วัตถุมงคลล้ำค่ากับพระเครื่องหายาก ของหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ แห่งเมืองสุพรรณบุรี! 

พ่อมุ่ย-วัดดอนไร่

หัวข้อ

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ค่อนข้างมีผู้คนกล่าวถึงอย่างมากมายสำหรับ หลวงพ่อมุ่ย พฺทฺธรักขิโต  แม้ว่าท่านจะได้ละสังขารไปนานนับร้อยปีแล้วก็ตาม แต่ท่านก็ยังคงมีผู้เลื่อมใสเคารพศรัทธาอยู่อย่างมิเสื่อมคลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือชาวจังหวัดสุพรรณบุรีในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ วัตถุมงคลล้ำค่ากับพระเครื่องหายาก ของหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ แห่งเมืองสุพรรณบุรี! ซึ่งแน่นอนว่าในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึงประวัติความเป็นมาของท่านพร้อมกับเครื่องรางของขลัง และวัตถุมงคลล้ำค่าหายากที่ได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในยุคสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ หลวงปู่มุ่ยนั้นท่านได้รับการขนานนามว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีอายุยืนยืนยาว 5 แผ่นดิน และหากอยากทราบถึงรายละเอียดที่น่าสนใจนี้กันแล้วต้องอย่ารอช้าค่ะเราไปพบกับเนื้อหาสาระไปพร้อมๆกันได้เลย  

ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อมุ่ย พฺทฺธรักขิโต

 วัดดอนไร่ จังหวัดสุพรรณบุรี 

ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อมุ่ย พฺทฺธรักขิโต

เชื่อว่าชาวจังหวัดสุพรรณบุรีคงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักหลวงพ่อมุ่ย หรือใครคนรุ่นหลังมักจะเรียกท่านว่าหลวงปู่มุ่ย ซึ่งเดิมทีนั้นท่านเป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรีเกิดที่บ้านดอนไร่ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลหนองสะเดาอยู่ในอำเภอสามชุกของจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านเกิดตั้งแต่สมัยแผ่นดินของรัชกาลที่ 5 เกิดช่วงปีพ.ศ 2437 เกิดในวันที่ 5 เดือนธันวาคม และท่านเป็นบุตรชายคนที่ 3 ของคุณพ่อคุณแม่ท่านมีพี่น้องทั้งหมดจำนวน 5 คน  คุณพ่อของท่านชื่อว่าในเหมือนและคุณแม่ของท่านชื่อว่านาซ้ง มีศรีชัย 

ท่านบวชในช่วงปีพ.ศ 2452 อยู่ที่วัดท่าช้างซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเดิมบางนางบวชของจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งมีพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ก็คือ  หลวงพ่อกฤษณ์ แห่งวัดท่าช้าง สำหรับพระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ก็คือหลวงพ่ออิ่มแห่งวัดหัวเขา แต่การบวชในครั้งนั้นหลวงพ่อมุ่ยท่านก็บวชได้ประมาณ 10 พรรษาเท่านั้น 

เนื่องจากท่านได้ลาสิกขาเพื่อออกมาช่วยครอบครัวทำไร่ทำนา และในครั้งนั้นได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงสำหรับท่านขึ้นก็คือท่านเกิดล้มป่วยอย่างหนักเรียกได้ว่าเป็นชนิดที่แทบเอาชีวิตไม่รอดกันเลยทีเดียวจึงทำให้หลวงพ่อมุ่ยท่านได้ตั้งสัตว์จะอธิษฐานเอาไว้กับตัวเองว่าหากท่านได้หายป่วยจากครั้งนี้แล้วก็จะขอบวชเป็นพระสงฆ์แล้วจะขอถวายชีวิตให้กับพระพุทธศาสนาตลอดไปเมื่อตั้งสัตว์เอาไว้เช่นนั้นปรากฏว่าอาการป่วยก็ได้หายเป็นปลิดทิ้ง เรียกได้ว่าเป็นเรื่องปฏิหาริย์เลยก็ว่าได้ 

ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อมุ่ย พฺทฺธรักขิโต

และการบวชในครั้งที่ 2 ของท่านก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ท่านบวชที่วัดดอนบุปผารามหรือวัดตะค่า ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านกร่างของอำเภอศรีประจันต์ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ของเดือนมีนาคมซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ 2472   ซึ่งการบวชในครั้งนี้มีพระอุปัชฌาย์ก็คือ พระครูธรรมสารรักษา (อ้น) วัดดอนบุปผาราม สำหรับพระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้กับท่านก็คือหลวงพ่อทวนแห่งวัดบ้านกร่าง  และพระผู้เป็นพระอนุสาวนาจารย์ให้กับท่านในครั้งนี้ก็คือ พระอาจารย์กุล วัดดอนบุปผาราม พร้อมกับได้รับฉายาทางธรรมว่า “ พฺทฺธรักขิโต” 

หลังจากที่ท่านบวชที่วัดแห่งนี้ได้ประมาณ 3 เดือนแล้ว ท่านก็ได้ย้ายมาอยู่ที่วัดหัวเขาและจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ จากนั้นท่านก็ได้ย้ายไปยังวัดของปู่บัวตามด้วยการกลับไปจำวัดที่วัดดอนไร่   

เดิมทีนั้นหลวงพ่อมุ่ยท่านเป็นผู้ที่ชอบศึกษาในเรื่องต่างๆเป็นเดิมอยู่แล้ว  เป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียนจึงทำให้ท่านมีความตั้งอกตั้งใจเวลาที่ได้ศึกษาวิชาใดๆในทุกครั้งซึ่งท่านได้มีโอกาสศึกษากับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมากมายในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่ออิ่มแห่งวัดหัวเขาหลวงพ่อเนียมแห่งวัดน้อยหลวงปู่อ้นแห่งวัดดอนบุปผารามหรือแม้แต่หลวงปู่ศุขแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่าที่จังหวัดชัยนาท 

หลวงพ่อมุ่ยก็ได้มีโอกาสศึกษากับท่าน นอกจากนี้ท่านยังได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนวิชาทางด้านอื่นๆกับหลวงพ่อปลั่งแห่งวัดวิมลโภคารามอำเภอสามชุก และพระอาจารย์คูณแห่งวัดบ้านทึงที่อำเภอสามชุกเช่นกัน ทุกครั้งที่ท่านได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนกับพระอาจารย์ในแต่ละท่านท่านก็มักจะมีความตั้งอกตั้งใจเรียนดี อีกทั้งยังหมั่นฝึกฝนและปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดและทำเช่นนั้นอย่างเสมอต้นเสมอปลายนี้ค่ะตกบกพร่อง ท่านเป็นผู้รอบรู้และมีวิชาอาคมสูงเรียกได้ว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ค่อนข้างมีความชำนาญทางด้านศาสตร์ต่างๆอย่างมากจึงทำให้ค่อนข้างเป็นที่ร่ำลือ นอกจากนี้นิสัยโดยส่วนตัวท่านเป็นพระผู้ถือสมถะและมีความเมตตาต่อสัตว์ในทุกๆหมู่เหล่า

ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อมุ่ย พฺทฺธรักขิโต

จากนั้นในช่วงปีพ.ศ 2475 หลวงพ่อมุ่ยท่านก็ได้เป็นเจ้าอาวาสแห่งวัดดอนไร่ซึ่งเป็นวัดที่ชาวบ้านพากันร่วมใจสร้างขึ้น และนิมนต์ให้หลวงพ่อท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดรูปแรกนอกจากนี้ถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2476  หลังจากนั้นไม่นานหลวงปู่มุ่ยท่านก็ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ซึ่งท่านได้รับสมณศักดิ์นี้ในช่วงปีพ.ศ 2496 ตามด้วยได้รับสมณศักดิ์ให้เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูสุวรรณวุฒาจารย์” ในช่วงปีพ.ศ 2502 

ต่อมาไม่นานซึ่งตรงกับช่วงประมาณปีพ.ศ 2516 หลวงพ่อท่านก็ได้เริ่มมีอาการอาพาธ และละสังขารในวันที่ 15 มกราคมตรงกับช่วงปีพ.ศ 2517 คุณท่านได้ละสังขารและจากไปด้วยอาการสงบ  ซึ่งสิริอายุรวมได้ 85 ปี  แต่ถึงอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าท่านจะได้ละสังขารจากโลกนี้ไปร่วม 50 ปีแล้วก็ตามแต่ชื่อเสียงของท่านก็ยังคงอยู่ในใจของพุทธศาสนิกชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือชาวจังหวัดสุพรรณบุรีอย่างมากมาจนถึงปัจจุบัน และแน่นอนว่าเหล่าบรรดาวัตถุมงคลไม่ว่าจะเป็นผ้ายันต์ตะกรุดพระพิมพ์สมเด็จรวมถึงเหรียญรูปเหมือนต่างๆที่ท่านได้เคยสร้างเอาไว้ก็ยังคงเป็นที่ถามถึงอยู่อย่างมีขาดสายเช่นกัน 

ประวัติ วัดดอนไร่

ประวัติ วัดดอนไร่

สำหรับวัดไร่ดอนที่หลวงพ่อมุ่ยท่านได้จำพรรษาอยู่นี้ในปัจจุบันยังคงมีอยู่ซึ่งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งพื้นที่ของวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองสะเดาอยู่ในอำเภอสามชุก เรียกได้ว่าเป็นวัดเก่าแต่ไม่ได้เก่าแก่มากถึงยุคอยุธยาเนื่องจากวัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปีพ.ศ 2456 เป็นยุครัตนโกสินทร์ตอนกลาง  

วัดแห่งนี้อยู่ภายใต้การนำของนางบู่และผู้ใหญ่ยาเนื่องจากท่านทั้งสองคนนี้ได้เป็นผู้นำให้กับชาวบ้านบริเวณนั้นพากันไปถางหญ้าที่รกซึ่งท่านก็ได้นำทีมพาชาวบ้านไปทานหญ้าบนดอยซึ่งดอนที่หมายถึงนี้ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านหนองตมซึ่งเป็นไร่เก่าของในแก้วนางหมอนและในสีกับนางพูนจึงทำให้เรียกวัดแห่งนี้ว่าวัดดอนไร่เนื่องจากบริเวณอาณาเขตมีลักษณะเป็นดอน ซึ่งท่านได้บริจาคเพื่อให้ชาวบ้านมาประกอบศาสนกิจที่นี่ และหลังจากที่ทุกคนได้ร่วมใจกันทำบุญบริจาคและสร้างวัดแห่งนี้เป็นที่สำเร็จเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้นิมนต์ให้หลวงพ่อปลั่งแห่งวัดวิมลโภคารามมาจำพรรษาอยู่ที่นี่ และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดรูปแรกเมื่ออยู่ได้ประมาณพรรษาหลวงพ่อปลั่งท่านก็ย้ายกลับไปยังวัดเดิมของท่าน 

วัตถุมงคลของหลวงพ่อมุ่ย

 แห่งวัดดอนไร่ จังหวัดสุพรรณบุรี  

วัตถุมงคลของหลวงพ่อมุ่ย

สำหรับวัตถุมงคลที่หลวงปู่มุ่ยหรือหลวงพ่อมุ่ยท่านได้ตั้งเอาไว้นั้นมีอยู่มากมายหลายรุ่นซึ่งแต่ละรุ่นแต่ละองค์นั้นก็ล้วนแล้วแต่มีความเข้มขลังและมีพุทธคุณที่สูงจนเป็นอันร่ำลืออย่างหลากหลาย ซึ่งวัตถุมงคลที่ท่านได้สร้างก็ได้แก่ตะกรุดผ้ายันต์พระเครื่องต่างๆรวมถึงรูปหล่อปั๊ม 

สิ่งที่เราได้นำมาให้ท่านได้ชมเป็นตัวอย่างในครั้งนี้ก็คือรูปหล่อปั๊มรุ่นแรกของท่าน ซึ่งเป็นเหรียญที่ได้ถูกตั้งขึ้นตั้งแต่ในช่วงปีพ.ศ 2503 และข้อมูลอื่นๆก็ได้ระบุเอาไว้ว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงปีพ.ศ 2497 ซึ่งมีที่มาจากหลายข้อมูล  ลักษณะของรูปหล่อปั๊มรุ่นนี้จะสังเกตเห็นได้ว่าถูกพิมพ์ออกมาเพียงบล็อกเดียวเท่านั้นเนื่องจากมีลักษณะเหมือนกันไปทั้งหมดเท่าที่พบเจอแต่ก็สามารถแยกออกมาได้อย่างหลายแบบเนื่องจากบล็อกแม่พิมพ์นั้นได้มีการนำมาแก้ไขอยู่ด้วยกันหลายครั้ง

เราจะสังเกตพุทธลักษณะทางด้านหน้าขององค์พระรูปหล่อปั๊มนี้ได้ว่าเส้นที่ปรากฏนั้นไม่ค่อยเด่นชัดมากนักบางเส้นก็มีลักษณะที่ค่อนข้างบางและบางท่านก็มีลักษณะที่คล้ายจะจางหายไปซึ่งเป็นทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง

วัตถุมงคลของหลวงพ่อมุ่ย

แต่สำหรับพุทธลักษณะทางด้านหลังนั้นเราจะสามารถสังเกตได้ว่าถูกแยกออกได้เป็น 2 แบบแบบที่ 1 ก็คือเป็นพิมพ์สังฆาฏิคู่และแบบที่ 2 ก็คือพิมพ์แบบสังฆาฏิเดี่ยว ซื้อ 2 สิ่งนี้เราสามารถนำมาเป็นจุดพิจารณาได้สำหรับการสร้างวัตถุมงคลชิ้นนี้สันนิษฐานว่าน่าจะมีการสร้างประมาณ 500 องค์และไม่น่าจะเกินจำนวนนี้ หากถามถึงเรื่อง ของพุทธคุณต้องขอบอกคำเดียวเลยว่าค่อนข้างมีความเข้มขลังและเป็นที่เลื่องลืออย่างมากโดยเฉพาะทางด้านแคล้วคลาดปลอดภัย 

วัตถุมงคลของหลวงพ่อมุ่ย

 แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระเครื่องกันได้ใหม่ในครั้งต่อไปนะคะ สำหรับวันนี้ต้องขอฝากเรื่องราว วัตถุมงคลล้ำค่ากับพระเครื่องหายาก ของหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ แห่งเมืองสุพรรณบุรี!  กันไว้แต่เพียงเท่านี้ขอให้คุณโชคดีร่ำรวยเงินทองกันถ้วนหน้าค่ะ  

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter