ประวัติความเป็นมาพระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม แห่งอาณาจักรล้านนา “หลวงปู่แหวน สุจิณโณ” !

ประวัติพระ

หัวข้อ

หากมีใครพูดถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับฉายาว่าเป็นพระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยเมตตาธรรม นั้นแน่นอนว่าหลายคนคงทราบทันทีว่านั่นคือการกล่าวถึงหลวงปู่แหวน ด้วยคุณงามความดีและความเมตตาธรรมของท่านจึงทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่เลื่องลือ ในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติความเป็นมาพระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม แห่งอาณาจักรล้านนา “หลวงปู่แหวน สุจิณโณ” ! เพราะเราเชื่อว่ายังคงมีใครหลายคนที่ไม่เคยทราบถึงประวัติความเป็นมาของท่านมาก่อนและในครั้งนี้เราจะมาบอกเราให้คุณได้ฟังกันอย่างละเอียดและเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเรื่องราวของหลวงปู่แหวนกันได้เลย ณ บัดนี้ ! 

ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่แหวนสุจิณโณ

ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่แหวนสุจิณโณ

สำหรับหลวงปู่แหวน สุจิณโณที่ใครหลายคนเคารพศรัทธานั้นเดิมทีท่านเป็นคนชาวอำเภอเมืองจังหวัดเลยถ้าเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2430 ในวันที่ 16 มกราคม ซึ่งตรงกับปีกุล ซึ่งท่านได้เกิดในครอบครัวของช่างตีเหล็ก ครอบครัวของท่านอาศัยอยู่ในตำบลหนองในหรือในปัจจุบันนั้นได้ชื่อว่าตำบลนาโป่งอยู่ในหมู่บ้านบ้านนาโป่ง ที่อำเภอเมืองจังหวัดเลย ท่านเป็นบุตรชายคนโตของบิดามารดาซึ่งบิดาของท่านนั้นถือว่านายใส ราม สิริ และมารดาของท่านที่ว่านางแก้ว รามสิริ และท่านมีน้องสาวชื่อว่านั่งเบ็ง ราชอักษร ชื่อเดิมที่บิดามารดาตั้งให้ท่านก็คือญาณ ซึ่งแปลว่าการกำหนดรู้และปรีชา

เมื่อหลวงปู่แหวนอายุได้ประมาณห้าขวบมารดาของท่านก็ป่วยอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่ามารดาของท่านจะได้รับการรักษาอย่างดีจากบิดาของท่านแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นและทรุดตัวลงตามลำดับ และเมื่อมารดาของท่านรู้ตัวแล้วว่าท่านคงอยู่อีกไม่นานก็ได้ให้หลวงปู่แหวนเข้าไปใกล้ใกล้และฝากคำสนทนาทิ้งท้ายไว้ก่อนจากไป ซึ่งเนื้อความที่ท่านได้กล่าวกับหลวงปู่แหวนประมาณว่าท่านไม่ยินดีเกี่ยวกับเรื่องสมบัติพัสถานใดๆในโลกนี้ แต่จะยินดีกับลูกอย่างยิ่งหากลูกของท่านได้บวช และวตายไปกับผ้าเหลือง และหากได้บวชแล้วก็ไม่ต้องสึกออกมามีลูกมีเมียนะ เมื่อหลวงปู่แหวนรับทราบก็พยักหน้ารับคำกับมารดาของท่าน หลังจากที่หลวงปู่แหวนพยักหน้ารับคำแล้วมารดาของท่านก็จากโลกนี้ไปอย่างสงบ

หลังจากที่มารดาของหลวงปู่แหวนท่านได้เสียชีวิตในคืนหนึ่งคุณยายของหลวงปู่แหวนท่านก็ได้เกิดนิมิตฝันที่ค่อนข้างมีความประหลาดแต่โดยรวมแล้วก็เป็นนิมิตที่มีความมงคลไม่น้อยดังนั้นท่านจึงนำความฝันที่ท่านได้ฝันมันเล่าให้กับหลวงปู่แหวนและลูกหลานฟังในเช้าวันต่อมา ในความฝันของคุณยายท่านก็คือ ฝันว่าหลวงปู่แหวนท่านได้นอนอยู่ในบริเวณดงขมิ้นแล้วก็เห็นว่าเนื้อตัวของหลวงปู่แหวนนั้นอรามเป็นสีเหลืองทองมีความน่าเอ็นดูน่ารักอย่างมาก จากนั้นคุณยายท่านก็ได้บอกกับหลวงปู่แหวนว่าคุณยายเห็นว่าหลวงปู่แหวนนั้นมีอุปนิสัยและมีวาสนาในทางบวช จึงขอให้หลวงปู่แหวนบวชตลอดชีวิตโดยไม่ต้องสึกออกมามีลูกมีเมียหลวงปู่แหวนจะสามารถทำได้หรือไม่ และนั่นคือสิ่งที่คุณยายได้พูดกับหลวงปู่แหวนเอาไว้

ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่แหวนสุจิณโณ

ในเวลาต่อมาหลังจากที่มารดาของหลวงปู่แหวนได้เสียชีวิตไปคุณยายของหลวงปู่แหวนก็ได้เป็นผู้ดูแลหลวงปู่แหวนมาอย่างทะนุถนอม เมื่อหลวงปู่แหวนอายุได้ประมาณ 9 ขวบซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ. 2439  ในวันหนึ่งท่านก็ได้เรียกหลวงปู่แหวนพร้อมกับหลานชายรุ่นราวคราวเดียวกันอีกคนนึงเข้าไปพบแล้วบอกกับทั้งสองคนนี้ว่าจะให้ทั้งสองคนบวชเป็นสามเณรแล้วก็บอกให้หลวงปู่แหวนตั้งไจฟังให้ดีถึงสิ่งที่ท่านจะกล่าวนั้นก็คือ จะทำได้ไหมหากบวชแล้วไม่ต้องสึก เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลวงปู่แหวนก็พยัคฆ์หน้ารับคำจากคุณยาย จากนั้นพอถึงช่วงที่ใกล้เข้าพรรษาคุณยายของหลวงปู่แหวนก็ได้เตรียมข้าวของสำหรับพิธีบวชให้กับทั้งสองคนโดยจะบวชที่วัดโพธิ์ชัยและเปลี่ยนชื่อของหลวงปู่แหวนซึ่งเดิมชื่อว่าเด็กชายญาณ ให้เป็นชื่อสามเณรแหวนตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา

เมื่อได้บวชเป็นสามเณรแล้วหลวงปู่แหวนก็ทำวัด และทำการตรวจมนต์บ้างตามโอกาสหลังจากนั้น ฉันก็จะใช้เวลาเล่นซุกซนบ้างตามประสาเด็กในวัยเก้าขวบ และเมื่อเห็นดังนั้นพระอาจารย์อ้วนซึ่งเป็นอาของหลวงปู่แหวนก็คิดว่าหากปล่อยเป็นเช่นนั้น อาจทำให้สามเณรน้อยนั้นไม่มีความรู้ติดตัว จึงได้พาหลวงปู่แหวนไปฝากเป็นศิษย์กับพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่อำเภอเกาะกษมสีมาซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ณ วัดบ้านสร้างถ่อ และในขณะที่สามเณรน้อยได้เดินเข้าสู่บริเวณวัดซึ่งตรงกับช่วงเวลาบ่ายก็ทำให้พระอาจารย์เห็นถึงรัศมีแห่งอภิญญาที่สองสว่างเปล่งประกาย และเชื่อว่าเป็นผู้มีบุญมาเกิดจึงทำให้พระอาจารย์ของท่านรูปนี้ถ่ายทอดวิชาความรู้ต่างๆให้กับสามเณรน้อยแหวนผู้นี้ไปจนกระทั่งวิธีปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาทั้งหมดเท่าที่ท่านจะให้ได้ 

นิสัยของหลวงปู่แหวนนั้นเป็นคนพูดน้อยสุขุมและค่อนข้างเป็นสามเณรที่มีความขยันมักจะเจริญสมาธิและภาวนาอย่างตั้งใจอยู่เสมอ อีกทั้งท่านยังฉันอาหารเพียงวันละหนึ่งมื้อและไม่ฉันเนื้อสัตว์และปฎิบัติตนอย่างเหมาะสมและสมกับการครองสมณเพศจนทำให้ใครหลายคนต่างเคารพศรัทธา ในระหว่างที่ท่านยังคงเป็นสามเณรน้อยอยู่นั้นท่านก็ได้ศึกษาเล่าเรียนทางด้านธรรมะและวิชาการต่างๆรวมถึงภาษาไทยและภาษาบาลีจนสามารถอ่านออกเขียนได้ทั้งยังมีความชำนาญต่อการทราบถึงความหมายของภาษาอีกทั้งยังเริ่มมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของไสยศาสตร์อีกหลากหลายแขนง 

เมื่อเข้าบวชเป็นพระ

จากนั้นต่อมาเมื่อท่านเติบโตจนมีอายุที่พสามารถบวชเป็นพระได้ทันก็เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดถ่อนอก และเมื่อได้บวชเป็นพระหลวงปู่แหวนก็ยังคงยึดมั่นตามหลักคำสอนของศาสนาและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอีกทั้งยังศึกษาทางด้านพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นเดียวกันจากนั้นเมื่ออายุได้ประมาณ 30 ปีหลวงปู่แหวนก็ได้ออกเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อพบกับอาจารย์ผู้มีวิชาความรู้และสามารถถ่ายทอดวิชาต่างๆให้กับท่านได้อีกทั้งยังได้พบกับสหายธรรมหลายๆท่าน จนทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ และข้อคิดทั้งในฝ่ายยุตินิกายและฝ่ายมหานิกาย ซึ่งพระที่ค่อนข้างมีความสนิทสนมและคุ้นเคยกับหลวงปู่แหวนมากก็คือหลวงปู่ตื้อ อาจลธรรมโม ซึ่งพระเกจิอาจารย์ท่านนี้ก็ได้แนะนำให้หลวงปู่แหวนนั้นได้พบกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หรือหลวงปู่มั่นที่ใครหลายคนนั้นมักจะคุ้นเคยในชื่อเสียงของท่านกันดีว่าท่านคือพระฝ่ายปฏิบัติและมีความเชี่ยวชาญทางด้านกรรมฐานอย่างมาก และเมื่อหลวงปู่แหวนได้มีโอกาสฟังธรรมจากหลวงปู่มั่น ก็เกิดความซาบซึ้งใจและเป็นหนทางนำไปสู่การแสวงหาทำอันแท้จริงให้กับท่าน และทำให้ท่านได้เป็นพระสงฆ์ในฝ่ายนธรรมยุติกนิกายตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา

เมื่อเข้าบวชเป็นพระ

ในระหว่างที่หลวงปู่แหวนยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านก็ได้ออกจาริกแสวงบุญไปตามสถานที่ต่างๆในแต่ละปีอย่างเสมอมา และไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นเพราะหลวงปู่แหวนได้เดินธุดงค์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเช่นประเทศลาวจนทำให้ชาวลาวในบางอำเภอในเมืองจังหวัด เคารพศรัทธาในตัวท่านอย่างมากเช่นกัน เมื่อถึงครั้งที่ท่านอายุได้ประมาณ 75 ปี หลวงปู่แหวนก็ได้มาอยู่ที่วัดดอยแม่ปั๋ง ซึ่งท่านได้หยุดการออกเดินธุดงค์และวัดดอยแม่ปั๋งก็ได้ถูกพัฒนาและมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก มีเรื่องเล่าต่อๆกันว่าหลวงปู่แหวนนั้นท่านได้สำเร็จเป็นพระอรหันซึ่งมีความเต็มล้นไปด้วยเมตตาสูงอีกทั้งยังมีการเล่าถึงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ถึงเรื่องราวของเครื่องรางของขลังที่ท่านได้ปลุกเสกเอาไว้อีกนานัปการ และไม่ว่าหลวงปู่แหวนจะอาพาธหรือป่วยหนักเพียงใดท่านก็จะไม่ไปรับการรักษาหรือนอนที่โรงพยาบาลเด็ดขาด ถึงขั้นที่ว่า ต่อให้จะอยู่หรือจะสิ้นก็ขอให้สิ้นในป่า และถัดมาในช่วงปีพ.ศ. 2528 หลวงปู่แหวนก็ได้มรณภาพลง ณ วัดดอยแม่ปั๋งแห่งนี้ซึ่งรวมสิริอายุของท่านได้ 98 ปี

เมื่อเข้าบวชเป็นพระ

พวกเราทีมงานต้องขอฝากเรื่องราวของ  ประวัติพระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม แห่งอาณาจักรล้านนา “หลวงปู่แหวน สุจิณโณ” ! กันไว้แต่เพียงเท่านี้ แล้วกลับมาพบกับพวกเราได้ใหม่ในบทความครั้งต่อไปนะคะ สำหรับวันนี้ต้องขออนุญาตลากันไปก่อน ขอให้คุณโชคดีและมีความสุขในทุกๆวัน สวัสดีปีใหม่ค่ะ

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter