เปิดประวัติความเป็นมา “พระกรุ วัดท่าเรือ เมืองนครศรีธรรมราช” พระเก่าแก่แห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ !

หัวข้อ

ในดินแดนใต้ของบ้านเรานั้นถือเป็นอาณาจักรเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณและพระเครื่องของอาณาจักรใต้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุมงคลที่หายากยิ่ง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้เราจะพาคุณไป  เปิดประวัติความเป็นมา “พระกรุ วัดท่าเรือ เมืองนครศรีธรรมราช” พระเก่าแก่แห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ ! ซึ่งเราชื่อว่ายังคงมีใครหลายคนที่อาจจะยังไม่ทราบถึงความเป็นมากันมากนักและในครั้งนี้เราจะมาเล่าให้คุณฟังโดยละเอียดซึ่งพวกเราทีมงานได้รวบรวมข้อมูลต่างๆมาฝากคุณกันไว้ที่นี่เป็นที่เรียบร้อยแล้วดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจกันเลยดังต่อไปนี้ค่ะ 

ความเป็นมาของอาณาจักรตามพรลิงค์ 

ความเป็นมาของอาณาจักรตามพรลิงค์ 

สำหรับอาณาจักรแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ  ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณคาบสมุทรมลายูในช่วงก่อนสมัยพุทธศตวรรษที่ 7 ซึ่งศูนย์กลางอาณาจักรแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการขุดพบเมืองโบราณรวมไปถึงวัตถุโบราณต่างๆในจังหวัดแห่งนี้ที่ตำบลในเมืองบริเวณบ้านพระเวียงอำเภอเมืองซึ่งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช  และศิลาจารึกจากเมืองไชยาที่ยังคงมีอยู่และตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีสำหรับอาณาเขตของทางทิศเหนือนั้นจะเป็นช่วงบริเวณจังหวัดชุมพรและในส่วนของทางทิศใต้นั้นจะอยู่บริเวณตอนบนของประเทศมาเลเซียในส่วนของทางด้านทิศตะวันตกและตะวันออกจะจรดกับทะเลทั้งสองฝั่งซึ่งบริเวณของทะเลอันดามันนั้นจะถูกเรียกกันว่าทะเลนอกซึ่งเป็นบริเวณทั้งหมดของจังหวัดกระบี่ในปัจจุบันนี้  

สำหรับยุครุ่งเรืองของอาณาจักรแห่งนี้อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 และ 14 เป็นดินแดนใหญ่ที่มีบริเวณอยู่บนคาบสมุทรมลายูซึ่งมีความโดดเด่นมากจากนั้นมาถึงในช่วงปีพศ. 1318 อาณาจักรแห่งนี้ได้ถูกควบคุมโดยอาณาจักรศรีวิชัยจากนั้นต่อมาได้กลายเป็นรัฐหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัยไปโดยปริยาย แต่ถัดมาในช่วงปีพศ. 1773 ก็ได้มีการแยกตัวเกิดขึ้นจากอาณาจักรศรีวิชัยโดยพระเจ้าจันทรภาณุ ซึ่งชื่อพี่เรียกกันว่าอาณาจักรตามพรลิงค์นั้น คำว่า “ตามฺร” นั้นมีที่มาจากภาษาสันสกฤต เมื่อนำมาผสมกับคำบาลีที่ว่า “ตมฺพ” จึงมีความหมายที่แปลว่าทองแดง คำว่า “ลิงค์” นั้น ก็คือสัญลักษณ์ของเพศฉันจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า TANMALING หรือ Tambralinga แต่สำหรับชาวจีนจะเรียกกันว่า “ตันเหมยหลิง” และสำหรับพระมหากษัตริย์ที่มีความสำคัญของอาณาจักรแห่งนี้ก็คือพระเจ้าจันทรภาณุและพระเจ้าศรีธรรมโศกราช  ซึ่งเมืองหลวงของยุคสมัยนั้นก็คือเมืองพระเวียงหรือเมืองตามพรลิงค์นั่นเอง แล้วจากนั้นในช่วงปีพศ. 1830 ก็ได้มีการพัฒนาออกมาเป็นอาณาจักรนครศรีธรรมราช 

“ความเป็นมาของวัดท่าเรือ เมืองนครศรีธรรมราช”  

“ความเป็นมาของวัดท่าเรือ เมืองนครศรีธรรมราช”  

ในปัจจุบันวัดท่าเรือแห่งนี้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนาฏศิลป์ซึ่งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้มีการพบหลักฐานต่างๆมาจากหนังสือใบลานผูกจึงมีลักษณะเป็นการเขียนแบบใช้สมุดข่อย อีกทั้งยังมีการสันนิษฐานว่าสมุดข่อยที่เป็นหลักฐานในการพบเจอครั้งนี้อาจถูกเขียนขึ้นโดยบัณฑิตในช่วงยุคสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งได้ระบุเอาไว้ว่าวัดท่าโพธิ์หรือที่เรารู้จักกันในชื่อวัดท่าเรือนั้นได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงยุคสมัยของพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมโศกกราช ซึ่งท่านเป็นพระมหากษัตริย์ในยุคนั้น ซึ่งพระองค์ได้ทำการสถาปนาร่วมกับพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นชาวลังกาสำหรับสถาปนาวัดท่าเรือแห่งนี้ อีกทั้งยังได้มีการสร้างพระพิมพ์ต่างๆเอาไว้อย่างมากมายรวมถึงพระเจดีย์และวิหารเก่าแก่และตั้งแต่ในช่วงปีพ.ศ. 1773 และมีการสร้างพระขึ้นเพื่อเป็นการฉลองพิธีสมโภชพระมหาเจดีย์ที่ได้ถูกก่อสร้างขึ้นรวมถึงพระกรุที่เราจะมากพูดถึงกันในครั้งนี้

พระกรุ วัดท่าเรือ 

พระกรุ วัดท่าเรือ 

สำหรับพระกรุต่างๆโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นพระเนื้อดินที่มีทั้งเนื้อที่ละเอียดและเนื้อที่ค่อนข้างหยาบโดยส่วนมากแล้วจะพบว่าได้มีการนำแร่กรวดทรายมาผสมอยู่ในเนื้อพระอย่างมากและสำหรับพระกุวัดท่าเรือแห่งนี้ ก็จะเป็นตามที่เราได้กล่าวมาทั้งหมด อีกทั้งยังมีพระเนื้อชินแต่ก็พบได้ค่อนข้างน้อยในส่วนของลักษณะทางด้านพุทธะศิลปะนั้นค่อนข้างพบว่าโดยส่วนใหญ่จะเป็นในแบบศิลปะทางสมัยยุคอยุธยาตอนต้น  และสำหรับพระกุแห่งวัดท่าเรือนี้ก็ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นพระอันดับหนึ่งที่อยู่ในชุดไตรภาคี ซึ่งพระนั้นก็คือพระซุ้มชินราชพิมพ์ใหญ่หรือที่ใครหลายคนอาจรู้จักกันในนาม “พระปรก พิมพ์ใหญ่” ซึ่งพระรุ่นนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงและเป็นพระเครื่องยอดนิยมมาอย่างยาวนานถึง 30 ปีแล้ว 

ซึ่งในปัจจุบันก็เรียกได้ว่าเป็นพระที่ค่อนข้างหายากและมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก ในวงการพระค่อนข้างกล่าวถึงกันอย่างมากอีกทั้งยังคงมีผู้คนจากทั่วสารทิศยังคงเสาะแสวงหากันอย่างไม่ขาดสาย สำหรับองแท้ก็หาได้ค่อนข้างน้อย

ในช่วงปีพ.ศ. 2519 ได้มีการขุดพบพระเก่าจากกรุอุโบสถ รวมถึงวัตถุมงคลต่างๆที่มีอายุยาวนานจนกระทั่งได้พบกับพระกุแห่งวัดท่าเรือนี้ซึ่งว่ากันว่ามีพุทธคุณที่สูงอย่างยิ่งจนทำให้ใครหลายคนยอมที่จะให้ราคาสูงเพื่อได้มาครอบครอง ในการขุดพบพระจากกรุวัดท่าเรือแห่งนี้นอกจากจะพบกับพระซุ้มชินราชปกโพธิ์แล้วยังพบกับพระเครื่องต่างๆในพิมพ์อื่นๆซึ่งได้แก่พิมพ์ปรกโพธิ์พิมพ์เล็กพิมพ์ปรกโพธิ์พิมพ์ใหญ่พิมพ์ตรีกายพิมพ์บางเขนรวมไปถึงพระปิดตาขุดก็พบที่กูแห่งนี้อีกด้วยแต่พิมพ์นิยมที่ค่อนข้างได้รับความนิยมสูงก็คือพระปกโพธิ์พิมพ์ใหญ่

พุทธลักษณะพระซุ้มชินนราชปกโพธิ์ กรุวัดท่าเรือ พิมพ์ใหญ่

พุทธลักษณะพระซุ้มชินนราชปกโพธิ์ กรุวัดท่าเรือ พิมพ์ใหญ่

จุดสังเกตที่มีความโดดเด่นซึ่งเราสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือองค์พระจะอยู่ในอิริยาบถนั่งขัดสมาธิราบบนฐานสูงรูปทรงโบราณในส่วนของรอบองค์พระนั้นจะถูกล้อมรอบด้วยกรอบที่เป็นลายกนกอันเป็นเอกลักษณ์และพุทธศิลป์ที่มาจากยุคตามพรลิงค์ เป็นพระเครื่องที่มีรูปทรงคล้ายสี่เหลี่ยม แต่ทางด้านบนจะมีลักษณะโค้งมน บนยอดของกรอบที่ล้อมรอบเศียรพระนั้นจะมีลักษณะเป็นคล้ายกับก้อนเมฆซึ่งมีความงดงามและมีความวิจิตรสินอย่างมากในส่วนของพุทธะลักษณะทางด้านหลัง จะเป็นลักษณะผิวเรียบซึ่งเราจะสังเกตเนื้อขององค์พระได้อย่างชัดเจนว่ามีความหยาบและเนื้อพระบางองจะมีความละเอียดแตกต่างกันออกไป

พุทธคุณ

พุทธคุณ

มีความเชื่อกันว่าหากใครได้มีไว้ในบูชาครอบครองก็จะสามารถปกปักรักษาคุ้มครองชีวิตจากสตูต่างๆได้รวมไปถึงสามารถป้องกันพริกร้ายและเขี้ยวงาจากสัตว์ร้ายต่างๆจะมีความแคล้วคลาดปลอดภัยจากคมอาวุธและมีความโดดเด่นมากในเรื่องของคงกระพันชาตรีรวมไปถึงทางด้านเมตตามหานิยมอีกทั้งยังมีความเชื่อกันว่าหากใครมีไว้ในบูชาครอบครองก็จะรุ่งเรืองรุ่งโรจน์และประสบความสำเร็จไปถึงจุดสูงสุดในชีวิต จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนต่างยังคงเสาะแสวงหาและต้องการมีไว้ในบูชาครอบครองอย่างมาก นอกจากจะมีความเข้มแข็งและมีพุทธคุณสูง

อีกทั้งยังเคยมีที่มาและเรื่องเล่าต่างๆเกี่ยวกับปาฏิหาริย์อีกมากมายสำหรับผู้ที่ห้อยคออย่างไรก็ตามในปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพระเครื่องที่ค่อนข้างหาชมองแท้ได้ยากมากและมีราคาที่สูงขึ้นเรื่อยเรื่อยจนไม่สามารถระบุได้ว่าตอนนี้ราคาเท่าไหร่แล้วอย่างไรก็ตามก่อนที่คุณจะเช่าบูชาพระคุณจำเป็นจะต้องทราบถึงที่มาให้ดีเสียก่อนและควรทราบถึงพุทธะลักษณะให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะตัดสินใจเช่าบูชาเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าพระแท้ก็มีอยู่บ้างและพระไม่แท้ก็มีอยู่มากเช่นกัน

พุทธคุณ

สามารถกลับมาพบกับพวกเราได้ใหม่ในบทความครั้งต่อไปนะคะ สำหรับวันนี้พวกเราทีมงานต้องขอฝากเรื่องราว ประวัติความเป็นมา “พระกรุ วัดท่าเรือ เมืองนครศรีธรรมราช” พระเก่าแก่แห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ ! กันไว้แต่เพียงเท่านี้ขอให้คุณโชคดีและมีความสุขไปกับการอ่านค่ะ 

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter