ประวัติความเป็นมาสุดยอดพระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนา “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง” จังหวัดอุทัยธานี ! 

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

หัวข้อ

พาคุณไปรู้จักกับพระเกจิอาจารย์หลายท่านจากหลายๆจังหวัดกันมาแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้พาท่านไปรู้จักกับพระยุคเก่าก่อนช่วงปี 2500 กันเป็นส่วนใหญ่ และในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึงประวัติความเป็นมาสุดยอดพระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนา “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง” จังหวัดอุทัยธานี !  กันดูบ้าง ซึ่งใครหลายคนอาจเคยได้ทราบข่าวว่าหลังจากที่ท่านได้มรณภาพไปเมื่อหลายสิบปีก่อนแต่สังขารของท่านกลับไม่ได้เน่าเปื่อยเหมือนผู้คนทั่วไป นอกจากจะสร้างความแปลกประหลาดใจให้กับพวกเราชาวพุทธแล้วในปัจจุบันสังขารของท่านยังถูกเก็บเอาไว้อยู่ณวัดท่าซุงและในครั้งนี้พวกเราจะพาคุณมารู้จักกับประวัติความเป็นมาของท่านเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมสิ่งที่น่าสนใจกว่าพร้อมๆกันได้เลยดังต่อไปนี้

ความเป็นมาของวัดท่าซุงหรือวัดจันทาราม จังหวัดอุทัยธานี

ก่อนที่จะไปเล่าถึงประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อหรือสีลิงดำนั้นเราต้องขออนุญาตบล็อกเล่าถึงความเป็นมาของวัดท่าซุงหรือวัดจันทารามในจังหวัดอุทัยกันเสียก่อน สำหรับวัดแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่มาก ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยาถึง 30 ปีซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ. 1863 ซึ่งมีหลวงพ่อองค์แรกที่มีนามว่า “ปาน” ซึ่งท่านเป็นผู้สร้างวัด 

ถัดมาในช่วงปีพ.ศ. 2482 วัดแห่งนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พื้นที่ของวัดจึงขยายเพิ่มเติมกว้าง 40 เมตรและมีความยาวประมาณ 80 เมตร สำหรับชื่อของวัดจันทารามนั้นถูกตั้งขึ้นเนื่องจากตั้งตามชื่อของอดีตเจ้าอาวาสที่มีนามว่าจันทร์ ซึ่งท่านเจ้าอาวาสจันทร์นั้น เดิมทีท่านได้เป็นนายทหารในช่วงยุคสมัยของพระนารายณ์มหาราชหลังจากที่ท่านกลับจากที่เชียงใหม่ก็ได้ออกตามหาภรรยาของท่านแต่เมื่อท่านไม่พบกับอดีตภรรยาของท่านท่านจึงตัดสินใจบวชที่วัดแห่งนี้ ต่อมาท่านก็เป็นสมภาร

และสำหรับเหตุผลที่ทำให้ผู้คนพากันเรียกวัดแห่งนี้ว่าวัดถ้าสูงก็คือเมื่อครั้งในอดีตนั้นที่จังหวัดอุทัยธานีค่อนข้างเต็มไปด้วยป่าไม้และมีการขนส่งท่อนซุงกันอย่างมากมายและที่สำคัญคือบริเวณวัดแห่งนี้จะทำการผูกท่อนซุงต่างๆให้เป็นแพเพื่อใช้ในการล่องไปตามแม่น้ำจึงพากันเรียกว่า “วัดท่าซุง” เนื่องจากมีซุงเยอะนั่นเอง

และต่อมาในสมัยที่หลวงพ่อหรือสีลิงดำท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านก็ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ปรับปรุงจากวัดที่เสื่อมโทรมให้เป็นวัดที่ใหม่ขึ้น ในปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 510 ไร่โดย 280 ไร่นั้นเป็นพื้นที่วัดและอีก 230 ไร่นั้นเป็นพื้นที่ป่า บริเวณวัดมีความร่มรื่นกว้างใหญ่ และยังคงมีนักท่องเที่ยวรวมถึงชาวไทยไปนมัสการพระกันอย่างไม่ขาดสายโดยเฉพาะในวันเทศกาลต่างๆรวมไปถึงวันปีใหม่ผู้คนมักจะไปกราบพระขอพรซึ่งหากคุณได้มีโอกาสไปที่จังหวัดอุทัยก็สามารถเข้าไปนมัสการไหว้พระทำบุญได้เช่นกัน

ประวัติ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง” จังหวัดอุทัยธานี

ประวัติ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง” จังหวัดอุทัยธานี

สำหรับหลวงพ่อพระราชพรหมยาน หรือที่ใครๆมักจะรู้จักกันดีในนามหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ชื่อเดิมของท่านชื่อว่านายสังเวียน สังข์สุวรรณ เกิดในช่วงปีพ.ศ. 2459 ในวันที่ 8 กรกฎาคมซึ่งตรงกับวันเสาร์ขึ้นเก้าค่ำในปีมะโรง เดิมทีถ้าเป็นคนชาวจังหวัดสุพรรณบุรีเกิดที่อำเภอบางปลาม้าตำบลสาลี เป็นบุตรของนายควง สังข์สุวรรณ กับ นางสมบุญ สังข์สุวรรณ ขอบครัวของท่านมีอาชีพเป็นเกษตรกรเป็นชาวไร่ชาวนา มีพี่น้องทั้งหมดห้าคนท่านเป็นบุตรคนที่สามของบิดามารดา

เมื่อหลวงพ่อท่านอายุได้หกขวบก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนประชาบาลวัดบางนมโค ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเสนาและเล่าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ไปจนถึงชั้นป.4 ก็ได้เข้ามาอยู่กับคุณยายของท่านที่บ้านของคุณยายซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดเรไร ปัจจุบันนั้นอยู่ที่อำเภอตลิ่งชันจังหวัดกรุงเทพแต่สมัยก่อนจะเรียกกันว่าธนบุรี ซื้อตอนนั้นหลวงพ่อท่านอายุได้ 15 ปี เมื่อมาอยู่กับคุณยายก็ได้ศึกษาเล่าเรียนทางด้านวิชาแพทย์แผนโบราณจากนั้นพออายุได้ 19 ปีเต็ม ท่านก็ได้เข้ารับราชการเป็นเภสัชกรทหารเรือ อยู่ที่สังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ

ประวัติ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง” จังหวัดอุทัยธานี

แต่ต่อมาเมื่ออายุได้ 20 ปีท่านก็เข้ารับอุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ. 2480 ท่านบวชในวันที่ 26 กรกฎาคม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่วัดบางโคนม อำเภอเสนา และพระที่เป็นพระอุปประชาของท่านก็คือพระครูรัตนภิรมย์ และมีพระกรรมวาจาจารย์คือพระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) และพระผู้เป็นพระอนุสาวนาจารย์องท่านก็คือพระอาจารย์เล็ก เกสโร เมื่อได้บวชแล้วท่านก็ศึกษาเล่าเรียนต่อจนถึงขั้นสำเร็จสอบได้นักธรรมตรี,โท และเอก โดยใช้เวลาเพียงสามปี ซึ่งท่านสามารถสอบนักธรรมเอกได้เมื่อตอนที่ท่านอายุได้ 23 ปี หลวงพ่อท่านเป็นพระผู้มีอภิญญาและมีความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียนอย่างมาก

เมื่อสอบได้นักธรรมแล้วก็ทำการศึกษาทางด้านกรรมฐานจากครูบาอาจารย์หลายท่านต่อ จึงครูบาอาจารย์ของท่านซึ่งได้แก่พระอาจารย์เล็ก เกสโร แห่งวัดบางนมโค , หลวงพ่อเนียมวัดน้อย, หลวงพ่อสุ่น แห่งวัดบางประหมอ, พระครูรัตนภิรมย์แห่งวัดบ้านแพน, หลวงพ่อเรื่อง แห่งวัดพิณสุวรรณ พระครูอุดมสมาจารนย์ แห่งวัดน้ำเต้า และหลวงพ่อโหน่งแห่งวัดอัมพวันหรือวัดของมะดันที่เรารู้จักกันดี นอกจากนี้ท่านยังเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อปานแห่งวัดบางนมโคอีกด้วย 

ในช่วงปีพ.ศ. 2481 หลวงพ่อท่านได้มาจำพรรษาอยู่ณวัดช่างเหล็ก ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดกรุงเทพอำเภอตลิ่งชันในปัจจุบัน เมื่อเข้ามาจำพรรษาณวัดแห่งนี้ท่านก็ได้ศึกษาร่ำเรียนต่อในเรื่องภาษาบาลีจนสำเร็จและสอบได้เปรียญธรรมสามประโยค ต่อมาในเวลาอีกหลายปีท่านก็ได้แต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าคณะ 4 วัด และถูกแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสแห่งวัดบางนมโคจากนั้นก็ได้ย้ายไปยังวัดอื่นๆและได้มาจำพรรษาอยู่ณวัดท่าซุงในช่วงปี 2511

ประวัติ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง” จังหวัดอุทัยธานี

เมื่อมาจำพรรษาที่วัดท่าซุงหลวงพ่อท่านก็ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมและขยายวัดถ้าสูงให้มีบริเวณกว้างใหญ่ขึ้นจากที่ดินเดิมที่มีอยู่ประมาณหกไร่กว่าๆ จนมาถึงช่วงปี 2527 ที่ดินกว้างขึ้นถึง 289 ไร่ และท่านได้รับพระราชทานให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระสุธรรมมยานเถร” ถัดมาจากนั้นอีกไม่กี่ปีซึ่งตรงกับปีพ.ศ. 2532 ท่านก็ได้รับมาจากราชทานให้เลื่อนสมณสักที่ “พระราชพรหมยาน ไพศาลภาวนานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี” จากนั้นถัดมาไม่นานในช่วงปีพ.ศ. 2535 หลวงพ่อท่านก็ได้มรณภาพลงด้วยการอาพาธจากการติดเชื้อในกระแสเลือดกับโรคปอดบวมอย่างรุนแรงซึ่งรวมสิริอายุของท่านได้ 76 ปี 

แต่ก็เป็นเรื่องน่าประหลาดและอัศจรรย์ใจตรงที่ว่าหลังจากที่ท่านมรณภาพไปแล้วร่างกายและสังขารต่างๆของหลวงพ่อท่านไม่ได้เน่าเปื่อยไปอย่างเช่นศพของผู้คนทั่วไป จึงได้มีการเก็บรักษาเอาไว้ ณ วัดท่าซุงมาจนถึงในยุคปัจจุบัน. ซึ่งหากใครได้แวะไปยังจังหวัดอุทัยก็สามารถเข้าไปนมัสการขอพรได้ ณ วัดแห่งนี้ 

ประวัติ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง” จังหวัดอุทัยธานี

เต็มอิ่มกันไปแล้วสำหรับเรื่องราวของ ประวัติความเป็นมาสุดยอดพระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนา “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง” จังหวัดอุทัยธานี !   ที่ได้นำมาฝากกันไปเมื่อสักครู่ ใกล้ถึงปีใหม่แล้ว พวกเราทีมงานส่องพระขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุข สมหวังในเรื่องที่ท่านปรารถนาทุกประการ ร่ำรวยเงินทอง ขอคุณพระศรีรัตนตรัยปกป้องคุ้มครองท่านและครอบครัวให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ สำหรับวันนี้พวกเราทีมงานต้องขออนุญาตลากันไปก่อนถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ณที่นี้อย่างสูง แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter