สุดยอด 10 พระเครื่องยอดนิยมตลอดกาล พร้อมประวัติความเป็นมา !

พระเครื่อง เหรียญ

หัวข้อ

ขึ้นชื่อว่า พระเครื่องยอดนิยม ย่อมมีมากมายหลายรุ่น หลายเนื้อ หลายยุคหลายสมัย แต่สำหรับครั้งนี้เราได้นำ สุดยอด 10 พระเครื่องยอดนิยมตลอดกาล พร้อมประวัติความเป็นมา !  มาฝาก ไม่ใช่เพียงเอาใจเหล่าบรรดานักสะสมที่ชื่นชอบพระเครื่องเท่านั้น แต่สำหรับครั้งนี้เรายังได้นำเอาเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ มาบอกเล่าให้ท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับพระได้ทราบกันเพิ่มเติม ซึ่งเราเชื่อว่าหลายๆท่าน อาจยังไม่เคยทราบที่มาสำหรับพระบางองค์กันมาก่อนก็เป็นได้ หากท่านใดอยากทราบกันแล้วว่า พระเครื่องยอดนิยมที่ได้รับความนิยมตลอดกาลนั้นมีองค์ใดบ้าง อย่าได้รอช้า เราไปชมพร้อมๆกันเลย 

1. พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง จ.พระนครศรีอยุธยา

1. พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง จ.พระนครศรีอยุธยา

มาเริ่มต้นกันที่องค์แรกกันเลยซึ่งก็คือ พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ขอบอกกันก่อนเลยว่าหายากกันพอสมควรเพราะมีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก ซึ่งได้ถูกค้นพบเมื่อครั้งแตกกรุ ประมาณปี พ.ศ. 2481 ซึ่งได้ถูกบรรจุอยู่ใต้ฐานพระประทาน ในการพบกรุหลวงพ่อโตครั้งนั้น เป็นพระเนื้อดินที่มีเนื้อละเอียดและค่อนข้างหยาบ ได้พบแม่พิมพ์พระหลวงพ่อโตด้วยเช่นกัน ซึ่งจังหวัดนั้นได้ให้กรมศิลปกรเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งวัดบางกระทิงนี้ ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างมาตั้งแต่ปลายรัชสมัยแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 

สำหรับด้านพุทธคุณนั้นเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า โดดเด่นในเรื่องของความเป็นคงกระพันชาตรี และเมตตามหานิยม จึงทำให้คนสมัยโบราณในยุคนั้น นิยมนำมาห้อยสวมคอ โดยเฉพาะนักรบและทหารต่างๆ ที่ต้องออกรบในครั้งมีศึกสงคราม

สำหรับพุทธลักษณะของพระนั้น มีรูปลักษณะเป็นองค์ประทับนั่งขัดสมาธิราบ อยู่บนฐานที่มีบัวคว่ำและบัวหงาย มีทั้งปางสมาธิและปางมารวิชัย มีสัณฐานเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม รูปขององค์พระนั้นมีความคมชัดและชัดเด่นมาก มีพระพักตร์ที่ใหญ่ 

ซึ่งมีองค์ได้มีความชัดเจนในด้านของศิลปะสมัยอยุธยาตอนกลาง ศิลปะขนมต้มประยุกต์ซึ่งมีอายุประมาณ 300 กว่าปีมาแล้ว ได้มีการพบด้วยกัน 2 พิมพ์ คือพิมพ์สมาธิและพิมพ์มารวิชัย ลักษณะที่สามารถสังเกตได้คือด้านหลังขององค์พระนั้นจะมีรอยปาดพิมพ์ทุกอง ทั้งพระกรุเก่า และพระกรุใหม่ รวมถึงพระกรุน้ำด้วยเช่นกัน 

นอกจากนี้ยังได้มีการพบแผ่นยันต์ ที่เป็นรูปนกกาสักในวงกลมบนเนื้อดินเผา เมื่อครั้งที่มีการขุดกรุวัดบางกระทิงอีกด้วย ซึ่งภายในวงกลมมีอักขระซึ่งเป็นภาษาขอม คล้ายกับเป็นการจารึกพระคาถาไว้มีกระทู้ 7 แบก และมียันต์นะหน้าทอง ยันนะทรหด และภายนอกวงกลมนั้นเป็นรูปกลีบบัวบานอยู่รอบๆ สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเยนต์

พระคาถาบูชาหลวงพ่อโต 

( ให้ตั้งนะโม ๓ จบ​ )

อิมินาสักกา​เรนะ​  พุทธะมหานุภา​โว​

​อิมินาสักกา​เรนะ​  ธัมมะมหานุภา​โว​

​อิมินาสักกา​เรนะ​  สังฆะมหานุภา​โว​

​อิเมยันตา​ มหาเตชา มหานุภาตะชาติกา​

​มหามังคะละ​ สัมพุทตา​   อันตรา​เยวินาสะกา​

​สัพพะถะสุขะ​ สัมพุทตา​  อเนกาคุณันตา​นานับปะ​โก​

​สัพพะทุกขัง​ สัพพะภะยัง​ สัพพะ​โรคัง​วินาสสันติ​

​สัพพะลาภัง​ สัพพะสุขัง​ ภะวันตุ​เมฯ

2. พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา 

2. พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา 

องค์ต่อไปเราจะพาคุณไปรู้จักกับ พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นอีกหนึ่งพระเนื้อดินกรุ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากอีกหนึ่งองค์ ด้วยพุทธคุณอันแรงกล้าที่ครบทุกด้าน ทำให้ใครๆก็ต่างปรารถนาอยากได้มามีไว้ครอบครองบูชา ได้มีการสันนิษฐานว่าถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยอโยธยา ซึ่งพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (สมเด็จพระพนรัตน์) ได้สร้างพระพิมพ์และนำไปบรรจุไว้ในพระมหาเจดีย์ 

ได้มีการค้นพบในช่วงแตกกรุ สมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีผู้ลักลอบขุดกรุ หาสมบัติและของมีค่าไปขาย จนมาถึงในปี พ.ศ 2499 ได้มีการขึ้นทะเบียนให้วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นโบราณสถานแห่งชาติ โดยกรมศิลปากรได้เป็นผู้ขึ้นทะเบียน ต่อมาในปี พ.ศ. 2500 ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์กุฏิศาลา พร้อมทั้งมีการสร้างกุฏิเพิ่มเติมแถวบริเวณวิหาร ซึ่งทางกรมศิลปากรได้เข้ามาบูรณะพระมหาเจดีย์ และมีการขุดเจาะสำรวจโครงสร้าง รากฐานของโบราณสถานแห่งนี้ จึงทำให้ได้พบพระขุนแผนเคลือบที่นี่ นอกจากนี้ยังมีการค้นพบพระขุนแผนเคลือบ ที่วัด เชิงท่า จังหวัดนนทบุรี ในช่วงเวลาต่อมาคือช่วงปี พ.ศ 2506 และค้นพบอีกครั้งในช่วง พ.ศ 2550 ณ วัดบ้านกลิ้ง จ.พระนครศรีอยุธยาอีกด้วย

พระขุนแผนเคลือบนี้มีพุทธลักษณะที่งดงาม และมีความปราณีตเป็นอย่างมาก เป็นพระเนื้อดินจากกรุ ซึ่งได้มีการสันนิษฐานว่า อาจได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธชินราช ของจังหวัดพิษณุโลก  เนื่องจากศิลปะที่มีความโดดเด่นอย่างชัดเจน ในองค์พระ มีเส้นที่ถูกลงอย่างหนักเบา ซึ่งมีความอ่อนช้อยอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นศิลปะเดียวกันกับจิตรกรรมพู่กันจีน แต่ยังคงเอกลักษณ์แบบไทยไว้อย่างงดงาม เป็นพิมพ์ทรง 5 เหลี่ยม องค์พระแสดงปางวิชัย และประทับนั่ง มีซุ้มเรือนแก้วเป็นปริมณฑลอยู่ด้านหลัง

มีด้วยกันทั้งหมด 3 พิมพ์ คือ พิมพ์อกใหญ่ ฐานสูง , พิมพ์อกใหญ่ ฐานเตี้ย และพิมพ์อกเล็ก หรือที่ผู้คนมักนิยมเรียกกันว่า “พิมพ์แขนอ่อน” ซึ่งพิมพ์ที่หายากที่สุดก็คือพิมพ์แขนอ่อนนั่นเอง จึงทำให้มีราคาในการเล่นหากันค่อนข้างแพงแสนแพง ในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความเข้มขลังของพุทธคุณที่ครบครัน จนกลายเป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมาจนป่านนี้ 

3. พระรอดมหาวัน จ. ลำพูน 

3. พระรอดมหาวัน จ. ลำพูน 

มาต่อกันที่ พระรอดมหาวัน จังหวัดลำพูน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งที่ผู้นิยมสะสมพระเครื่องให้ความนิยมเป็นอย่างมาก ถือเป็นพระเนื้อผงยอดนิยมอีกหนึ่งองค์ สำหรับ พระรอดมหาวัน จังหวัดลำพูนนี้ ซึ่งถูกขุดค้นพบในยุคต้นสมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณปี พ.ศ. 2325  มีประวัติการสร้างนานถึงประมาณ 1,200 ปี ถูกสร้างขึ้นในยุคหริภุญชัย โดยพระนางจามเทวี (พระมหากษัตริย์แห่งมหาจักรหริภุญไชย) ราวๆปี พ.ศ.1223  มีความปราณีตและพิถีพิถันในการสร้างเป็นอย่างมาก มีความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์และคงความเป็นศิลปะในแบบยุคหริภุณชัยเป็นอย่างมาก

อีกทั้งยังมีความเชื่อกันว่า มีพุทธคุณที่เข้มขลังในด้าน คงกระพันชาตรี หากผู้ใดมีไว้ครอบครอง จะนำพาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง และแคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ถูกสร้างด้วยมวลสารที่ทำจากเนื้อดิน โดยการนำมาเผา ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งพระรอดมหาวันนี้ เป็นเอกอุภาคี หนึ่งในเบญจภาคี ที่มีราคาสูงมาก  และถือเป็นอีกหนึ่งพระเครื่องที่หาได้ยากมากในปัจจุบัน และมีการลอกเลียนแบบกันอยู่ไม่น้อย 

4. พระซุ้มกอ จ.กำแพงเพชร

4. พระซุ้มกอ จ.กำแพงเพชร

องค์ต่อไปที่ใครๆก็ใฝ่ฝันหาสำหรับ พระซุ้มกอ จังหวัดกำแพงเพชร ที่ไม่ได้หาดูหาชมกันได้ง่ายๆ ถือเป็นอีกหนึ่งพระในชุดเบญจภาคี ซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่มีความอย่างนานมาก ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่สุโขทัยยังเป็นราชธานี ซึ่งเป็นพระที่มีอายุเกือบ 1 พันปี ถูกสร้างขึ้นโดย พระมหาธรรมราชาภิไท ก่อนมีการสถาปนาเป็นกษัตริย์ในสมัยสุโขทัย มีพุทธลักษณะที่งดงาม วิจิตร มีความปราณีตในแบบศิลปะยุคสุโขทัย

ซึ่งในปัจจุบันมีราคาสูงถึงหลักหลายสิบล้านบาท ถือว่าแพงแบบสุดไปเลย เป็นที่ปรารถนาของเหล่านักสะสมกันเป็นอย่างมาก เป็นวุตถุมงคลหายากอีกหนึ่งชิ้น เพราะหลายคนเชื่อว่าในเรื่องของพุทธคุณนั้นมีความเข้มขลัง และมีความโดดเด่นครบทุกด้านไม่ว่าจะในเรื่อง เมตตามหานิยม มหาลาภ แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ถือว่าครบ อีกทั้งยังความเชื่อว่า หากใครทำการค้าขายก็จะไม่มีจน จนมีฉายาว่า “มีกูแล้วไม่จน” 

 มีพุทธลักษณะที่เป็นองค์พระพระปะติมากรรมใช้มวลสารจากเนื้อดินในการสร้าง โดยนำมาผสมกับเนื้อว่านมงคล เกสรดอกไม้ต่างๆ และถูกสร้างด้วยกรรมวิธีโบราณในแบบยุคสุโขทัย 

5. พระสมเด็จฯ วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย ธนบุรี

5. พระสมเด็จฯ วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย ธนบุรี

หากมีใครถามถึงพระเนื้อผงยอดนิยม ก็คงต้องขออนุญาตยกให้ พระสมเด็จฯ วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย ธนบุรี เป็นอันดับแรก เพราะเรียกได้ว่าเป็นรุ่นอมตะที่ใครๆก็ใฝ่ฝันเป็นหนักหนา เชื่อว่าต่อให้ใครมีไว้ครอบครองบูชาก็คงไม่มีใครกล้านำมาให้ใครๆได้ชมเล่นกันแน่นอน เพราะนอกจากจะหายากมากแล้วยังมีราคาสูงมากสูงจริงๆ 

สำหรับ พระสมเด็จฯ วัดระฆังโฆสิตารามนี้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ 2409 – พ.ศ. 2415  ที่สร้างโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งท่านได้รับการยกย่องให้เป็นผู้สร้างพระเนื้อผง “สูตรนิยม” หรือ “สูตรครู” นั่นเอง 

ถือเป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่องกันเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นองค์พระประธานใน “พระชุดเบญจภาคี” นับเป็นสุดยอดพระเครื่องอันดับหนึ่งที่เหล่าผู้นิยมสะสมบูชาพระเครื่อง ต่างปรารถนากันเป็นอย่างมาก ซึ่งมีพุทธคุณรอบด้านและมากด้วยความศักดิ์สิทธิ์

5. พระสมเด็จฯ วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย ธนบุรี 02

   มวลสารหลักนั้นสร้างจากผงปูนเปลือกหอยและผงพุทธคุณ จากนั้นได้มีการนำผงมาปั้นแล้วเขียนอักขระลงบนกระดานชนวน แล้วลบทำซ้ำโดยใช้ผงวิเศษ 5 ประการได้แก่ ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิงเห ผงผงปถมัง  ผงมหาราช และผงพุทธคุณ ที่มีอานุภาพมาก และนำมาผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ซึ่งได้แก่ เศษจีวรพระ ใบลานเผา ดอกไม้แห้ง 

  นับว่าเป็นพระเครื่องที่หายากมากที่สุด และเป็นสุดยอดพระเครื่อง ที่ผู้นิยมสะสมบูชาพระเครื่อง ต่างปรารถนากันมากที่สุด นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีราคาที่แพงมาก มีราคาสูงถึง 25,000,000 บาท เลยทีเดียว 

6. พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ยอดนิยม (ไหล่จุด) วัดช้างไห้ จ.ปัตตานี 

6. พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ยอดนิยม (ไหล่จุด) วัดช้างไห้ จ.ปัตตานี 

   สำหรับองค์ต่อไปคือ พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ยอดนิยม (ไหล่จุด)

 วัดช้างไห้ จ.ปัตตานี  ถือเป็นพระเนื้อว่านยอดนิยมที่มีราคาสูงมากในปัจจุบัน เป็นพระเครื่องที่ผู้นิยมสะสมพระเครื่อง และนักสะสมหลายท่านให้ความนิยม และมีความปรารถนาต่างอยากได้มามีไว้ครอบครองบูชา มีพิมพ์ยอดนิยมคือพิมพ์ใหญ่หรือที่เรียกกันว่า “ไหล่จุด” นั่นเอง 

  ถูกสร้างในปีพ.ศ. 2497 ซึ่งสร้างโดยพระครูวิสัยโสภณ หรือที่เรียกกันว่าท่านอาจารย์ทิม ซึ่งท่านเคยเป็นอดีตเจ้าอาวาสของวัดช้างให้จังหวัดปัตตานี ซึ่งการสร้างพระในครั้งนี้มีกรับกรรมวิธีแบบโบราณโดยใช้ว่าน 108 ต้องขออธิบายเพิ่มเติมก่อนว่า ว่าน 108 นี้ ไม่ได้หมายถึงว่าน 108 ชนิด แต่หมายถึงพุทธคุณของคำว่า108 ก็คือ “ได้ทุกสิ่งอะไรก็ได้ศักดิ์สิทธิ์” 

6. พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ยอดนิยม (ไหล่จุด) วัดช้างไห้ จ.ปัตตานี  02

กรรมวิธีในการตั้งพระเนื้อว่านหลวงปู่ทวดนี้ คือ ทำตามวิธีแบบโบราณโดยการนำว่าน 108 มาบทตามด้วยครกหินตำข้าวอย่างละเอียด จากนั้นก็นำส่วนผสมซึ่งได้แก่ ดินกากยายักษ์คราบไคลสถูปเก่า , ผงขี้ธูป , กล้วยป่า, ดอกไม้แห้ง, น้ำพระพุทธมนต์และแร่ต่างๆ แล้วนำมาทำพิธีสร้างพระและปลุกเสก

ซึ่งความโดดเด่นของพุทธคุณพระเนื้อว่านหลวงปู่ทวดนี้ ก็คือ “ครอบจักรวาล” หรือเข้าใจกันง่ายๆได้ว่ามีพุทธคุณที่ครบทุกด้านนั่นเอง ซึ่งมีความเข้มขลังเป็นอย่างมากจนเป็นเรื่องราวเล่าขานต่อๆกันมาจากใครหลายคน

วิธีการบูชาหลวงปู่ทวด 

ให้ใช้ธุปแขกเป็นจำนวน 9 ดอก พร้อมทั้งดอกมะลิสีขาว 9 ดอก 

จากนั้นให้คุณตั้ง นะโม 3 จบ แล้วตามด้วย ท่องคาถาบูชา 

คาถาบูชาหลวงปู่ทวด

ให้เราตั้งนะโม (3 จบ)

“นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา

นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา

นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา”

และความหมายของคำแปลบทสวดมีความหมายว่า  “ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่เจ้าประคุณสมเด็จหลวงปู่ทวด ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นผู้มีโชคซึ่งเข้ามาสถิตอยู่ในตัวของข้าพเจ้านี้” 

7. พระยอดขุนพล กรุวัดไก่ จังหวัดลพบุรี

7. พระยอดขุนพล กรุวัดไก่ จังหวัดลพบุรี

องค์ต่อไปน่าจะถูกใจสายบู๊กันแน่นอนกับ พระยอดขุนพล กรุวัดไก่ จังหวัดลพบุรี แล้ว ถือเป็นพระองค์เก่าแก่ ที่มีผู้นิยมสะสมพระเครื่องมีความต้องการและปรารถนากันเป็นอย่างมาก ถือเป็นพระเนื้อชินเงินที่มีผู้นิยมมากที่สุดคือ ได้มีอายุในการสร้างมาอย่างยาวนาน 

ถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ได้ถูกขุดพบเมื่อครั้งกรุแตกในช่วงประมาณปีพ.ศ. 2489 ถึง 2490 ที่ วัดพระเจดีย์วัดไก่ ซึ่งค้นพบด้วยกันหลายพิมพ์ และมีพระหลายยุคสมัยปะปนกัน ทั้งพระศิลปะลพบุรีบริสุทธิ์ และพระศิลปะอยุธยา ที่ถูกบรรจุไว้ในกรุวัดพระเจดีย์วัดไก่เดียวกันนี้ 

ซึ่งรูปพุทธะลักษณะของพระยอดขุนพลนี้ มีพระพุทธะศิลปะของสมัยลพบุรี มีพิมพ์ที่งดงาม ปราณีตอ่อนช้อย และมีความวิจิตรแบบในยุคศิลปะลพบุรี เป็นองค์ประทับนั่งปางมารวิชัยอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว ที่มีความโดดเด่นคือทรงเครื่องแบบ “เทริด” ซึ่งองค์พระทรงเครื่องแบบสวมมงกุฏมีประทับนั่งอยู่บนฐานบัลลังก์ ซึ่งมีความอลังการและโดดเด่น เมื่อได้พบเห็นเป็นอย่างมาก 

มีความเชื่อกันว่าหากใครได้ครอบครอง จะถือว่าเป็นผู้มีอำนาจบารมีสูง ทั้งยังมีพุทธคุณที่มีความโดดเด่นในเรื่องคงกระพันชาตรี แคล้วคาดและอำนาจบารมีเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันนอกจากจะหายากแล้ว ยังมีราคาที่แพงมากอีกด้วย 

คาถาพระยอดขุนพล

( ให้ตั้ง นะโม 3 จบ ) 

  แล้วท่อง “สัพพะมะละตะวิสิสะริง” (3จบ) 

ทุกครั้งที่ต้องเดินทาง ( ให้ตั้ง นะโม 3 จบ ) 

 “พุทโธหะเวรักขะติ ธัมมะจาริง ฉัตตังมหันตัง วิยะวัสสะกาเล” 3 จบ

8. พระร่วงหลังรางปืน จ.สุโขทัย 

8. พระร่วงหลังรางปืน จ.สุโขทัย 

   ยังไม่หมดกันเพียงที่เอ่ยมาข้างต้น มาต่อกับองค์ยอดนิยมองค์ต่อไป สำหรับพระเนื้อชินตะกั่วที่หายากสุดๆ นั่นก็คือพระร่วงหลังรางปืน จ.สุโขทัย นั่นเอง ซึ่งถือเป็น “จักรพรรดิแห่งพระยอดขุนพลเนื้อชิน” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ ถูกสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี แต่ได้มีการขุดพบเมื่อครั้งกรุแตก ประมาณ ปี พ.ศ. 2493 ณ บริเวณหน้าพระปรางองค์ใหญ่ ในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย (ในปัจจุบัน) ซึ่งจำนวนในการพบครั้งนั้นมีประมาณ 400 องค์

ถูกสร้างจากเนื้อชินตะกั่วดำโบราณจากเมืองสวรรคโลกหรือที่เรียกกันว่า “สนิมมันปู” ซึ่งมีพุทธะลักษณะเป็นรูปลักษณะพระยืนประทานพรอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว มีด้วยกัน 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ซึ่งในบริเวณด้านหลังขององค์พระนั้นจะมีลักษณะที่เป็นร่องจากไหล่ และมักจะถูกนิยมเรียกกันว่า “หลังรางปืน” 

ซึ่งมีพุทธะลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ มีพุทธะศิลปะในแบบของเขมรยุคบายน อีกทั้งยังมีพุทธคุณที่ครบครัน แต่โดดเด่นในเรื่องคงกระพันชาตรี โชคลาภแคล้วคลาด และป้องกันไฟไหม้

พระคาถาบูชาพระร่วงหลังรางปืน

 (ฉบับเมืองสุโขทัย วัดพระปราง กรุพระร่วง รางปืน)

ให้ตั้ง นะโม 3 จบ

อิมัง สัจจะวาจัง อธิฏฐามิ

ทุติอิมัง สัจจะวาจัง อธิฏฐามิ

ตะติอิมัง สัจจะวาจัง อธิฏฐามิ

9. พระนาคปรก กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา 

9. พระนาคปรก กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา 

    ต่อไปจะพาคุณไปต่อกันที่พระเนื้อชินอยุธยา ที่เป็นที่ใฝ่ฝันของนักสะสมหลายๆท่านนั่นก็คือ พระนาคปรก กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากจะมีพุทธะศิลปะที่สวยงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังมีความเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยเจ้าสามพระยา ซึ่งมีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก เป็นเครื่องเนื้อชินเงินที่มีอายุยาวนาน และกรุพระวัดราชบูรณะนั้นถือเป็นกรุพระใหญ่ในยุคนั้นพอสมควร  

ในสมัยเจ้าสามพระยานั้น จะมีการสร้างพระเครื่องพระบูชาต่างๆมากมาย ซึ่งได้ถูกนำไปบรรจุไว้ในกรุ ตามสถานที่ต่างๆอย่างเช่น วัดราษฎร์บูรณะ ซึ่งภายหลังใชนช่วงก่อนปีพ.ศ 2500 ได้มีชาวบ้านที่ไปลักลอบขุดหาทองคำ และสิ่งของมีค่าต่างๆมาขาย จนการค้นพบ พระเนื้อชินมากถึง 80% จากกรุพระวัดราชบูรณะนี้ 

ซึ่งมีหลักฐานทางโบราณคดีและลานดีบุกว่า เป็นหนึ่งในศิลปะทุกช่วงยุคศิลปะ ตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงอยุธยาบริสุทธิ์ มีความเชื่อว่ามีพุทธคุณในเรื่องคงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม และมหาอุด ที่มีความเข้มขลังเป็นอย่างมาก 

9. พระนาคปรก กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา  02

พระนาคปรก กรุวัดราชบูรณะ มีด้วยกันหลายพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์ใหญ่ฐานสูง , พิมพ์ใหญ่, พิมพ์เล็ก และพิมพ์เล็กจิ๋ว ซึ่งพระเครื่องในแต่ละพิมพ์นั้น มีความสวยงดงามและมีความวิจิตรเป็นอย่างมาก มีรูปลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ โดยพระพักตร์ขององค์พระ ได้ลดความเคร่งขรึมลงไปมาก ซึ่งมากกว่าในยุคศิลปะลพบุรี และพิมพ์พิเศษที่มีความงดงามอลังการ และพิมพ์ที่หายากมากที่สุด ได้แก่ พิมพ์ฐานบัวเม็ด

เคล็ดลับการดูพระแท้หรือพระปลอมนั้นก็คือ ให้คุณศึกษาในเรื่องของผิวปรอทตาย และคราบดินของขี้กรุให้มาก โดยการพิจารณาผิวของพระกรถนี้ให้ละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่จะตัดสินใจเช่าบูชา เนื่องจากมีเอกลักษณ์และรายละเอียดมากมาย 

10. พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี 

10. พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี 

 และองค์สุดท้ายที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ยอดนิยม เป็นพระผงเนื้อดินเผาผสมเนื้อว่าน ที่มีราคาสูงมาก ซึ่งในปัจจุบันมีราคาสูงถึงหลักสิบล้าน ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งพระเครื่องที่อยู่ใน “ชุดพระเบญจภาคี” เรียกได้ว่าหายากมากจริงๆ

สำหรับความเป็นมาก็คือ ได้มีการสร้างขึ้นในสมัยอู่ทอง แต่ถูกค้นพบในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีรูปลักษณะที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของยุคอู่ทองตอนต้นอยุธยา มีความเชื่อกันว่ามีความโดดเด่นของพุทธคุณในด้าน คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องคถ้มครองเหล่านักรบในยุคนั้น เป็นเนื่องจากในยุคนั้นยังคงมีการทำสงครามจึงเป็นที่นิยมกันมาก ในเหล่าบรรดาทหารผู้ออกรบ  

10. พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี  02

กรรมวิธีในการสร้างพระใช้วิธีสร้างโดยการนำมาเผาแบบโบราณ มวลสารของเนื้อพระเป็นเนื้อดินละเอียด ที่ได้นำมาผสมเข้ากับน้ำว่านและเกสรของดอกไม้ต่างๆ และในส่วนของพระผงสุพรรณที่ได้ทำจากธาตุโลหะนั้น เรียกว่า “แร่สังฆวานร” หรือ “พระผงสุพรรณยอดโถ” 

การอาราธนาก่อนขึ้นคอให้สวด พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ๑๐๘ จบ

“อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู

อนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ

สัตถาเทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ“ 

ให้ท่อง คาถานวหรคุณ ๑๓ จบ

“อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ”

และท่องคาถา คาถาพาหุง ๑๓ จบ 

“นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ” ( 3 จบ )

“พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน 

สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ

สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก 

โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต

 สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ 

สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ

 อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย

 ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ”

อย่างไรก็ตามการเล่นหาพระเครื่อง และวัตถุมงคลทั้งหลายขึ้นอยู่กับความเชื่อ หากแต่เราทำความดีควบคู่ไปด้วย ไม่เบียดเบียนหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น พุทธคุณต่างๆของครูบาอาจารย์ พระอาจารย์ที่เราต่างศรัทธาและเคารพนับถือก็จะคุ้มครองเราและสำหรับเรื่องราว สุดยอด 10 พระเครื่องยอดนิยมตลอดกาล พร้อมประวัติความเป็นมา ! ที่เราได้นำมาฝากท่านผู้อ่านกันในครั้งนี้ 

ซึ่งพวกเราทีมงานหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน และถูกใจสำหรับสิ่งที่เรานำมาเสนอ ก่อนจากกันในครั้งนี้ ขออำนาจบารมีพุทธคุณครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง ปกปักรักษา ปกป้องคุ้มครองท่านผู้อ่านทุกท่าน ณ ที่นี้ ให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ไวรัสร้ายที่กำลังคุกคาม เราจะผ่านมันไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่กับบทความในครั้งหน้า ต้องขออนุญาตลากันไปก่อน หากผิดพลาดประการใดต้อง ขออภัย ณ ที่นี้ ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านกันเสมอมา 

ที่มา : xn--42cg1eoedb1dza1a2a9cyg1e.com, www.komchadluek.net

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter