ประวัติความเป็นมา “หลวงพ่อกวย  ชุตินธโร” วัดโฆสิตาราม จ. ชัยนาท

หลวงพ่อกวย-ชุตินธโร-วัดโฆสิตาราม

หัวข้อ

หากเอ่ยชื่อหลวงพ่อกลัวยคงไม่มีใครไม่รู้จักโดยเฉพาะเซียนพระและผู้นิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลายในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับพระเกจิชื่อดังจากจังหวัดชัยนาท กับหัวข้อ ประวัติความเป็นมา “หลวงพ่อกวย  ชุตินธโร” วัดโฆสิตาราม จ. ชัยนาท  ซึ่งในครั้งนี้เราได้นำเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติของหลวงพ่อกวยมาฝากเพราะเราเจอว่าจะต้องเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านอย่างแน่นอน และแฟนหลายคนที่ยังไม่เคยรู้จักประวัติของท่านมาก่อน ก็จะได้ทราบกันในครั้งนี้ ทั้งนี้เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจและเนื้อหาสาระที่ได้นำมาฝากกันในวันนี้เลย

ประวัติของหลวงพ่อกวย  ชุตินธโร

สำหรับหลวงพ่อกวย ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2448 ในวันที่สองพฤศจิกายน ซึ่งตรงกับปีมะเส็งบ้านเดิมของท่านอยู่จังหวัดอ่างทองอำเภอวิเศษชัยชาญ เดิมท่านชื่อว่า นาย กวย ปั้นสน บิดาของท่านชื่อในตุ้ย ปั้นสน และมารดาของท่านชื่อแม่ต่วนเดชมาเป็นคนบ้านแค มีพี่น้องร่วมสายเลือดห้าคนและท่านเป็นคนสุดท้อง 

เมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นเด็กบิดาของท่านได้ส่งให้ท่านไปเรียนหนังสือกับหลวงพ่อขวด ณ วัดบ้านแค จากนั้นถัดมาในช่วงที่หลวงปู่กรวดท่านได้มรณภาพก็ทำให้หลวงพ่อกวย ได้มาเรียนกับอาจารย์ดำที่วัดหัวเด่นซึ่งจะอยู่ห่างจากวัดบ้านแคออกไปไม่มากนักในครั้งนี้ท่านได้เรียนภาษาบาลีและหนังสือขอม หลวงพ่อกวยมีความตั้งใจในการเรียนอย่างมาก จึงทำให้ท่านมีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาบาลีและหนังสือขอมอย่างมากชนิดที่ค่อนข้างหาตัวจับยากกันเลยทีเดียว เมื่อเวลาผ่านไปหลวงพ่อกวยได้เติบโตขึ้นและได้หันมาช่วยครอบครัวทำไร่ไถนาเนื่องจากครอบครัวของท่านมีอาชีพเป็นเกษตรกรและเป็นชาวนา

ประวัติของหลวงพ่อกวย  ชุตินธโร

จากนั้นเมื่ออายุได้ประมาณ 20 ปีซึ่งเป็นอายุที่พอจะสามารถบวชได้ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบท โดยในครั้งนั้นได้มีหลวงพ่อปาแห่งวัดโบสถ์ได้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ซึ่งในครั้งนั้นมีพระอุปัชฌาย์คือพระชัยนาทมุนี และพระที่เป็นพระอนุสาวนาจารย์ก็คือพระอาจารย์หริ่ง ในครั้งนั้นท่านได้บวชช่วงปีพ.ศ. 2467 ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กรกฎาคมเวลา 15:17 น. สร้างความปลื้มปิติให้กับบิดาและมารดาของท่านมากท่านบวช ณ วัดโบสถ์แห่งตำบลโพธิ์งามในจังหวัดชัยนาทซึ่งตั้งอยู่อำเภอสรรคบุรี  และมีฉายาว่า ชุตินฺธโร ซึ่งมีความหมายอันงดงามมากซึ่งโดยรวมแล้วก็จะแปลประมาณว่า โลกนี้ค่อนข้างมีแต่ความวุ่นวาย ซึ่งค่อนข้างหนักไปทางกิเลสตันหา และหากผู้ใดละกิเลสได้ ก็จะไปถึงฝั่งพระนิพพานได้. ซึ่งอันนี้เป็นความหมายที่แปลมาแล้วโดยรวม

หลวงพ่อกวยท่านถือได้ว่าเป็นพระที่ถือสมถะและไม่ค่อยชอบการก่อสร้างมากนักแม้กุฎิของท่านจะเป็นทรงไทยโบราณ แต่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของชาวบ้าน ยกเว้นส่วนใดที่ทำยากก็จะจ้างช่างมาจัดการทำจึงสังเกตได้ว่ากุฎิที่ท่านได้อยู่นั้นค่อนข้างมีความเก่าแต่การสร้างใหม่ในวัดส่วนใหญ่แล้วจะมีแต่ศาลาทำบุญและพระอุโบสถต่างๆซึ่งสิทธิ์ของท่านได้ทำการสร้างถวาย

วิชาสักยันต์ของหลวงพ่อกวย

วิชาสักยันต์ของหลวงพ่อกวย

ย้อนไปถึงในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท่านได้กลับมาอยู่ ณ วัดบางแค ท่านมีความเชี่ยวชาญทางด้านคาถาอาคมและมีวิชาสักยันต์ที่มีความเข้มแข็งแบบสุดสุดมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่เรื่องหรือแก่เราบรรดาญาติโยมและลูกศิษย์ลูกหาผู้คนในสมัยนั้นส่วนใหญ่ก็มักจะเดินทางมาแต่ที่ไกลๆเพื่อมาขอของดีเพราะค่อนข้างเลื่องลือไม่น้อย ฉันได้สักยันต์ให้ลูกศิษย์ของท่านจนมีชื่อเสียง และถึงขั้นสักทั้งกลางวันกลางคืน บางครั้งก็มีคนเหมารถมาหาเพื่อที่จะมาซัก 

ท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อศรีวัดพระปรางค์

ท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อศรีวัดพระปรางค์

ในช่วงปี 2472 หลวงพ่อกลัวยได้มาจำวัดที่วัดวังขอนตำบลโพชนไก่ เป็นเวลาประมาณ 2 พรรษา ซึ่งท่านได้เรียนโททางด้านทำแต่พอถึงช่วงเวลาสอบไร่ร่างกายของท่านไม่ค่อยสู้ดีนักเกิดไม่สบายจึงไม่สามารถไปสอบได้ แต่ท่านก็ได้ฉุกคิดขึ้นมาว่าทางด้านจริยธรรมนั้นท่านก็ได้เล่าเรียนมาค่อนข้างมากมายแล้ว จึงมีความสนใจที่อยากจะไปเรียนด้านวิปัสสนากรรมฐานทางด้านการสร้างเครื่องรางของขลังบ้าง เมื่อนึกขึ้นได้เช่นนี้ท่านก็จึงไปขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อศรี วิริยะโสภิต ที่จังหวัดสิงห์บุรีณวัดพระปรางค์ 

และด้วยความมุ่งมั่นพยายามของท่านท่านก็ได้สำเร็จวิชาทำแหวนนิ้ว ซึ่งแหวนของท่านส่วนใหญ่แล้วจะถูกเอาออกด้วยอักขระที่เป็นภาษาขอมและมีคำว่า “อิติ” อยู่เสมอ อันแรกที่หลวงพ่อกลัวยท่านทำสำเร็จและค่อนข้างได้รับชื่อเสียงโด่งดังมากก็คือ “ยันต์มงกุฏพระเจ้า” เช่นมีกรรมวิธีในการสร้างที่ค่อนข้างโบราณและทำตามตำราทุกอย่างตามที่ได้ร่ำเรียนมา และนอกจากนี้ท่านยังได้วิชายันต์ รวมทั้งคาถานะโมตาบอดมาอีกด้วย ซึ่งวิชาต่างๆเหล่านี้ฉันได้เรียนจากหลวงพ่อศรีนั่นเอง

ตำราดีจากโพรงไม้ “ครูแรง”สมุดข่อย

ตำราดีจากโพรงไม้ “ครูแรง”สมุดข่อย

เมื่อถึงช่วงปี 2477 หลังจากที่ท่านได้มีโอกาสไปจำพรรษาอยู่ ณ วัดหนองแขม ที่จังหวัดชัยนาท ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลคงดอนอำเภอสรรคบุรี ในครั้งนั้นท่านไปจำพรรษาเป็นเวลา 1000 สาได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณกลับโยมป่วนและเรียนต่อกับหมอใยขณะที่อยู่ณวัดหนองแขม ต่อมาได้มีพระภิกษุที่มีนามว่าแจ่มพบกับตำราที่มีลักษณะเป็นสมุดคอยวางอยู่ในพงไม้แต่ไม่สามารถเอาออกมาได้เนื่องจากร่ำลือกันว่ามีอาถรรพ์ที่ค่อนข้างแรงกล้าราวกับมีเทพเทวดาคอยรักษาอยู่ จากนั้นพระภิกษุที่มีนามว่าแจ่มนี้ก็ได้ชวนให้หลวงพ่อกวยไปดู และได้พบว่าภายในพงไม้นั้นมีตำราอยู่จริงอีกทั้งยังมีร่องรอยของผู้ที่เอาพวงมาลัยดอกไม้รูปเทียนต่างๆมาไหว้กันเป็นจำนวนมาก

 จึงทำให้หลวงพ่อกวยได้ทำการอธิษฐานและจุดธูป โดยอธิฐานจิตเอาไว้ว่าหากท่านได้เอาตำราในพงไม้นี้ไปเก็บรักษาเอาไว้ก็ขอให้จุดธูปนี้ให้ได้ทั้งหมดดอก ในครั้งแรกที่ท่านจุดธูปธูปเกิดไหม้แต่ไม่ได้หมายความว่ามันหมดดอก จากนั้นหลวงพ่อท่านก็เลยตั้งจิตอธิษฐานใหม่ ซึ่งในครั้งนี้ท่านได้อธิฐานไปว่าหากตำรานี้ท่านได้เก็บไปไว้รักสาแล้วจะนำมาทำประโยชน์ให้แก่วัดรวมถึงประชาชนและผู้เดือดร้อน จึงเกิดเห็นความเปลี่ยนแปลงของถูกทั้งหมดสามดอก ปรากฏว่าถูกทั้งสามดอกนั้นไหม้จนหมด เมื่อเห็นเช่นนี้หลวงพ่อกลัวยจึงได้ทำการกดน้ำเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเจ้าของตำรา และได้เก็บรักสาตำรานั้นไว้เป็นอย่างดีเพื่อนำมาศึกษาต่อ

ในปัจจุบันตำราเล่มนี้ยังคงถูกเก็บไว้นะวัดโฆษิตาราม ซึ่งค่อนข้างเป็นตำราที่แปลกเนื่องจากบนหน้าปกจะมีอักษรที่จารึกชื่อตำราเอาไว้ว่า “ครูแรง” ซึ่งเขียนด้วยน้ำหมึกที่มีสีแดง เรียกได้ว่ามีความแข็งแบบสุดๆกันเลยทีเดียว ครั้งตั้งแต่ชื่อของตำรากันเลยล่ะ แต่ก็มีเรื่องเล่าอีกมากมายที่เกี่ยวกับตำราในพงไม้นี้ซึ่งเราอาจจะนำมาฝากท่านกันอีกในบทความหน้า

ได้พาคุณมารู้จักกับเรื่องราวของ  ประวัติความเป็นมา “หลวงพ่อกวย  ชุตินธโร” วัดโฆสิตาราม จ. ชัยนาท กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างไรก็ตามพวกเราทีมงานหวังอย่างยิ่งว่าเรื่องราวนี้จะทำให้คุณชื่นชอบและถูกใจกันไม่น้อยเลยทีเดียว หากเอ่ยถามถึงเรื่องราวของขลังของหลวงพ่อกวย เราเชื่อว่าใครหลายคนมักจะย่อมทราบถึงพุทธคุณอันสูงต่างๆอยู่แล้ว ในครั้งนี้อ่ะเราจึงได้นำประวัติคร่าวๆของท่านมาเล่าสู่กันฟัง

อย่างไรก็ตามพวกเราทีมงานต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่คอยติดตามเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระเครื่องจากพวกเราในเว็บไซต์ส่องพระ ณ ที่นี้อย่างเสมอมา และหากการนำเสนอมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ล่วงหน้านะที่นี้อย่างสูงแล้วกลับมาพบกับพวกเราได้ใหม่ในบทความครั้งต่อไปซึ่งจะมีเรื่องราวใดมาเล่าสู่กันฟังอีกนั้นตั้มอย่าลืมติดตามกันนะคะสำหรับวันนี้ต้องขออนุญาตลากันไปก่อนค่อยคุณโชคดีและสนุกไปกับเรื่องราวที่เราได้นำมาฝากกันค่ะ

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter