รวมสุดยอด “เหรียญหลวงพ่อคูณ” หายาก พร้อมประวัติความเป็นมา !

พระเครื่อง เหรียญหลวงพ่อคูณ

หัวข้อ

หากเอ่ยชื่อของ พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ดังนั้นการ รวมสุดยอด “เหรียญหลวงพ่อคูณ” หายาก พร้อมประวัติความเป็นมา !  มาฝากกันในครั้งนี้ เหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกหา และพุทธศาสนิกชนที่มีความเคารพศรัทธาหลวงพ่อคูณเป็นเดิมนั้น จะต้องถูกใจกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะชาวโคราช ซึ่งท่านถือเป็นที่เป็นพระสงฆ์ในดวงใจของคนไทยแทบทั้งประเทศ เป็นพระดี ที่มีความเมตตากรุณา เกินบรรยาย ด้วยเกียรติคุณแห่งอำนาจบารมีที่ทำให้ผู้คนเลื่อมใสศรัทธา จนผู้คนต่างขนานนามให้ท่านว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งที่ราบสูง” และเราจะพาคุณไปดูเหรียญหลวงพ่อคูณหายาก ที่ท่านได้เคยสร้างเอาไว้ ซึ่งเราเชื่อว่าแต่ละรุ่นที่เราได้นำมาฝากนี้ ถือเป็นรุ่นหายากที่ไม่ได้หาดูกันได้ง่ายๆแล้ว อีกทั้งยังมีราคาสูงมากในปัจจุบัน อยากทราบกันแล้วหรือไม่ อย่าได้รอช้า เราไปดูพร้อมๆกันเลยดีกว่า  

1. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นแรก ปี  2512

1. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นแรก ปี  2512

เริ่มต้นกันที่ เหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรก ปี  2512 ซึ่งได้ถูกสร้างที่วัดแจ้งนอก อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาหรือจังหวัดโคราชนั่นเอง ซึ่งจำนวนการตั้งในครั้งนั้นมีเพียง 10,000 เหรียญ ถือเป็นเหรียญรุ่นแรกและมีเนื้อเดียวเท่านั้น คือเนื้อทองแดงรมดำ โดยจัดสร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญบูชาในวันที่ 9 สิงหาคม 2512

credit. เซ็กซี่บาคาร่า

1. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นแรก ปี  2512 02

ลักษณะของเหรียญนี้เป็นเหรียญรูปทรงไข่ ทางด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือนของท่านครึ่งองค์ พร้อมทั้งมีตัวอักษรล้อมรอบที่เขียนไว้ว่า “พระอาจารย์คูณ ปริสุทฺโธ” และทางด้านล่างนั้นมีจุด 2 จุด ที่เขียนว่า””วัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา” ในส่วนของด้านหลังเหรียญนั้น มีการลงอักขระยันต์ที่ถูกเขียนเอาไว้ตรงกลาง โดยล้อมด้วยตัวอักษรที่เขียนเอาไว้ว่า  “ที่ระลึกฉลองพระประธาน วัดแจ้งนอก ในเมืองนครราชสีมา ๙ ส.ค. ๑๒” 

สำหรับพุทธคุณนั้นมีความโดดเด่นเรื่องแคล้วคาดปลอดภัย และเมตตามหานิยมเป็นเลิศ รวมทั้งพุทธคุณอีกมากมายที่มีอยู่ในเหรียญนี้ของท่าน

2. เหรียญหลวงพ่อคูณ ปี 2517

2. เหรียญหลวงพ่อคูณ ปี 2517

มาต่อกันเลยดีกว่ากับ เหรียญหลวงพ่อคูณ ปี 2517 ซึ่งในการสร้างเรียนทั้งนั้นมีเหตุการณ์ที่ถือเป็นตำนานให้กับเราชาวโคราชให้ไม่ลืมกันเลยทีเดียว สำหรับเหรียญรุ่นนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517 ซึ่งวัตถุประสงค์ในการสร้างเหรียญก็เพื่อ นำไปสร้างกุฎิสงฆ์หลังใหญ่ 2 ชั้น 

ก่อนอื่นต้องขออนุญาตย้อนไปเมื่อปีพ.ศ. 2513 ซึ่งในช่วงปีนั้นหลวงพ่อคูณท่านได้อาพาธ จึงได้มีการรักษาตัวอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมานี้ และท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสระแก้ว ในช่วงปี 2513 –  2527 รวมเป็นระยะเวลาประมาณ 15 ปี 

ซึ่งในขณะที่หลวงพ่อคูณท่านได้อาพาธอยู่นั้น ท่านก็ได้มองเห็นถึงความยากลำบากของพระสงฆ์ที่อยู่ในวัด เพราะมีเพียงกุฎิสงฆ์แบบที่มีเพียงสังกะสีเล็กๆมุงอยู่ แม้ในยามฝนตกหลังคาก็รั่วจนเปียกฝน และบางหลังก็ไม่สามารถพักได้ ดังนั้นท่านจึงมีความคิดว่าต้องการสร้างกุฎิ 2 ชั้น เพื่อนำมาทำประโยชน์สำหรับเป็นหอฉัน อีกทั้งยังทำเป็นห้องพักของสงฆ์ และทำเป็นทั้งศาลาการเปรียญ ดังนั้นจึงได้สร้างเหรียญขึ้นมาเพื่อให้ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคทำบุญ จนสามารถรวบรวมเงินเพื่อนำมาสร้างกุฎิสงฆ์หลังใหญ่ 2 ชั้น ได้สำเร็จ ซึ่งยังคงเป็นประโยชน์ให้คนรุ่นหลังในปัจจุบันได้ใช้

สำหรับลักษณะของเหรียญนั้นเป็นเหรียญรูปทรงไข่ เป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ ห่มจีวรและมีผ้าสังฆาฏิพาดที่บ่า มีอักษรที่เขียนด้านล่างว่า “วัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด นครราชสีมา” ทางด้านของหลังเหรียญนั้นมีบรรจุชะตา ของหลวงพ่อคูณ และมีอักษรภาษาขอมที่เป็นพระคาถาล้อมอยู่เขียนว่า “สะนิทัสสะนะ อัปปะฏิคา”  “มะอะอุ” ซึ่งเป็นพระคาถามหาอุด 

ในส่วนของพุทธคุณนั้นมีความเข้มขลังในด้านอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า มหาอุด 

3. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี 2519

3. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี 2519

มาต่อกันที่ เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี 2519 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีราคาแพงมากในปัจจุบันและหายากแบบสุดๆ เป็นเหรียญอีกหนึ่งรุ่นที่นัดที่ไหนต่างปรารถนาอยากได้มาครอบครองบูชาซึ่งในปัจจุบัน มีผู้ให้ราคาถึงหลักหลายล้านบาท (สำหรับเหรียญทองคำ)

สำหรับเหรียญรุ่นสร้างบารมี นี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2519 เป็นเหรียญรุ่นที่ 3 ของท่าน ซึ่งเป็นการสร้างขึ้นที่วัดบ้านไร่เป็นครั้งแรก มีความงดงาม มีพุทธลักษณะที่สวยงามแบบสมัยใหม่เป็นอย่างมาก ได้มีการสร้างไว้หลายเนื้อ และจำนวนการสร้างในครั้งนั้น มีเนื้อทองคำจำนวน 9 เหรียญ , เนื้อเงินจำนวน 199 เหรียญ เนื้อนวะโลหะจำนวน 999 เหรียญ และเนื้อทองแดงรมดำจำนวน 2519 เหรียญ (ซึ่งเป็นการสร้างตามจำนวน ปีพ.ศ. ที่สร้าง) 

3. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี 2519 02

ซึ่งรูปลักษณะของเหรียญจะเป็นรูปไข่ ทางด้านหน้านั้นเป็นรูปเหมือนของหลวงพ่อคูณนั่งสมาธิเต็มองค์ มีอักษรที่เขียนทางด้านล่างว่า “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” ในส่วนด้านหลังเหรียญนั้นมีอักขระเขียนอักษรคำว่า “วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา”  

4. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นเพชรน้ำเอก ปี 2536

4. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นเพชรน้ำเอก ปี 2536

สำหรับเหรียญรุ่นเพชรน้ำเอก ปี 2536 นี้ ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2536 การสร้างเหรียญนี้เป็นการปลุกเสกให้ศิษย์เอกของท่าน ที่เคยเป็นอดีตอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ ( คุณ ไสว พราหมณี ) เพื่อวัตถุประสงค์ในนำปัจจัยทั้งหมดจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา มาจัดซื้อรถพยาบาลให้กับสถานสงเคราะห์เด็กพิการ และนำมาสร้างอาคารที่พักให้กับเด็กพิการเวลาเดียวกัน 

การสร้างเหรียญในครั้งนั้นใช้เวลานานถึง 6 ชั่วโมง มีการเริ่มวิธีปลุกเสกตั้งแต่เวลา 1.00 น. จนถึงเวลา 07.00 น. ของเช้าในวันถัดมา คือในวันที่ 28 กันยายน 2536 หลังจากที่ได้มีการปลุกเสกแล้ว หลวงพ่อคูณ ท่านก็ได้มีการฝากข้อความที่มีให้ความสำคัญถึงนายไส ว่า “คุณกลับไปบอกไอ้ไหวด้วยว่า มึงเกิดอีก 7 ชั่วโคตร มึงก็ยังไม่ได้เห็นเหรียญแบบรุ่นเพชรน้ำเอกนี้” ความหมายที่ท่านได้หมายถึงนั้นก็คือ เพราะท่านได้ทำการปลุกเสกให้เป็นอย่างดี โดยใช้เวลาในการปลุกเสกยาวนานถึง 6 ชั่วโมง ซึ่งท่านยังไม่เคยได้ปลุกเสกเหรียญรุ่นใดได้ยาวนานต่อเนื่องเท่านี้มาก่อน 

และข้อความที่ท่านได้ฝากมานนี้ท่านได้ฝากผ่านนายเทียน อายะนันท์ (ซึ่งกำลังตำแหน่งผู้อำนวยการกองสัมมาอาชีวะสงเคราะห์ขณะนั้น) และ สมพรอัมพะวะศิริ (ซึ่งเป็นผู้ปกครองสถานสงเคราะห์บ้านเด็กพิการ) 

ราคาเล่นหาบันนั้นเหรียญทองคำมีมูลค่าถึง 100,000 บาท นอกจากนี้ยังเป็นเหรียญที่ถือว่าแพงและหายากมากอีกด้วยซึ่งเป็นเหรียญที่เหล่านักสะสมทั้งหลายต่างปรารถนาอยากได้ มีไว้มาครอบครองบูชากันเป็นอย่างมาก ทั้งหมดด้วยกัน 4 เนื้อคือ เหรียญทองแดง ,เหรียญเงิน , เหรียญนวะ และเหรียญทองคำราคาสูงกว่าเหรียญอื่นๆ

5. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นนั่งพานชนะมาร ปี 2537

5. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นนั่งพานชนะมาร ปี 2537

มาต่อกันกับเหรียญ รุ่น นั่งพานชนะมาร ปี2537 เป็นอีกหนึ่งเหรียญที่มีความงดงามและปราณีตแบบสมัยใหม่ เป็นการออกแบบที่มีการผสมผสานระหว่างเหรียญนั่งพานของหลวงปู่ทิม ( วัดละหารไร่ จ.ระยอง ) กับ เหรียญรุ่นสร้างบารมีปี 19 ของท่าน ที่มีความงดงามและเป็นเหรียญรุ่นหายากที่มีราคาสูงถึงหลักล้านในปัจจุบัน

 ได้สร้างมาทั้งหมด 4 เนื้อ คือเนื้อเงิน , เนื้อนวะ, เนื้อทองแดง และเนื้อทองคำซึ่งมีราคาแพงที่สุด สำหรับเหรียญรุ่นนี้ได้ทำการตอกโค้ดหมายเลยไว้สำหรับทุกเหรียญ ถือเป็นรุ่นยอดนิยมสำหรับผู้ค้าขายและทำธุรกิจอย่างมาก 

6. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่น คุณพระเทพประทานพร  ปี 2536

6. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่น คุณพระเทพประทานพร  ปี 2536

มารู้จักกับเหรียญอีกหนึ่งรุ่นคือ รุ่น คุณพระเทพประทานพร ปี 2536 ที่ในปัจจุบันมีราคาสูงถึงหลักหลายแสนบาท สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2536 วัตถุประสงค์ในการสร้างเหรียญในครั้งนี้ ก็เพื่อนำปัจจัยจากการบริจาคทั้งหมดเอาไว้เป็นกองทุนในการใช้จ่ายของโรงเรียนพระปริยัติธรรม 

 ซึ่ง ดร.พระมหาปรีชา ได้หารือกับลูกศิษย์คนสนิทนั่นก็คือคุณโอฬาร อากาศวิภาต ในการให้ช่วยดำเนินการ ซึ่งได้มีการสร้างเหรียญออกมาหนึ่งรุ่นคือ รุ่น คุณพระเทพพิทักษ์ แต่สำหรับการออกมาให้ได้บูชาในครั้งนั้น รายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับวัตถุประสงค์ที่จะสามารถทำให้โรงเรียนพระปริยัติธรรมอยู่ได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงมีการจัดสร้างขึ้นเหรียญขึ้นมาอีกหนึ่งรุ่นก็คือรุ่น คุณพระเทพประทานพร นี้ ซึ่งการสร้างเหรียญในครั้งนี้ก็ทำให้สามารถตั้งกองทุนบุญนิธิฯ ได้สำเร็จที่ส่งเสริมบำรุงพระพุทธศาสนาให้ดำรงต่อไป และให้ได้มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมต่อไปได้ ดั่งเจตนาของหลวงพ่อคูณที่ท่านได้ประสงค์ไว้

7. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นธนาคารศรีนคร ปี 2521

7. เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นธนาคารศรีนคร ปี 2521

มาต่อกันที่เหรียญ รุ่นธนาคารศรีนคร ปี 2521 ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเหรียญซึ่งได้รับความนิยมสูง และสำหรับเหรียญเงินในปัจจุบันมีราคาสูงถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว ได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ 2521 ในนามของวัดสระแก้ว 

เป็นการสร้างขึ้นในโอกาสเปิดสำนักงานของธนาคาร ที่จัดทำการจัดสร้างโดยธนาคารศรีนคร ในจังหวัดนครราชสีมา การจัดสร้างในครั้งนั้นได้สร้างเหรียญมาด้วยกันหลายเนื้อได้แก่ เหรียญทองแดงจำนวน 5,000 เหรียญ , เหรียญเนื้อนวะจำนวน 500 เหรียญ และเหรียญเงินอีกจำนวน 200 เหรียญ 

คาถาแคล้วคลาด ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

(ตั้งนะโมฯ 3 จบ ตั้งจิตให้มั่น)

“พุทธัง นพไกรเข้ามาอยู่ในตัวกู ให้แคล้วคลาดศัตรู วินาสสันติ

ธัมมัง นพไกรเข้ามาอยู่ในตัวกู ให้แคล้วคลาดศัตรู วินาสสันติ

สังฆัง นพไกรเข้ามาอยู่ในตัวกู ให้แคล้วคลาดศัตรู วินาสสันติ”

คาถาเรียกเงิน ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

(ตั้งนะโม 3 จบ) 

“พุทธังโหม ธัมมังโหม สังฆังล้อม อันตะรายาวินาศสันติ”

อย่างไรก็ตามการเล่นหา และสะสมวัตถุมงคลทั้งหลาย ควรควบคู่ไปกับการทำความดี ไม่เบียดเบียนหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ดั่งคำที่ว่า “ วัตถุมงคลของกู เน้นไปทางคลาดแคล้ว และปลอดภัยก็พอแล้ว แต่ไอ้คนที่เอาของกูไปใช้ ถ้ามันประพฤติปฏิบัติตัวไม่ดี คุณพระก็ไม่คุ้มครองด๊อก ” เป็นคำกล่าวที่หลวงพ่อคูณ ท่านได้เคยกล่าวเอาไว้เพื่อสอนศิษย์ 

ก่อนจากกัน พวกเราทีมงาน ขออำนาจบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายรวมทั้งอำนาจพุทธคุณจากพระเกจิอาจารย์ปกปักษ์รักษาท่านผู้อ่านทุกท่าน ให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสร้ายในครั้งนี้ เราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน และครั้งนี้ต้องขออนุญาตลากันไปก่อน หากผิดพลาดประการใดพวกเราทีมงานต้องขออภัย ณ ที่นี้ แล้วพบกันใหม่กับบทความในครั้งหน้า จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับพระในแบบใดมาฝากกันอีกนั้นต้องห้ามพลาด ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านสำหรับการติดตามอ่านเสมอมา 

ที่มา : siamrath.co.th

เจริญพร nm.sut.ac.th, thairath.co.th

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter