ประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองชุมพร “หลวงพ่อจอน สิริจันโท วัดดอนรวบ” ! 

จัดอันดับพระเครื่อง

หัวข้อ

ถัดลงมาทางจังหวัดทางภาคใต้กันบ้าง แต่ในครั้งนี้เราไม่ได้ไปลึกถึงจังหวัดที่อยู่ไกลมากนักเพราะในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองชุมพร “หลวงพ่อจอน สิริจันโท วัดดอนรวบ” ! ซึ่งพวกเราทีมงานได้รวบรวมข้อมูลมาบอกเล่ากันให้คุณได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อจอน สิริจันโท พร้อมกับจะมาบอกเล่าให้คุณได้ทราบถึงวัตถุมงคลของท่าน  ดังนั้นก็ไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปทราบถึงรายละเอียดที่น่าสนใจกันต่อไปนี้กันเลย 

ประวัติของ หลวงพ่อจอน  สิริจันโท วัดดอนรวบ

ประวัติของ หลวงพ่อจอน  สิริจันโท วัดดอนรวบ

สำหรับหลวงพ่อจอน สิริจันโท เดิมทีท่านมีชื่อว่า “เทพทอง”  ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2392 ซึ่งตรงกับวันที่ 6 พฤษภาคมท่านเป็นชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงเกิดที่ตำบลท่าชนะซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอท่าชนะอันเป็นลูกชายของนายปลอดและนางคงเทพทอง มันเป็นบุตรชายคนกลางของคุณพ่อคุณแม่ซึ่งท่านมีพี่สาวชื่อว่านางสีและท่านเป็นบุตรคนที่ 2 และมีน้องชายที่ชื่อว่านายขิน สมัยที่ท่านยังอยู่ในวัยหนุ่มอยู่นั้นท่านค่อนข้างเป็นชายที่มีร่างกายกำยำล่ำสันอีกทั้งยังมีอีกพละกำลังมากมายมีความสูงประมาณ 170 เซนติเมตร มีความสันทัดสูงโปร่งและมีใบหน้ามีเครารูปไข่ มีเอกลักษณ์ใบหน้าที่คมเข้ม

ท่านจบการศึกษาในวิชาสามัญและจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งท่านได้มีโอกาสเล่าเรียนที่วัดดอนทรายซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอท่าชนะอยู่ที่ตำบลท่าชนะของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยความใฝ่เรียนใฝ่รู้จึงทำให้หลวงพ่อจอนท่านได้รับวิชาความรู้และมีความสามารถ 

 เมื่ออายุได้ 18 ปี ก็ได้บวชเป็นสามเณร และเมื่ออายุได้ 21 ปีบริบูรณ์ท่านก็ได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ 2413 ท่านบวชที่วัดดอนทรายซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอท่าชนะตำบลท่าชนะและจังหวัดสุราษฎร์ธานีบ้านเกิดของท่านนั่นเองซึ่งในครั้งนั้นพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือพระครูอาจารย์เทศน์ และพระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ก็คือ   พระสมุห์ปณฺฑิโค และสำหรับพระผู้เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ก็คือพระอธิการเทพยั่ว ซึ่งท่านได้รับฉายาทางธรรมว่า “สิริจนฺโท”

เมื่อได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์อย่างเต็มตัวแล้วหลวงพ่อจอนท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาทางด้านวิปัสสนาธุระและมุ่งเน้นในการศึกษาคันถธุระอย่างตั้งอกตั้งใจ  นอกจากนี้ท่านก็ยังได้เรียนรู้ทางด้านวิชาอาคมต่างๆไปด้วยในตัวจนได้เกิดความเชี่ยวชาญในวิชาความรู้ที่เรียน และนอกจากนี้ท่านยังเป็นคนหัวไวที่สามารถแตกฉานสิ่งต่างๆได้อย่างแม่นยำในเวลารวดเร็ว  และในเวลาต่อมาไม่นานท่านก็สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก  และไม่ใช่เพียงชื่นชอบในการเรียนรู้และศึกษาวิชาอาคมหรือวิชาในด้านต่างๆเท่านั้นเพราะท่านยังเป็นพระผู้ที่มีความเคร่งครัดต่อการปฏิบัติและฝึกจิตอย่างมากท่านมักจะเจริญภาวนาและวิปัสสนากรรมฐานอย่างสม่ำเสมอในทุกๆวันรวมไปถึงท่านมักจะออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ 

สินเชื่อกันว่าหลวงพ่อจอนนั้นท่านเป็นพระผู้มีญาณสมาบัติอันแก่กล้าเนื่องจากในยุคสมัยนั้น การออกเดินธุดงค์ไม่ใช่เรื่องง่ายและถ้าหากว่าไม่แน่จริงก็จะไม่สามารถปฏิบัติข้ามผ่านไปจนถึงแรมปีได้ และใครหลายคนก็ยอมแพ้ในเรื่องนี้กันไปพอสมควรแต่หลวงพ่อจอนท่านกลับทำได้และมักจะออกเดินธุดงค์อยู่เสมอ เท่าที่ท่านจะทำได้ อีกทั้งหลวงพ่อจอนท่านยังมีความรู้ทางด้านวิทยาคมต่างๆซึ่งได้มีการสันนิษฐานว่าท่านอาจจะมีโอกาสได้ร่ำเรียนกับพระเกจิอาจารย์ในหลายๆรูปในช่วงที่ท่านออกเดินธุดงค์แต่ก็ไม่ได้พบหลักฐานอันแน่ชัดว่าท่านเรียนกับใครและได้เรียนจริงหรือไม่ เพราะไม่มีการบันทึกหลักฐานและไม่มีผู้ทราบจริง  ครั้งหนึ่งเคยมีผู้เล่าว่าหลวงพ่อจอนนั้นทันมีความจดจำที่ค่อนข้างแม่นยำอย่างมาก โดยเฉพาะการจดจำบทสวดไม่ว่าจะเป็นพระธรรมวินัยพระอภิธรรมหรือพระสูตรท่านก็สามารถจำได้อย่างแท้จริงซึ่งท่านสามารถสวดได้โดยไม่ต้องอ่านบทสวด ซึ่งในการประกอบศาสนพิธีต่างๆหลวงพ่อท่านก็จะทำการสวดได้อย่างคล่องแคล่วในขณะเดียวกันที่พระองค์อื่นๆบางองค์ อาจนั่งพนมมืออยู่เพียงเงียบๆ

ท่านเป็นหนึ่งในสิบของสุดยอดพระคณาจารย์ ที่มีความเข้มขลังทางด้านวิทยาคมแห่งยุค !

ท่านเป็นหนึ่งในสิบของสุดยอดพระคณาจารย์ ที่มีความเข้มขลังทางด้านวิทยาคมแห่งยุค !

นอกจากนี้นิสัยส่วนตัวของท่านยังเป็นพระผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและวางตนอย่างเหมาะสม  และมีความเมตตากรุณาตอบสิ่งมีชีวิต  ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้คนไม่ว่าจะกลับญาติโยมหรือลูกศิษย์ลูกหาก็ตาม และที่สำคัญคือหลวงพ่อท่านเป็นผู้มีเมตตาธรรมสูง ทำให้ผู้คนเลื่อมใสศรัทธาอย่างมาก นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างคุณงามความดีเอาไว้อย่างมากมาย ซึ่งแม้แต่ เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ยังให้ความเคารพศรัทธาอย่างมากถึงขั้นที่พระองค์ได้ปลอมตัวเป็นชาวบ้านและเสด็จไปหาเพื่อทดสอบวิทยาคม 

ถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2452 ได้มีการจัดงานเพื่อทดสอบวิทยาคมต่างๆของพระเกจิอาจารย์ จากทั่วประเทศ ซึ่งงานนี้ได้จัดขึ้นที่บริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม มีพระเกจิอาจารย์ได้ให้ความสนใจและเข้าร่วมในงานนี้มากถึง 100 รูป เรียกได้ว่าเป็นงานทดสอบครั้งยิ่งใหญ่อย่างมากสำหรับการทดสอบนี้ จังในครั้งนั้นได้มีพระสังฆราช (เข) ที่คลองพรรษาอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหารได้ทรงเป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ ซึ่งการทดสอบในครั้งนั้นมีรายนามของหลวงพ่อจอน  แห่งวัดดอนรวบ  ติดอันดับ 1 ใน 10 ของสุดยอดพระเกจิคณาจารย์ ที่มีความเข้มขลังทางด้านพลังจิตสูงสุดแห่งยุค  ซึ่งการจัดงานในครั้งนั้นเรียกได้ว่าทำให้ใครหลายคนได้รู้จักท่านมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

 ตลอดระยะเวลาที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นเรียกได้ว่าท่านอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  และแม้จะไม่ได้สร้างวัตถุมงคลใดๆเอาไว้เลยก็ตาม  เนื่องจากท่านค่อนข้างที่จะมุ่งเน้นการอบรมสั่งสอนผู้คนให้เป็นคนดีและยึดหลักปฏิบัติเสียมากกว่าการสร้างของขลังเพื่อแจกจ่าย  แต่ก็ได้มีการมอบเครื่องรางของขลังบางอย่างให้กับลูกศิษย์ลูกหาหรือชาวบ้านบ้างเพื่อเอาไว้ปกป้องคุ้มครองตน แต่วัตถุมงคลต่างๆเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วก็มักจะถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาหลังจากที่หลวงพ่อท่านได้มรณภาพลงไปแล้ว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ทำการสร้างก็จะเป็นลูกศิษย์ลูกหาของท่าน ตามด้วยการปลุกเสก โดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งยุค ในช่วงยุคนั้น  ซึ่งได้แก่ หลวงพ่อบ่าวแห่งวัดเชิงกระและ หลวงพ่อทอง แห่งวัดดอนสะท้อน  นอกจากนี้ยังมีพระเกจิอาจารย์องค์อื่นๆที่เราไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้

ท่านเป็นหนึ่งในสิบของสุดยอดพระคณาจารย์ ที่มีความเข้มขลังทางด้านวิทยาคมแห่งยุค !

ถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2482 หลวงพ่อจอนท่านก็ได้มรณภาพลงซึ่งรวมสิริอายุของท่านได้ประมาณ 90 ปีและครองพรรษาได้นานถึง 60 พรรษา แม้ว่าท่านจะมรณภาพลงไปเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วก็ตามแต่เราเชื่อว่ายังคงมีลูกศิษย์ลูกหาและคุณงามความดีของท่านยังคงเป็นที่จดจำและทำให้ผู้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย  

 วัตถุมงคลที่มักมีผู้ถามถึงนี้ก็คือ เหรียญหลวงพ่อจอน วัดดอนรวบ ซึ่งเป็นรุ่นแรกและได้ถูกจัดตั้งขึ้นในช่วงปี 2482 ซึ่งเป็นช่วงที่หลังจากที่หลวงพ่อจอนท่านได้มรณภาพแล้ว ที่ทำการจัดตั้งโดยคณะศิษย์ของหลวงพ่อจอนแต่ก็ได้เคยขออนุญาตก่อนสร้างตั้งแต่ครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งมีจำนวนในการสร้างที่ค่อนข้างน้อยมากและไม่ทราบถึงจำนวนที่ชัดเจน 

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับเรื่องราวของ  ประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองชุมพร “หลวงพ่อจอน สิริจันโท วัดดอนรวบ” !  ที่ได้นำมาฝากท่านผู้อ่านกันในครั้งนี้ซึ่งพวกเราทีมงานหวังอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านจะชื่นชอบและถูกใจกับเนื้อหาสาระในครั้งนี้กันนะคะ หากคุณชื่นชอบและบทความนี้มีประโยชน์สำหรับคุณก็สามารถแชร์หรือส่งต่อให้กับเพื่อนๆที่ชื่นชอบพระเครื่องได้เช่นกัน แล้วพบกันใหม่ในบทความครั้งต่อไปสวัสดีค่ะ 

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter