ประวัติที่มาพระมหาเถราจารย์ แห่งแดนใต้ “พระครูอรรถธรรมรส (พ่อท่านซัง)” แห่งวัดวัวหลุง !

พระครูอรรถธรรมรส-พ่อท่านซัง

หัวข้อ

สำหรับวัตถุมงคลล้ำค่าจากเมืองใต้นั้นมีหลายอย่าง อีกทั้งทางดินแดนใต้นั้นก็ค่อนข้างมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมากมายที่ใครหลายคนมักจะนึกถึงและในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติที่มาพระมหาเถราจารย์ แห่งแดนใต้ “พระครูอรรถธรรมรส (พ่อท่านซัง)” แห่งวัดวัวหลุง ! เนื่องด้วยเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพ่อท่านซังsinvหลวงพ่อซังนั้น ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคเก่าอย่างมาก หากนับระยะเวลาของการมรณภาพของท่านแล้วก็นับเป็นร้อยปีเห็นจะได้ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเหรียญของท่านจึงยังคงเป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก อาจเนื่องด้วยพุทธคุณที่มีความเข้มแข็งอย่างมากและแน่นอนว่าเป็นเพราะอายุของเหรียญที่ค่อนข้างมีความเก่าแก่ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณได้ทราบถึงรายละเอียดต่างๆพร้อมๆกันดังต่อไปนี้ 

ประวัติ “พ่อท่านซัง สุวรรณโณ”

ประวัติ “พ่อท่านซัง สุวรรณโณ”

สำหรับประวัติความเป็นมาของพระครูอรรถธรรมรส หรือหลวงพ่อซัง หรือที่ใครหลายคนมักจะรู้จักกันดีและมักจะเรียกท่านว่าพ่อท่านซัง สุวรรณโณ  นั้น เดิมทีท่านเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราชชื่อเก่าของท่านคือ นาย ซัง ศักดาวุธ ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2394 วันที่ 6 มกราคม ซึ่งตรงกับปีกุลในขณะนั้นและเกิดในวันอังคารซึ่งตรงกับขึ้น 15 ค่ำ ท่านมีพี่สาวสองคนชื่อว่านางแก้วและนางรอด และท่านเป็นบุตรคนสุดท้องของบิดามารดา มารดาของท่านมีชื่อว่านางส้ม ศักดาวุธ และบิดาของท่านชื่อว่าขุนวิน ศักดาวุธ ท่านเกิด ณ บ้านพัง ตำบลควนพัง ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอร่อนพิบูลย์ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และท่านเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยกำเนิด

เมื่ออายุของท่านได้ 11 ปีท่านก็ได้มีโอกาสเล่าเรียนและศึกษาทางด้านอักษรของสำนักท่านอาจารย์นาค ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสของวัดพังในขณะนั้น และต่อมาในขณะที่ท่านมีอายุได้ประมาณ 13 ปีท่านก็ได้มีโอกาสไปเล่าเรียนและศึกษาต่อที่สำนักของอุปัชฌาย์รักษ์ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอร่อนพิบูลย์ที่ตำบลควนชุมของจังหวัดนครศรีธรรมราชเช่นกัน หลวงพ่อสั่งนั้นท่านเป็นผู้ที่มีความมานะพยายามในการเล่าเรียนและมีจิตใจศึกษาเล่าเรียนอย่างมากเป็นผู้มีความจำดีและมีความฉลาดเฉลียวอีกทั้งยังมีความอดทนต่อการศึกษาเล่าเรียนอย่างมากจึงทำให้อุปชารักษ์ มองเห็นถึงความตั้งใจและเชื่อว่าอนาคตของหลวงพ่อสั่งนั้นจะต้องไปไกลอย่างแน่นอนจากนั้นต่อมาเมื่อท่านอายุได้ประมาณ 16 ปี เมื่อได้มีโอกาสบวชเป็นเณรแล้ว ยิ่งทำให้หลวงพ่อสั่งนั้นมีความเคร่งครัดและตั้งอกตั้งใจศึกษาทางด้านธรรมวินัยอย่างมากนอกจากนั้นท่านยังได้ศึกษาทางด้านวิปัสสนาธุระเพิ่มเติมอีกด้วย

ประวัติ “พ่อท่านซัง สุวรรณโณ”

เมื่อท่านได้ศึกษาและปฏิบัติในแนวทางธรรมครบประมาณหนึ่งปีเห็นจะได้ ได้มีข้าราชการที่เป็นชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดตรังได้เดินทางมานมัสการเอ่าประชารัฐในจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ได้พบกับหลวงพ่อซัง (ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นสามเณรผู้มีไหวพริบดีและมีปัญญาที่ฉลาดเฉลียว ) จึงทำให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนนั้นได้ขอรับท่านเข้ารับราชการในตำแหน่งเสมียนตราที่จังหวัดตรังและอำเภอห้วยยอด 

เมื่อเข้าทำงานในตำแหน่งเสมียนตราและอยู่รับใช้ประเทศชาติได้ถึงสามปี ก็ทำให้หลวงพ่อซังท่านได้มองเห็นถึงความทุกข์ยาก และคิดว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมานั้นหลวงพ่อซังท่านได้รับรสพระธรรม และได้รับคำสั่งสอนจากพระอาจารย์ซึ่งก็คือพระอุปัชฌาย์รักษ์มาแล้ว จนกลายเป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของท่าน ทำให้สิ่งนี้เป็นเหตุให้ท่านได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นข้าราชการ ขณะที่อายุได้ 20 ปีแล้วทำการกลับไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เป็นบ้านเกิดของท่านเพื่อเข้าเตรียมตัวบวชเป็นพระ

ถัดมาในช่วงปีพ.ศ. 2414 หลวงพ่อซังได้เข้าอุปสมบท ณ วัดพัง ซึ่งเป็นวัดที่ท่านได้เคยบวชเป็นสามเณรซึ่งในขณะนั้นยังคงมีพระอาจารย์นาคดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอยู่เช่นเดิม พระที่เป็นพระอุปัชฌาย์ในการบวชของท่านก็คือพระอุปัชฌาย์รักษ์ และพระที่เป็นพระกรรมวาจาจารย์ของท่านก็คือพระอาจารย์นารถ และพระที่เป็นพระอนุสาวนาจารย์ก็คือพระทองดีแห่งวัดปัง และท่านได้รับฉายาว่า “สุวัณโณ” 

ประวัติ “พ่อท่านซัง สุวรรณโณ”

ด้วยความที่หลวงพ่อสั่งนั้นท่านเป็นคนชื่นชอบในการศึกษาเล่าเรียนจึงทำให้ท่านมีความตั้งใจที่จะเรียนและเมื่ออุปสมบทแล้วท่านก็ได้ศึกษาเล่าเรียนเพิ่มเติมกับอาจารย์หน้าแข่งวัดพังซึ่งท่านได้เรียนวิชาคาถาอาคมอยู่ประมาณ 1พรรษา และต่อมาท่านก็ได้กราบลาพระอาจารย์ของท่านเพื่อไปศึกษาทางด้านคันถธุระ ณ วัดวัวหลุงกับพระอาจารย์โฉม และได้ศึกษาทางด้านวิปัสสนาธุระที่วัดบัวหลวงเช่นกันแต่ศึกษากับพระอาจารย์สดและพระอาจารย์ชู ด้วยความตั้งมั่นและตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียนจึงทำให้หลวงพ่อซังท่านมีความเชี่ยวชาญและชำนาญในสิ่งที่ท่านศึกษา

และต่อมาในขณะที่ท่านจำพรรษาได้นานถึง 11 พรรษาแล้ว ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งสืบต่อจากอาจารย์ของท่านให้เป็นสมภารซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ. 2438 และถัดมาในช่วงปี 2441 หลวงพ่อสั่งท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองวัดถึง 13 แห่งด้วยตำแหน่งเจ้าคณะแขวง เนื่องด้วยท่านเป็นพระผู้เคร่งครัดต่อธรรมวินัยอย่างมากและปฎิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดแม้ว่าหนทางจะยากลำบากก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในสมัยก่อนนั้นถนนหนทางก็ไม่ได้เหมือนในปัจจุบันอีกทั้งยังไม่มีรถโดยสารวิ่งมากนักจึงทำให้พระต้องออกเดินด้วยเท้า และถึงแม้ว่าหลวงพ่อสั่งท่านจะต้องไปช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากที่แม้จะลำบากเพียงใดท่านก็ยังคงไป จึงทำให้ชาวบ้านและญาติโยมต่างเคารพศรัทธาหลวงพ่อซังอย่างมาก 

ประวัติ “พ่อท่านซัง สุวรรณโณ”

และด้วยการประพฤติปฏิบัติที่น่าเลื่อมใสของหลวงพ่อซังจึงทำให้เจ้าอาวาสแห่งวัดท่าโพธิ์ ซึ่งมีนามว่า พระศรีธรรมมุณี (พระรัตนธัชมุณี) ซึ่งในขณะนั้นท่านกำลังได้รับตำแหน่งให้เป็นเจ้าคณะมณฑลแห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ได้มองเห็นถึงความสามารถของหลวงพ่อซังในการบริหารคณะสงฆ์ และมีความน่าเลื่อมใส จึงทำให้ท่านแต่งตั้งหลวงพ่อซังและประธานตาตั้งให้ท่านได้เป็นพระครูเจ้าคณะแขวงที่ปกครองวัดทั้งหมดในอำเภอร่อนพิบูลย์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อดำรงตำแหน่งท่านยังคงมีความเคร่งครัดต่อการปกครองคณะสงฆ์มายังมีขาดตกบกพร่อง จนได้รับพระราชทานให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น “พระครูอรรถธรรมรส” ในเวลาต่อมาซึ่งตรงกับปีพ.ศ. 2467 อีกทั้งยังทำการบูรณะวัดให้มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น รวมไปถึงบูรณะศาลาการเปรียญโบสถ์วิหารต่างๆที่มีสภาพค่อนข้างเก่าแกให้ดีขึ้น 

ประวัติ “พ่อท่านซัง สุวรรณโณ”

หลวงพ่อซังก็ถือเป็นพระครูที่เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากของผู้คนในจังหวัดนครศรีธรรมราช และหากใครได้มีโอกาสไปนมัสการท่านที่วัดวัวหลุงแห่งนี้ ก็มักจะไปขอให้ท่านรดน้ำมนต์พร้อมกับขอลูกอมชานหมากจากท่านซึ่งหากใครได้เอาไว้ก็จะนำมาบูชาและค่อนข้างเป็นที่หวงแหนไม่น้อย และหากถามถึงด้านวัตถุมงคลล่ะก็ต้องจอบอกเลยว่า ขลังมาก! (เหรียญของท่านปัจจุบันมีราคาสูงมาก) 

เมื่อกาลเวลาผ่านไปหลวงพ่อซังท่านก็ชราภาพมากแล้วจนไม่อาจปฏิบัติงานให้ราชการต่อได้ จึงได้รับการตรวจเก้าให้เป็นกิตติมศักดิ์ในช่วงปี 2472 และพ้นจากตำแหน่งราชการ ซึ่งรวมระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะแขวงได้ประมาณ 13 ปี และท่านได้มรณภาพลงด้วยโรคชราในช่วงปีพ.ศ. 2478 ซึ่งท่านจากไปด้วยความสงบนับสิริอายุรวมของท่านได้ประมาณ 84 ปี เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้ลูกศิษย์ลูกค้าและชาวบ้านที่เคารพศรัทธาทั่วทั้งจังหวัด สร้างความเศร้าโศกไม่น้อย 

ซึ่งในงานศพของท่านลูกศิษย์ลูกหาก็ได้สร้างเหรียญขึ้นเพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกแด่งานพระราชทานเพลิงศพของท่าน อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าหลวงพ่อสั่งจะมรณภาพไปนานแล้วแต่ก็ยังคงมีลูกศิษย์ลูกหาที่ยังเคารพศรัทธาและละลึกถึงท่านมาจนถึงปัจจุบันมีเสื่อมคลาย 

ประวัติ “พ่อท่านซัง สุวรรณโณ”

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเรื่องราวของ ประวัติความเป็นมา “พระครูอรรถธรรมรส (หลวงพ่อซัง)” แห่งวัดวัวหลุง จ.นครศรีธรรมราช !  ที่เราได้นำมาฝากกันไปเมื่อสักครู่นี้ อย่างไรก็ตามพวกเราทีมงานหวังอย่างยิ่งว่าท่านจะชื่นชอบและถูกใจกับเนื้อหาสาระที่เราได้ยินมาฝากกันนะคะแล้วพบกันใหม่กับบทความในครั้งต่อไปสำหรับวันนี้ต้องขออนุญาตลากันไปก่อนขอให้ทุกท่านโชคดีสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่ะ

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter