ชีวประวัติของพระธรรมสิงหบุราจารย์  ( หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) กับปณิธานที่ตั้งมั่น !   

หลวงพ่อจรัญ-ฐิตธมฺโม

หัวข้อ

ก่อนหน้านี้เราได้พาคุณไปทราบถึงประวัติความเป็นมาของพระเครื่องในหลายๆรุ่น ยุคเก่าและยุคใหม่และได้เล่าถึง ประวัติเป็นมาของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมาอย่างหลากหลายแล้ว  ในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ชีวประวัติของพระธรรมสิงหบุราจารย์  ( หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) กับปณิธานที่ตั้งมั่น !   

 ที่แน่นอนว่าท่านเป็นอีกหนึ่งกลับพรุ่งนี้เมตตาที่ผู้คนชาวไทยล้วนเคารพศรัทธากันทั่วทั้งประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือชาวจังหวัดสิงห์บุรีและในครั้งนี้เราจะมาเล่าถึงรายละเอียดที่น่าสนใจ ของท่านให้คุณได้ทราบกัน ณ ที่นี้ 

  • ประวัติความเป็นมาของ พระธรรมสิงหบุราจารย์  ( หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) 
ประวัติความเป็นมาของ พระธรรมสิงหบุราจารย์  ( หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) 

สำหรับพระธรรมสิงห์บุราจารย์  หรือที่พวกเราหลายๆคนมักจะรู้จักกันดีในนามหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม นั้นท่านได้เกิดตั้งแต่ในช่วงยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือในช่วงยุคสมัยของรัชกาลที่ 7  ซึ่งท่านเกิดตรงกับปีพ.ศ 2471 ตรงกับปีมะโรง ตั้งแต่ในวันที่ 15 สิงหาคม เดิมทีนั้นท่านเป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรีบ้านเกิดของท่านอยู่ที่อำเภอม่วงหมู่ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมือง บิดาของท่านมีบุตรทั้งหมด 10 คนและท่านเป็นบุคคลที่ 5 ของบิดามารดา  ท่านเป็นลูกของนายแพ จรรยารักษ์  และนางเจิม จรรยารักษ์ 

เมื่อท่านยังเด็กหลวงพ่อท่านได้อาศัยอยู่กับคุณยายซึ่งในขณะนั้นคุณยายของท่านอยู่ในวัย 80 ปี บ้บ้านของคุณยายที่ท่านอยู่อาศัยจะมีลักษณะเป็นเรือนทรงไทยเป็นบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้อันร่มรื่นอุดมไปด้วยต้นผลไม้อย่างน้อยหน่า ขนุน มะปราง มะม่วง และพืชพันธุ์อื่นๆอีกนานาชนิด เนื่องจากมีพื้นที่ในการใช้สอยที่ค่อนข้างกว้างขวางบรรยากาศที่แสนร่มรื่นอยู่ติดกับลำน้ำทางฝั่งลพบุรี อีกทั้งยังมีผักสวนครัวอีกมากมายหลวงพ่อท่านใช้ชีวิตอยู่กับคุณยายที่บ้านหลังนี้ และแน่นอนว่าท่านเติบโตมากับคำสอนของคุณยาย  

ประวัติความเป็นมาของ พระธรรมสิงหบุราจารย์  ( หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) 

ในทุกๆเช้าช่วงเวลาตี 4 คุณยายของหลวงพ่อจรัญท่านจะตื่นขึ้นมาและสวดมนต์ก่อนสิ่งอื่นใดการสวดมนต์ของคุณยายท่านจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  จึงทำให้เด็กชายจรัญต้องรุกตามคุณยายขึ้นมาแล้วช่วยคุณยายก่อไฟเพื่อหุงข้าวทำกับข้าวสำหรับใส่บาตรเพราะคุณยายท่านชอบทำบุญตักบาตร และมีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง หลังจากที่ทำบุญตักบาตรในยามเช้าแล้วคุณยายก็มักจะลงไปปลูกต้นไม้รดน้ำต้นไม้ถางหญ้าพรวนดินและเก็บผักผลไม้ต่างๆเพื่อเตรียมไว้นำไปขายที่ตลาด และเมื่อผลไม้มีมากคุณยายก็มักจะแบกใส่หาบไม่ไวหว จึงทำให้เด็กชายจรัญมักจะช่วยคุณยายของเขานำผลไม้เหล่านี้ไปไว้ที่ตลาดก่อนที่จะไปโรงเรียนในทุกๆเช้าอยู่เสมอ  

วัยเด็กของหลวงพ่อจรัญ 

วัยเด็กของหลวงพ่อจรัญ 

เมื่อครั้งที่หลวงพ่อจรัญท่านยังอยู่ในวัยที่กำลังเรียนหนังสือนั้น ท่านเป็นเด็กที่ไม่ค่อยสนใจเรียนมากนักและโดยส่วนใหญ่ก็มักจะชวนเพื่อนพากันไปยิงนกตกปลา จึงเป็นเหตุทำให้ต้องถูกย้ายโรงเรียนอยู่บ่อยๆ ทั้งที่คุณยายมักจะพร่ำสอนสิ่งดีๆให้กับท่านอยู่เสมอ เรียกได้ว่าน่าจะเป็นเด็กดื้อกันไม่น้อยเลยทีเดียว

ครั้งหนึ่งคุณยายของท่านได้เกิดไม่สบายจึงได้วานให้หลานชายของท่าน ซึ่งก็คือเด็กชายจรัญนำไปถวายพระแทนท่าน แต่ในระหว่างทางกลับได้พบกับเพื่อนนักเรียนที่กำลังหนีโรงเรียน จึงทำให้พากันหนีโรงเรียนมาด้วยกัน จากนั้นเพื่อนของเด็กชายจรัญก็เลยบอกว่า ยังไม่ได้กินข้าวมาเลย จึงทำให้ไม่ได้เอาข้าวไปถวายพระเพราะคิดว่าพระมีของกินตั้งมากมายแล้ว จากนั้นก็เลยตั้งวงกินกับข้าวเหล่านั้นกันเอง  จากนั้นเมื่อกลับถึงบ้านพ่อยายถามท่านก็บอกว่าเอาไปถวายพระมาแล้ว  จากนั้นวันต่อมาก็ทำเหมือนเดิมอีก  และจนอยู่มาวันหนึ่งมีสมภารที่ได้มาเยี่ยมคุณยายของท่านที่บ้าน จึงเป็นเหตุให้ความแตก เมื่อคุณยายทราบถึงความจริงก็ได้ดุและอบรมสั่งสอนทั้งยังถูกไม้เรียวของคุณยายตีด้วยเช่นกัน  

วัยเด็กของหลวงพ่อจรัญ 

ถัดมาเมื่อเด็กชายจรัญได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวัดพรหมสาคร ท่านจำเป็นต้องข้ามเรือจ้างในทุกๆวันซึ่งท่าเรือที่ท่านมักจะใช้บริการอยู่นั้นก็คือท่าเรือของตะกร้อแต่กลับไม่ให้เงินค่าข้ามเรือจ้าง หรือพูดง่ายๆว่าโกงค่าข้ามเรือนั่นเอง แล้วก็ย้ายจากการข้ามท่าเรือของตาก้อยมาเป็นไปใช้บริการที่ท่าเรือของยายนวมแทน เมื่อมาถึงท่าเรือของยายนวมแล้วก็โกงค่าเรือของยายนวมอีกเช่นกัน และหลังจากไอ้นวมก็คงท่าเรือของคนอื่นอีกรวมกันทั้งหมดเป็น 3 ท่าเรือ 

 นอกจากนี้ในทุกๆปีนั้นคุณยายของเด็กชายจรัญก็มักจะจัดให้มีการฟังเทศน์มหาชาติที่บ้าน และทำให้ลูกหลานได้มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งคุณยายท่านก็ได้นิมนต์พระมาที่บ้านด้วยกัน 3 รูป  เพื่อให้พระขึ้นเทศน์ 3 ธรรมาสน์  และเมื่อเด็กๆมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างมากมายก็ทำให้พากันวิ่งเล่นซุกซนไม่เชื่อฟัง ไม่ยอมฟังเทศน์  หากเด็กคนไหนดื้อไม่ฟังคุณยายก็จะปลุกเด็กคนนั้นไว้กับเสาเรือนเพื่อบังคับให้ฟังเทศน์ เป็นหนึ่งในนั้นก็คือเด็กชายจรัญนั่นเอง   

วัยเด็กของหลวงพ่อจรัญ 

เพราะในเวลาต่อมาครั้งหนึ่งเมื่อเด็กชายจรัญได้รับเงินจำนวน 1 บาทซึ่งเป็นค่าจ้างจากพวกที่ชอบดื่มเหล้าสำหรับการนำเต่าไปต้มเป็นจำนวน 7 ตัว โดยเด็กชายจรัญได้ก่อไฟสำหรับต้มน้ำเมื่อน้ำเดือดแล้วก็นำเต่าลงไปใส่ในหม้อน้ำเดือด เรียกได้ว่าเต่าพากันดิ้นทุรนทุรายกันอยู่พักใหญ่ จนเป็นเหตุทำให้หม้อต้มน้ำนั้นแตกออก จากนั้นน้ำในหม้อก็ได้ท่วมกองไฟกันไฟดับ ทำให้เต่าพากันหนีตายกันอย่างสุดใจขาดดิ้น พอมีเต่าที่วิ่งหนีเข้ากอไผ่เด็กชายจรัญก็ยังวิ่งตามไปจับเต่ากับปลาต้มอีก แต่สิ่งที่ทำให้เด็กชายจรัญต้องตกตะลึงและรู้สึกสะเทือนใจมากก็คือ ภาพที่เขาเห็นคือเอาทั้ง 7 ตัวเหล่านั้นพากันใช้คานหน้าของพวกมันปาดน้ำตา ที่ไหลออกมา  เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าเต่าจะร้องไห้เป็นจึงเป็นเหตุที่ ทำให้เขาเปลี่ยนใจและไม่นำเต่ามาต้ม เต่าทั้ง 7 ตัวเหล่านั้นมองหน้าเด็กชายจรัญญาอาฆาตแค้นก่อนที่จะพากันหนีหายเข้าไปในพงหญ้าและกอไผ่  จากนั้นเด็กชายจรัญก็ขอคืนเงินค่าจ้างให้กับพวกขี้เหล้า แต่พวกขี้เหล้าเหล่านั้นกลับไม่ยอม ในที่สุดก็ต้องใช้วิธีขโมยปลาของป้าที่ตากเอาไว้มาปิ้งให้พวกเขากินกับแกล้มแทน เรียกได้ว่าเด็กชายจรัญนั้นมีวีรกรรมสุดแสบอย่างมากมายไม่น้อยเลยทีเดียว 

เข้าพิธีอุปสมบท 

เข้าพิธีอุปสมบท 

เมื่ออายุครบบวชท่านก็ได้วิธีอุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุเพื่อต้องการทดแทนพระคุณบิดามารดา ซึ่งมีพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ก็คือ พระครูพรหมจริยคุณ วัดแจ้งพรหมนคร (เจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี) พระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ก็คือ พระปลัดกิมเอง วัดพุทธาราม ส่วนพระผู้เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการช่อ วัดพรหมบุรี แม้ว่าก่อนหน้านี้ท่านจะเคยไม่ชอบพระมาก่อนแต่เมื่อได้บวชเป็นพระแล้วท่านก็ปฏิบัติหน้าที่ของท่านอย่างถูกต้องตามวินัย ที่ควรปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนา มีความเคร่งครัดไม่น้อย และมักจะออกบิณฑบาตในทุกๆเช้าเพื่อให้โยมแม่และโยมยายของท่านได้ใส่บาตร  

เข้าพิธีอุปสมบท 

และในช่วงเวลาต่อมาก็ทำให้หลวงพ่อจรัญท่านได้รับผลกรรมที่ทำเอาไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะในเรื่องของการประสบอุบัติเหตุและอื่นๆอีกมากมาย ที่เป็นผลจากแรงกรรมตามความเชื่อ ทำให้ท่านได้ตั้งปณิธานแน่วแน่เอาไว้ว่า ท่านจะสร้างคุณโดยใช้วิธีการให้การศึกษาและอบรมสั่งสอน  รวมถึงสั่งสอนในเรื่องของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน  และด้วยการตั้งปณิธานในครั้งนั้นท่านก็ได้ทำจนประสบความสำเร็จและเป็นผลงานที่ทำให้ผู้คนชาวไทยได้เห็น  ไม่ใช่เฉพาะเพียงชาวไทยเท่านั้นที่ได้ทราบแต่ชาวต่างประเทศก็ยังมีความศรัทธาเลื่อมใสและเคารพนับถือท่านมากเช่นกัน  นอกจากนี้ท่านยังเป็นพระผู้ที่มีความเมตตาต่อผู้คนโดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะในการปฏิบัติ  ไม่เลือกเชื้อชาติศาสนาด้วยซ้ำ  จึงทำให้ท่านมีลูกศิษย์ลูกหาเป็นทั้งชาวไทย ชาวอิสลามชาวคริสต์และชาวต่างศาสนามากมาย 

และท่านได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าท่านจะมุ่งมั่นในการสร้างคน จากนั้นท่านก็ได้ทำจริงและ เรียกได้ว่าท่านอุทิศชีวิตทั้งกำลังใจและกำลังกายรวมถึงสติปัญญาเพื่อเผยแพร่การวิปัสสนากรรมฐานอยู่ใต้ร่มพระพุทธศาสนามากว่า 40 ปีด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ  อันทำงานหนักทั้งไม่ว่าจะตอนกลางวันหรือกลางคืน เพื่อพัฒนาจิตของผู้คนในทุกชนชั้น ตามเจตนารมณ์ที่ท่านได้อธิษฐานจิตเอาไว้ “จะใช้หนี้โลกมนุษย์ด้วยการเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า”  หลังจากเหตุการณ์ที่ท่านได้ประสบอุบัติเหตุในวันที่ 14 ตุลาคมปีพ.ศ 2521    

เข้าพิธีอุปสมบท 

สำหรับเรื่องราวของชีวประวัติของพระธรรมสิงหบุราจารย์  ( หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) กับปณิธานที่ตั้งมั่น !  ที่ได้นำมาฝากกันในวันนี้ก็หมดเวลาแต่เพียงเท่านี้แล้ว แล้วกลับมาพบกับเราได้ใหม่ในบทความครั้งต่อไปนะคะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ  

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter