่มีอักษรที่สลักคำว่า “๑พรหมฺปญฺโญฺ” และทุกเหรียญจะมีการตอกโค้ดไว้ทางด้านของเหรียญทั้งหมด และสำหรับเหรียญเงินนั้นหลวงปู่ดู่ท่านได้มีการจารอักขระเอาไว้ทุกเหรียญทางด้านหน้า รวมทั้งจารอักขระลงในส่วนด้านหลังของเหรียญที่เป็นเนื้อโลหะผสม มีความสวยงาม 

5. เหรียญปั๊มเสมาหลวงปู่ดู่ ปี ๒๕๒๕ 

5. เหรียญปั๊มเสมาหลวงปู่ดู่ ปี ๒๕๒๕

มาต่อกันที่ เหรียญปั๊มเสมาหลวงปู่ดู่ ปี ๒๕๒๕ สำหรับเหรียญเสมานี้ ได้มีการจัดสร้างขึ้นในวาระฉลองจังหวัดกรุงเทพมหานครอายุครบ 200 ปี ซึ่งได้จัดขึ้นในปี พ.ศ 2525 ได้มีการจัดสร้างและดำเนินการโดยทางวัด การสร้างเหรียญในครั้งนั้นมีการจัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อต่างๆหลายเนื้อได้แก่ เหรียญเนื้อเงินจำนวน 108 เหรียญ , เหรียญเนื้อตะกั่วจำนวน 108 เหรียญ และเหรียญเนื้อทองแดงจำนวน 2525 เหรียญ (ซึ่งเป็นจำนวนตามปีพ.ศที่สร้าง) 

สำหรับพุทธลักษณะของเหรียญนั้นมีความสวยตามยุค และมีเอกลักษณ์แบบโบราณ เป็นเหรียญปั๊มรูปทรงเสมา มีหูห่วงในตัว ในส่วนของด้านหน้าใต้ห่วงนั้นมีอักษรที่สลักปีพ.ศที่สร้างคำว่า “พ.ศ.๒๕๒๕” ในส่วนตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ดู่ในอิริยาบทนั่งสมาธิ อยู่เป็นตั่ง รอบองค์หลวงปู่จะมีอักขระปรากฎให้เห็นอย่างเด่นชัดคำว่า “นะ โม พุท ธา ยะ” ในส่วนของขอบด้านซ้ายมีอักษรสลักคำว่า “พรหมปัญโญ” และในส่วนขอบข้างด้านขวามีอักษรที่สลักคำว่า “(ดู่)วัดสะแก” 

ในส่วนของเหรียญด้านหลังมีลักษณะเป็นยันต์เฑาะห์อยู่ตรงกลาง และมียันต์นะอยู่ทางด้านล่าง นอกจากนี้ยังมีอักขระคำว่า “พุท ธะ สัง มิ” และ “จะ ภะ กะ สะ และ นะ มะ พะ ทะ” ล้อมรอบ และด้านบนฝั่งซ้ายเป็นอักษรที่สลักคำว่า “ร.ส.” และด้านบนฝั่งขวามีอักษรที่สลักคำว่า “๒๐๐” และสำหรับทุกๆเหรียญนั้นจะมีการตอกโค้ดที่บริเวณสันข้างของของเหรียญทุกเหรียญ และได้มีการลงจารอักขระบนเหรียญตะกั่วจากหลวงปู่ดู่ทุกเหรียญ 

หากจะถามถึงเหรียญรุ่นนี้ในปัจจุบันคงค่อนข้างหายากกันพอสมควร จึงเป็นที่ปรารถนาของนักสะสมหลายๆท่านมาจนถึงปัจจุบัน 

6. เหรียญเศรษฐี หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก ปี 31 

6. เหรียญเศรษฐี หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก ปี 31

มาต่อกับเหรียญอีกหนึ่งรุ่นที่มีชื่อว่า “เหรียญเศรษฐี หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ปี 2531” สำหรับเหรียญรุ่นนี้ได้ถูกสร้างขึ้น ณ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในปีพ.ศ 2531(ซึ่งมีอายุได้ประมาณ 30 กว่าปีในขณะนี้) โดยทางวัดสะแกเป็นผู้จัดสร้าง และมีหลวงปู่ดู่เป็นผู้ปลุกเสก มีจำนวนการสร้างโดยแบ่งออกเป็น 5 เนื้อ ได้แก่ เหรียญเนื้อทองแดงจำนวน 10,000 เหรียญ , เหรียญเนื้อตะกั่วจำนวน 300 เหรียญ, เหรียญเนื้อนวโลหะจำนวน 200 เหรียญ, เหรียญเนื้อเงินจำนวน 1,000 เหรียญ และเหรียญเนื้อทองคำจำนวน 56 เหรียญ ซึ่งในปัจจุบันนั้น เหรียญเนื้อทองคำเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมมากที่สุด 

ด้านพุทธลักษณะนั้น เป็นเหรียญปั๊มทรงกลมมีหูในตัว มีกรรมวิธีการปั๊มแบบยุคใหม่ ด้านหน้าเหรียญตรงกลางนั้นเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ดู่อยู่ในอิริยาบทนั่งขัดสมาธิราบอยู่เต็มองค์ พร้อมทั้งมีอักขระที่ล้อมรอบองค์ ที่เป็นข้อความสลักว่า “๑พรหมปัญโญ (ดู่) วัดสะแก ศรีอยุธยา” ในส่วนด้านล่างขององค์หลวงปู่เป็นอักษรที่สลักอักษรคำว่า “๒๕๓๑” ซึ่งเป็นปีพ.ศ ของการจัดสร้าง และในส่วนของด้านหลังเป็นยันต์ตรงกลาง และถูกล้อมรอบด้วยอักขระ

สำหรับที่มาของคำว่า “เหรียญเศรษฐี” นั้น เนื่องจากการสั่งจองเหรียญนี้มีผู้สั่งจองน้อยมาก และหลวงปู่ดู่ท่านเคยได้บอกว่า “ต่อไปเหรียญนี้จะหายาก และจะเป็นที่ต้องการมาก คนที่ใช้เหรียญนี้จะร่ำรวยทุกคน” และนั่นจึงคือที่มาจนเป็นที่เรียกติดปากกันมาจนถึงปัจจุบันว่า “เหรียญเศรษฐี”  

7. เหรียญยันต์ดวง หลวงปู่ดู่วัดสะแก พ.ศ.๒๕๒๖

7. เหรียญยันต์ดวง หลวงปู่ดู่วัดสะแก พ.ศ.๒๕๒๖

ต่อไปจะพาคุณไปรู้จักกับ เหรียญยันต์ดวง หลวงปู่ดู่ วัดสะแก พ.ศ.๒๕๒๖  ถือเป็นอีกหนึ่งเหรียญที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยพุทธคุณเข้มขลังจากประสบการณ์ในการใช้ โดยมีความเชื่อที่ถูกเล่าต่อๆกันมาว่า ดวงของหลวงปู่ดู่จะช่วยเสริมดวงให้กับผู้ที่แขวนบูชาเหรียญรุ่นนี้ จึงทำให้หลายต่อหลายคนต่างปรารถนาอยากได้มามีไว้ครอบครองบูชา โดยเฉพาะเหล่าบรรดานักสะสมและเซียนพระทั้งหลาย

เหรียญรุ่นนี้ได้มีการจัดสร้างขึ้น ประมาณปี พ.ศ 2526 การจัดสร้างเหรียญในครั้งนั้นมีด้วยกันหลายเนื้อ ได้แก่ เหรียญทองแดง และเหรียญเนื้อเงินจำนวนประมาณ 200 เหรียญ

พุทธลักษณะของเหรียญเป็นเหรียญที่มีรูปทรงไข่ มีหูในตัว ตรงกลางเป็นรูปหลวงปู่ดู่มองตรงครึ่งองค์ บนขอบจากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาทางด้านบนนั้นล้อมด้วยพระคาถาที่อ่านว่า “พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ” ส่วนด้านล่างตรงขอบมีการสลักอักษรว่า “พระพรหมปัญโญ” ซึ่งเป็นชื่อทางธรรมของหลวงปู่ดู่นั่นเอง สำหรับทางด้านหลังของเหรียญนั้นจะมียันต์ด้านบน และรอบเหรียญ ส่วนขอบด้านล่างเหรียญนั้นมีอักษรที่สลักคำว่า “วัดสะแก” 

พระคาถาสำหรับอาราธนานำเหรียญยันต์ดวงขึ้นห้อยคอ 

( ให้ตั้ง นะโมฯ 3 จบ )

“พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ”  

8. เหรียญพระแก้วมรกต ครบรอบ 30 ปี ธนาคารศรีนคร ปี 2523 หลวงปู่ดู่ วัดสะแก

8. เหรียญพระแก้วมรกต ครบรอบ 30 ปี ธนาคารศรีนคร ปี 2523 หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
8. เหรียญพระแก้วมรกต ครบรอบ 30 ปี ธนาคารศรีนคร ปี 2523 หลวงปู่ดู่ วัดสะแก 02

ต่อไปจะพาคุณไปรู้จักกับ เหรียญพระแก้วมรกต ครบรอบ 30 ปีธนาคารศรีนคร ปี 2523 หลวงปู่ดู่ วัดสะแก สำหรับเหรียญรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นในวาระครบรอบ 30 ปี ของธนาคารศรนคร ในปี พ.ศ 2523 ซึ่งถือเป็นเหรียญที่มีการแกะพิมพ์ได้คมชัดคล้ายองค์พระแก้วมรกตองค์จริงที่ประดิษฐานอยู่ใน พระบรมมหาราชวังเป็นอย่างมาก รวมไปถึงความปราณีตและเเอกลักษณ์อันอ่อนช้อย ถูกสร้างด้วยเนื้อทองแดง มีการปลุกเสกด้วยหลวงปู่ดู่ วัดสะแก และหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี 

สำหรับพุทธลักษณะของเหรียญพระแก้วมรกตนี้ ในส่วนของด้านหน้าเหรียญนั้นมีรูปลักษณะเหมือนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตองค์จริงที่ประดิษฐานอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ในส่วนของด้านหลังเหรียญนั้นมีรูปยันต์อักขระ คำว่า “อะสังวิสุโลปุสะพุภะ” ปรากฎอยู่ ซึ่งเป็นอักขระชุดเดียวกันกับที่เขียนในเหรียญบางรุ่นของหลวงพ่อเดิม มีความสูงประมาณ 3.5 ซ.ม X 2.5 ซ.ม   

คาถาบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)

“พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ

ทุติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ

ตะติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ มะหาเตโช เจวะ มะหาปัญโญ

จะ มะหาโภโค จะ มะหายะโส จะ ภะวันตุ เม

นิพพานัสสะ ปัจจะโย โห  (หรือ วาละลุกัง สังวาตังวา)”

8 พระเครื่องหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ยอดนิยม พร้อมประวัติความเป็นมา !  02

  บทพระคาถามหาจักรพรรดิ

บทพระคาถามหาจักรพรรดิ

“นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสสะ”

โดยให้ท่านสวดตามกำลังวัน ดังต่อไป จันทร์ 15 อังคาร 8 พุธ 17 พฤหัส 19 ศุกร์ 21 เสาร์ 10 อาทิตย์ 6

“นโม พุทธายะ  พระพุทธะไตร รัตนญาณ
มณีนพรัตน์  สีสะหัสสะ สุธรรมา

พุทโธ ธัมโม สังโฆ

ยะ ธา พุท โม นะ

พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา

อัคคีทานัง วะรังคันธัง

สีวะลี จะ มะหาเถรัง

อะหัง วันทามิ ทูระโต

อะหัง วันทามิ ธาตุโย

อะหัง วันทามิ สัพพะโส

พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ” 

8 พระเครื่องหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ยอดนิยม พร้อมประวัติความเป็นมา !  03

อย่างไรก็ตามอย่าลืมคำสอนที่ว่า  “ของดีอยู่ที่ตัวเรา หมั่นทำ (ปฏิบัติ) เข้าไว้ ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต อย่าลืมตัวตาย” และ “ให้หมั่นพิจารณา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ที่หลวงปู่ดู่ท่านได้เคยกล่าวเอาไว้

สุดท้ายนี้สำหรับเรื่องราวความเป็นมาของ 8 พระเครื่องหลวงปู่ดู่ ยอดนิยม พร้อมประวัติความเป็นมา !   นี้ที่เราได้นำมาฝากท่านผู้อ่านกันในครั้งนี้ ซึ่งพวกเราทางทีมงานหวังว่าท่านผู้อ่านจะถูกใจและได้ประโยชน์จากข้อมูลทั้งหลาย รวมไปถึงเหล่าบรรดานักสะสมที่ชื่นชอบในการเก็บสะสมวัตถุมงคลของหลวงปู่ดู่กันเป็นเดิมอยู่แล้ว 

ก่อนจากกันในครั้งนี้ พวกเราทีมงานขออำนาจบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งอำนาจบารมีแห่งพุทธคุณของหลวงปู่ดู่ ช่วยปกปักรักษาท่านผู้อ่านทุกท่านให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ปลอดภัยจากไวรัสร้ายในขณะนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าเราจะผ่านไปด้วยดี พบกันใหม่กับบทความในครั้งหน้าหากอยากทราบว่าเราจะนำเรื่องใดมาเล่าท่านได้ฟังกันอีกต้องห้ามพลาด สำหรับครั้งนี้ต้องขออนุญาตลากันไปก่อน หากผิดพลาดประการใดได้โปรดอภัยให้พวกเราทีมงานส่องพระ ณ ที่นี้ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาเสมอ 

ที่มา : ampoljane.com, khaosod.co.th, web-pra.com, modamulet.tarad.com, phothiyana.com, watsakae.com  

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter