ประวัติความเป็นมาของพระเถราจารย์แห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง “หลวงพ่อพุฒ สุทัตโต” แห่ง วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม  จ.อุทัยธานี !

ประวัติความเป็นมาของพระเถราจารย์แห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง-หลวงพ่อพุฒ-สุทัตโต

หัวข้อ

ถัดมาทางฝั่งลุ่มน้ำสะแกกรังกันบ้างในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับพระเถราจารย์แห่งเมืองอุทัยธานี ที่ใครหลายคนเคารพศรัทธา และแน่นอนว่าในวันนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาของพระเถราจารย์แห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง “หลวงพ่อพุฒ สุทัตโต” แห่ง วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม  จ.อุทัยธานี !  เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อพุธสุทัตโตเป็นเดิมอยู่แล้วได้ทราบถึง ประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของท่านมากยิ่งขึ้น  และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสาระที่น่าสนใจดังต่อไปนี้กันเลย  

ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อพุฒ สุทัตโต

 แห่ง วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม  จ.อุทัยธานี 

ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อพุฒ สุทัตโต

สำหรับประวัติความเป็นมาของพระราชอุทัยกวีหรือที่เรารู้จักท่านกันดีในนามหลวงพ่อพุฒ สุทัตโตนั้น ท่านเป็นชาวจังหวัดอุทัยธานีโดยกำเนิดท่านเกิดอยู่ที่หมู่บ้านหนองเต่าซึ่งตั้งอยู่ในตำบลทุ่งใหญ่ของอำเภอเมืองในจังหวัดอุทัยธานี ท่านมีชื่อว่าในพุฒ แจ้งอิ่ม ซึ่งเรียกได้ว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าเนื่องจากท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2439 ท่านเกิดในวันที่ 9 เดือนธันวาคม 

เมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นเด็กท่านจะคอยช่วยคุณพ่อคุณแม่ของท่านคอยเลี้ยงน้องครอบครัวของท่านประกอบอาชีพทำไร่ทำนา และท่านเป็นเด็กที่มีความสนใจในเรื่องการปฏิบัติธรรมและชอบสวดมนต์อยู่แล้วเนื่องจากคุณพ่อของท่านมักสอนท่านให้สวดมนต์ในทุกๆคืนก่อนนอน ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก  ถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2453 คุณพ่อก็ได้นำท่านไปฝากไว้กับพระสุนทรมุนี (หลวงพ่อใจ ) ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดมณีธุดงค์สงฆ์มูลลิกาวาส และได้เลื่อนสมณศักดิ์ในอีก 3 ปีต่อมา  

หลวงพ่อพุฒท่านได้มีโอกาสเข้าศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวัดมณีธุดงค์เชลยศักดิ์ วิชาที่ท่านได้เรียนก็คือวิชาลงรักปิดทอง วิชาเลขะ วิชาภาษาไทย และวิชาภาษาขอม  

บรรพชาอุปสมบท 

ในช่วงปีพ.ศ 2454 หลวงพ่อพุฒ ท่านก็ได้บวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดทุ่งแก้ว ซึ่งในขณะนั้นยังใช้ชื่อเก่า  ท่านบวชในวันที่ 6 เดือนมีนาคม  จากนั้นถัดมาเมื่ออายุได้ครบบวชท่านก็บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ในปีพ.ศ 2458 อยู่ที่วัดทุ่งแก้วเช่นกัน  ซึ่งพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือพระสุนทรมุนี (ใจ คงฺคสโร) ส่วนพระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้กับท่านก็คือพระมหายอด อกฺกวํโส และได้รับฉายาทางธรรมว่า สุทตฺโต 

การศึกษา 

บุคคลในภาพคือ ในภาพสมเด็จวันรัต(เฮง) ,หลวงพ่อสิน  ท่านเจ้าคุณพุฒ, ,หลวงพ่อเดิม, ฯลฯ

หลังจากที่ท่านได้บวชเป็นสามเณร ท่านก็ได้ร่ำเรียนทางด้านบุญกระจายและศึกษาธรรมบทตลอดจนธรรมะขั้นพื้นฐานต่างๆ  และเมื่อครั้งที่ท่านได้เป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วท่านก็สามารถสอบได้นักธรรมตรีจากสำนักเรียนวัดทุ่งแก้วตั้งแต่ในช่วงปีพ.ศ 2459 หลังจากนั้นพระอาจารย์ของท่านซึ่งก็คือพระสุนทรมุนีก็ได้ส่งให้ท่านไปศึกษาต่อที่สำนักวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ในช่วงปีพ.ศ 2460 และท่านก็สามารถตอบได้นักธรรมโท  จากนั้นถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2563 ท่านก็สามารถสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยคและในปีถัดมาท่านก็สามารถตอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค  ตามด้วยปีถัดมาคือปีพ.ศ 2465 ท่านก็สามารถตอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยคเป็นไปตามลำดับ   

ในขณะที่ท่านกำลังศึกษาอยู่ที่วัดมหาธาตุยุวราษฎร์รังสฤษดิ์นั้น  ท่านก็ได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ที่คอยอบรมสั่งสอนให้ท่านได้รับความรู้ต่างๆอย่างเข้าใจจนลึกซึ้งซึ่งหลวงพ่อพุฒ ท่านก็ได้มีโอกาสรับใช้สมเด็จวันรัต จึงถือเป็นลูกศิษย์ที่มีความใกล้ชิดคนหนึ่ง เนื่องจากท่านเป็นชาวจังหวัดอุทัยธานีเหมือนกัน ประกอบกับหลวงพ่อพุฒนั้นท่านมีความอุตสาหะวิริยะ และมานะในการปฏิบัติกิจทางสงฆ์จึงทำให้สมเด็จพระวันรัตท่านมองเห็นถึงความตั้งใจ ท่านจึงได้รับความเมตตาและได้รับไว้วางใจมากจากสมเด็จพระวันรัต 

การศึกษา 

นอกจากท่านจะได้ศึกษาทางด้านปริยัติธรรมแล้วท่านยังมีความสนใจในเรื่องของการวิปัสสนากรรมฐานไม่น้อย  ถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2496 ท่านจึงได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนวิปัสสนากรรมฐานและผู้ถ่ายทอดให้ท่านก็คือ พระภัททันตะ อาสภเถระ ธัมมาจริยะ ซึ่งเป็นพระภิกษุสงฆ์ชาวประเทศพม่าที่ได้เดินทางมาเผยแผ่ธรรมะ  และท่านมีความเชี่ยวชาญทางด้านวิปัสสนากรรมฐานอย่างมาก ซึ่งท่านเดินทางมาเผยแผ่ธรรมะทางด้านนี้โดยเฉพาะ

เมื่อหลวงพ่อพุฒท่านได้รับความรู้ในเรื่องวิปัสสนากรรมฐานแล้วท่านก็ยังได้นำวิชาความรู้ต่างๆไปถ่ายทอดและอบรมสั่งสอนให้กับลูกศิษย์ชาวอุทัยธานีและลูกศิษย์ที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงของท่านอีกมากมาย ซึ่งท่านได้เริ่มต้นสอนตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ 2497 จากนั้นก็ได้มีการจัดตั้งวิปัสสนามูลนิธิวัดมณีสถิตย์ปิฏฐาราม ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งมูลนิธินี้ขึ้นก็เพื่อต้องการบำเพ็ญทานและเป็นการสร้างกุศลในพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังสร้างสำนักนักเรียนปริยัติธรรมวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม อีกด้วย  เพื่อเป็นการส่งเสริมทางด้านการกุศลให้กับสาธารณประโยชน์ เรียกได้ว่าในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นท่านใดอุทิศตนให้กับสาธารณะสังคมและพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  

 หลวงพ่อท่านมรณภาพลงในช่วงปีพ.ศ 2533 ในวันที่ 24 เดือนเมษายน รวมศิริอายุได้ 94 ปีในพรรษาที่ 74  เรียกได้ว่าสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับลูกศิษย์ลูกหาและผู้คนชาวจังหวัดอุทัยธานีและชาวไทยไม่น้อย แล้วถึงแม้ว่าท่านจะได้มรณะภาพไปหลาย 10 ปีแล้วแต่คุณงามความดีที่ท่านได้เคยฝากเอาไว้ยังคงตราตรึงอยู่ในใจชาวไทยมีเสื่อมคลาย  

ความรู้ทางด้านพุทธาคม 

ความรู้ทางด้านพุทธาคม 

เนื่องจากอุปนิสัยส่วนตัวนั้นท่านมีความชื่นชอบการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาและมีความสนใจทางด้านพุทธาคมรวมถึงไม่หยุดที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมไม่ว่าจะอายุมากเพียงใด ซึ่งท่านไม่ได้ศึกษาอยู่เพียงแต่ในวัดทุ่งแก้วเท่านั้นเพราะท่านยังได้มีโอกาสไปศึกษาในสถานที่อื่นๆ จากพระอาจารย์ผู้มีวิทยาคุณอีกมากมาย รวมถึงพระเกจิอาจารย์ชื่อดังซึ่งได้แก่ หลวงพ่อเคน แห่ง วัดดงเศรษฐี ใน อำเภอ หนองขาหย่างของจังหวัดอุทัยธานี, หลวงพ่อเดิมแห่งวัดหนองโพ ในจังหวัดนครสวรรค์ , พระธรรมไตรโลกาจารย์แห่งวัดเขาแก้วซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอพยุหะคีรีของจังหวัดนครสวรรค์,  หลวงพ่อจิ๋วแห่งวัดเนินเหล็ก ที่อำเภอเมืองในจังหวัดอุทัยธานี , หลวงพ่อสินแห่งวัดหนองเต่าที่อำเภอเมืองแห่งจังหวัดอุทัยธานี , หลวงพ่อพลอยแห่งวัดห้วยขานางซึ่งวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอหนองฉางของจังหวัดอุทัยธานี  

ความรู้ทางด้านพุทธาคม 

ทั้งยังได้มีโอกาสไปศึกษากับหลวงพ่อจ้อยแห่งวัดอมฤตวารีหรือเดิมทีมีชื่อว่าวัดหนองน้ำคันซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมืองของจังหวัดอุทัยธานี  จากนั้นท่านก็ได้มีโอกาสศึกษากับพระอาจารย์วิบูลวชิรธรรมอยู่ที่วัดท่าพุทราซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดกำแพงเพชร และพระอุดมธรรมภาณ(หลวงพ่อสม)ซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดทัพทันซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมืองของจังหวัดอุทัยเช่นกัน  เรียกได้ว่าหลวงพ่อท่านมีความชื่นชอบที่จะใฝ่รู้ใฝ่เรียนอย่างยิ่งและที่สำคัญคือท่านมีความตั้งอกตั้งใจจนร่ำเรียนได้สำเร็จ 

ด้านการปกครองและสมณศักดิ์ 

ด้านการปกครองและสมณศักดิ์ 

หลวงพ่อพุฒท่านได้มีตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดทุ่งแก้วในช่วงปีพ.ศ 2469 จากนั้นถัดมาท่านก็ได้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดทุ่งแก้วในช่วงปีพ.ศ 2471 ตามด้วยตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานีในช่วงปีพ.ศ 2476 และได้รับตำแหน่งเป็นพระอุปทานในช่วงปีพ.ศ 2476  จากนั้นถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2477 ท่านก็ได้เข้ารับรักษาอาการแทนเจ้าคณะของจังหวัดอุทัยธานี และถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2478 ท่านก็ได้เป็นเจ้าคณะในจังหวัดอุทัยธานี 

สำหรับสมณศักดิ์ที่ท่านได้รับก็คือท่านได้เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูศรีรัตนาภิรมย์ในช่วงปีพ.ศ 2476 ในวันที่ 6 เดือนพฤศจิกายน จากนั้นถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2478 ซึ่งตรงกับวันที่ 19 เดือนกันยายนท่านก็ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระสุนทรมุนี 

ด้านการปกครองและสมณศักดิ์ 

ของฝากเรื่องราวของ ประวัติความเป็นมาของพระเถราจารย์แห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง “หลวงพ่อพุฒ สุทัตโต” แห่ง วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม  จ.อุทัยธานี  กันไว้แต่เพียงเท่านี้นะคะแล้วพบกันใหม่ในบทความครั้งต่อไปขอให้ท่านร่ำรวยมีเงินมีทองมีสุขภาพที่แข็งแรงเฮงๆๆ  กันถ้วนหน้าค่ะ 

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter