ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” แห่งวัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา 

หลวงปู่ดู่-พรหมปัญโญ

หัวข้อ

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” แห่งวัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา 

ได้พาคุณไปรู้จักกับพระเครื่องชื่อดังจากวัดต่างๆของแต่ละจังหวัดกันไปแล้วกลับมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจะเล่าถึง ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” แห่งวัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา  ให้คุณได้ทราบ ซึ่งในครั้งนี้เราได้รวบรวมข้อมูลของประวัติหลวงปู่ดู่มาฝากและเราเชื่อว่าเราบรรดาเซียนพระและผู้ที่ชื่นชอบนิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลายที่ยังไม่เคยทราบถึงประวัติความเป็นมาของท่านจะต้องชื่นชอบบทความนี้อย่างแน่นอน เพราะเราจัดเต็มให้คุณดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจและรายละเอียดกันเลยดีกว่า 

ประวัติของหลวงปู่ดู่  พรหมปัญโญ 

ประวัติของหลวงปู่ดู่  พรหมปัญโญ 

สำหรับหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ นั้นในวัยเยาว์ท่านค่อนข้างเป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่นไม่น้อยๆนึงจากท่านกำพร้าทั้งบิดาและมารดาตั้งแต่ยังเล็ก บิดาของท่านชื่อ ในพุทธและมารดาของท่านชื่อดังทุ่ม และมีพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน 3 คน หลวงปู่ดู่ท่านเป็นลูกคนเล็ก และมีพี่สาวอีก 2 คน หลวงปู่ดู่มีนามสกุลว่า หนูศรี ท่านเกิดในช่วงปีพศ 2547 ในวันที่ 29 เดือนเมษายน ซึ่งตรงกับปีมะโรง อีกครั้งยังตรงกับวันพระใหญ่ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชาอีกด้วย 

เดิมนั้นครอบครัวของท่านได้มีอาชีพเป็นชาวนา และในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูทำนาก็จะพากันทำขนมไข่มงคลขายตามวันเทศกาลต่างๆ เคยมีเหตุการณ์แปลกๆตั้งแต่สมัยที่หลวงปู่ยังเป็นทารกน้อย เรื่องเล่าต่อๆกันมาให้ฟังว่า ในคืนหนึ่ง ขณะที่พ่อและแม่ของหลวงปู่นั้นกำลังทำงานซึ่งขณะนั้นกำลังทอดขนมเพื่อเตรียมขายคืนนั้นเป็นช่วงหน้าน้ำ พ่อและแม่ของท่านก็ได้วางท่านไว้ในเบาะตรงชานบ้าน จากนั้นเหตุการณ์สำคัญก็คือหลวงปู่ดู่ได้ลอยอยู่ในน้ำอันนี้ก็ไม่ทราบถึงสาเหตุว่าทำไมจึงตกลงไปในน้ำได้แต่ก็ไม่จม ร่างทารกน้อยกับรอยอยู่อย่างน่าแปลกประหลาด จากนั้นสุนัขที่ทางบ้านของท่านเลี้ยงไว้ก็ได้เห่าเรียกให้คนมาช่วย และเมื่อผู้คนต่างพากันมาพบเห็นก็ได้กลับว่าร่างของเด็กน้อยหรือหลวงปู่ดู่นั้น ได้ลอยน้ำมาติดอยู่ที่ข้างรั้ว ด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บิดามารดาของหลวงปู่ดู่มีความแน่ใจว่าหลวงปู่ดูนั้นเป็นผู้มีบุญวาสนามาเกิดเป็นแน่ แต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่มารดาของหลวงปู่ดู่นั้นได้เสียชีวิตไปตั้งแต่หลวงปู่ดู่ยังอยู่ในวัยทารก จากนั้นมาไม่กี่ปีบิดาของหลวงปู่ดู่ก็เสียชีวิตลงเมื่อปู่ดู่มีอายุ 4 ขวบ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้หลวงปู่ดู่ท่านกำพร้าตั้งแต่ยังเล็กนัก

พ่อแม่ของท่านเสียชีวิตไปหลวงปู่ดู่ก็ได้อาศัยอยู่กับยายและพี่สาวของท่านที่ชื่อว่าสุ่ม เป็นพี่สาวของท่านก็ได้เป็นคนดูแลท่านมาโดยตลอด จนท่านได้มีโอกาสเล่าเรียน ณ วัดประดู่ทรงธรรม และวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ และวัดกลางคลองสระบัว 

ต่อมาเมื่ออายุได้ 21 ปี หลวงปู่ดู่ก็ได้อุปสมบทเป็นพระ ซึ่งพระอุปัชฌาย์ของท่านคือหลวงพ่อกลั่น (ซึ่งในขณะนั้นท่านกำลังดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระญาติการาม)  มีพระอนุสาวนาจารย์คือหลวงพ่อ ฉาย วัดกลางคลองสระบัว และมีพระกรรมวาจาจารย์ คือหลวงพ่อ แด่ เจ้าอาวาสวัดสะแก และท่านได้รับฉายาว่า “พรหมปัญโญ” ที่เราพากันเรียกติดปากมาจนถึงปัจจุบัน 

ประวัติของหลวงปู่ดู่  พรหมปัญโญ 

หลวงปู่ดู่ได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาและตำราต่างๆ รวมถึงวิชากรรมฐานจากหลวงพ่อกลั่นและหลวงพ่อเภา (ซึ่งหลวงพ่อเภานั้นเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อกลั่น ) ซึ่งหลวงพ่อเภานั้นท่านใดมีศักดิ์เป็นอาของหลวงปู่ดู่ด้วยเช่นกัน เนื่องจากในช่วงปีพ.ศ2469 หลวงพ่อกลั่นท่านได้มรณภาพในขณะที่หลวงปู่ดู่กำลังบวชได้ถึงพรรษาที่ 2  จึงทำให้ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนกับหลวงพ่อเภา อีกทั้งหลวงปู่ดู่ท่านยังได้ศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดประดู่โรงธรรม หรือในปัจจุบันเรียกกันว่าวัดประดู่ทรงธรรม ซึ่งมีพระอาจารย์ก็คือ หลวงพ่อรอด (เสือ) ,  พระครูชม และท่านเจ้าคุณเนื่อง  เมื่อศึกษาเล่าเรียนพากเพียรจนมีความรู้มากแล้วท่านก็ได้เดินทางไปตามจังหวัดต่างๆเพื่อศึกษาต่อ ท่านใดเดินทางไปเรียนไกลถึงยังจังหวัดสุพรรณบุรี และสระบุรี 

ถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2486 หลังจากที่ผ่านช่วงออกพรรษาแล้วหลวงปู่ดู่ก็ได้เดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ จึงมีจุดประสงค์เพื่อต้องการไปนมัสการ สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาทางแถบจังหวัดกาญจนบุรี และเดินธุดงค์ไปยังป่าเขาแถบๆนั้น ซึ่งได้แก่รอยพระพุทธบาทณจังหวัดสระบุรี และพระพุทธฉาย และเดินธุดงค์พำนักตามป่าและถ้ำ 

เรื่องเล่าจากหลวงปู่ดู่ 

เรื่องเล่าจากหลวงปู่ดู่ 

ครั้งหนึ่งหลวงปู่ดู่ท่านเคยเล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกที่หลวงปู่ดู่ได้ฝึกปฏิบัติเนื่องจากมุ่งเน้นที่จะมรรคผล แต่ก็ยังคงต้องการร่ำเรียนวิชาอาคมต่างๆเพื่อหวังจะสึกออกไปแก้แค้นโจร เคยปล้นบ้านถึง 2 ครั้ง แต่เมื่อท่านได้ร่ำเรียนจนสำเร็จวิชาต่างๆความคิดของท่านก็เปลี่ยนไปและรู้สึกสังเวชในความคิดจากจิตใจของตัวเองที่คิดเช่นนั้น เนื่องจากยังคงปล่อยให้อารมณ์อาฆาตต่างๆอยู่กับจิตใจตนได้มานับสิบๆปี ซึ่งมันเป็นการทำร้ายจิตใจตัวเองอย่างยิ่ง จากนั้นหลวงปู่ดู่ท่านก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานอโหสิกรรมแก่โจรผู้ร้ายเหล่านั้น และมุ่งปฏิบัติฝึกฝน เพื่อให้ได้ปัญญาและอบรมตนในทางศีลธรรม ตั้งสมาธิให้กับตัวเอง 

ต่อมามีเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่ท่านได้เดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆและพบกับวัวป่าควายป่าที่กำลังตรงมายังท่าน แต่หลวงปู่ดู่ก็ตั้งสติและยืนภาวนา โดยการหยุดยืนนิ่งจากนั้นก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่ฝูงวัวควายเหล่านั้นได้เดินวนอยู่ที่ท่านจากนั้นพวกมันก็เดินจากไปซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ 

และอีกเหตุการณ์หนึ่งเมื่อท่านได้เดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆที่มี แถวบ้านอยู่ไม่ค่อยมาก แต่กลับพบกับนักเลงหัวไม้ซึ่งครั้งหนึ่งได้มีนักเลงต้องการที่จะลองของ โดยพวกเขาเอาปืนมายิงใส่หลวงปู่ดู่ในขณะที่หลวงปู่ดู่ท่านกำลังนั่งภาวนาอยู่ในกรด ซึ่งหลวงปู่ดู่ได้เล่าต่ออีกว่า คนพวกนี้เขาไม่เคารพพระเขาสนใจแต่ของดี แล้วเมื่อปืนยิงไม่ออก พวกเขาก็เข้ามานอบน้อม เพื่อของดี  และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หลวงปู่ดู่ท่านจึงธุดงค์หนีไปตามสถานที่อื่นๆ ซึ่งการเดินธุดงค์และปฏิบัติของท่านนั้นเรียกได้ว่า มีความจริงจังสูงมากที่เรียกได้ว่ายอมถวายชีวิตให้กับป่าเขาลำเนาไพรกันเลยทีเดียว และมีบ่อยครั้งที่ร่างกายของหลวงปู่ดู่ไม่สู้ดีนัก ถึงครั้นเอาผ้าขึ้นมาโพกหัวเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะด้วยก็มี ความจริงจังที่ต้องการปฏิบัติเพื่อรู้ความจริงท่านก็ยังเพียรมานะที่จะปฏิบัติธรรมต่อไป ลูกศิษย์ของท่านยังได้เล่าให้ฟังอีกว่าท่านมักจะสอนลูกศิษย์อยู่เสมอว่า “นิพพานอยู่ฟากตาย” จึงเป็นเหตุผลที่อุปสรรคต่างๆก็ไม่สามารถทำลายการปฏิบัติของท่านได้ 

ที่มาของวัดสะแก  อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

สำหรับวัดสะแกแห่งนี้ปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่นะตำบลธนู ในอำเภออุทัย  เป็นวัดเก่าแก่มีอายุมาอย่างยาวนานถูกสร้างขึ้นในช่วงปีพศ 2310 ตั้งแต่สมัย ช่วงปลายของกรุงศรีอยุธยา ถ้ากลับมาจนถึงปัจจุบันก็มีอายุยาวนานกว่า 200 ปี  ซึ่งบัดนี้ได้มีการย้ายมาจากวัดคลังทองเนื่องจากมีการเกิดน้ำท่วมขึ้นมาตลอด แต่ที่ตั้งในปัจจุบันนั้นจะมีเนินที่สูงจึงช่วยลดปัญหาเรื่องน้ำท่วมไปได้ มีเนื้อที่ภายในวัดประมาณ 13 ไร่ 3 งาน และอีก 21 ตารางวา มีความกว้างขวางและมีต้นไม้ปลูกไว้กอย่างร่มรื่น ในปัจจุบันได้เป็นวรรณะมีความสำคัญต่อนักท่องเที่ยวและในคนและเหล่าบรรดาเซียนพระทั้งหลายก็มักจะแวะไปสักการะไหว้พระกันอยู่เสมอ คุณได้มีโอกาสไปเย็นวัดแห่งนี้ก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้เช่นกันคุณได้มีโอกาสไปเยือนวัดแห่งนี้ก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้เช่นกัน 

ที่มาของวัดสะแก  อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

ต้องขอฝากเรื่องราว ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” แห่งวัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ไว้แต่เพียงเท่านี้ แล้วก็มาพบกับพวกเราได้ใหม่ในบทความครั้งต่อไปนะคะ หน้าคุณความนี้มีประโยชน์ก็สามารถแชร์หรือส่งต่อให้กับเพื่อนๆและคนที่คุณรักได้เช่นกันค่ะ 

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter