ประวัติและปฏิปทาของ “หลวงปู่แก้ว สุทโธ” วัดดอยโมคคัลลาน์ แห่งเมืองเชียงใหม่! 

หลวงปู่แก้ว-สุทโธ

หัวข้อ

ถึงแม้ว่าหลวงปู่แก้ว สุทโธ แห่งวัดดอยโมคคัลลารูปนี้ จะไม่ค่อยมีชื่อเสียงโด่งดังมากนัก แต่ก็นับได้ว่าท่านเป็นพระนักปฏิบัติที่น่าเคารพเลื่อมใสและเป็นที่รักของชาวจังหวัดเชียงใหม่อยู่ไม่น้อย  จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติและปฏิปทาของ “หลวงปู่แก้ว สุทโธ” วัดดอยโมคคัลลาน์ พระเกจิอาจารย์แห่งเมืองเชียงใหม่ ! เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักท่านมากยิ่งขึ้น รวมถึงปฏิปทาของท่านที่น่าเลื่อมใสอย่างยิ่ง หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีรายละเอียดที่น่าสนใจในเรื่องนี้กันบ้างต้องอย่ารอช้าค่ะเราไปพบกับเนื้อหาสาระพร้อมๆกันได้เลยดังต่อไปนี้  

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่แก้ว สุทโธ” 

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่แก้ว สุทโธ” 

สำหรับหลวงปู่ครูบาแก้ว สุทโธ หรือที่ใครหลายคนมักจะรู้จักกันดีในนามของหลวงปู่แก้ว แห่งวัดดอยโมคคัลลาจังหวัดเชียงใหม่ นั้น  เดิมทีท่านเป็นชาวจังหวัดนครพนมเกิดอยู่ที่ตำบลหนองบ่อตั้งอยู่ในอำเภอนาแกท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2434 ซึ่งเป็นปีที่ตรงกับปีเถาะ ทราบเพียงว่าท่านเกิดในวันอังคารของเดือน 11  หลวงปู่แก้วนั้นท่านได้บวชเป็นสามเณรตั้งแต่อายุได้ 12 ปี ซึ่งแน่นอนว่าท่านได้ดำรงเพศฆราวาสเพียงประมาณ 11 ปีก่อนหน้านี้เท่านั้น ถือได้ว่าในชาตินี้หลวงปู่ท่านมีบารมีบุญเก่าที่ค่อนข้างหนุนชีวิตจิตใจให้เข้าสู่ทางธรรมตั้งแต่อายุยังน้อยกันเลยทีเดียว  อันเป็นวัยบริสุทธิ์ทั้งทางกายวาจาและใจ  ถือเป็นประโยชน์ต่อการดำรงเพศสมณะในกาลต่อไป 

 เมื่อได้บวชเป็นสามเณรน้อยแล้วหลวงปู่แก้วท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาทางด้านภาษาขอมเรียนรู้อ่านเขียนรวมถึงศึกษาด้านวินัยบัญญัติจนเกิดความแตกฉาน และได้เริ่มปฏิบัติธรรมสมาธิต่างๆตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นสามเณร ซึ่งท่านได้ซึมซับความรู้เหล่านี้จากครูบาอาจารย์อีกทั้งยังมักพบเห็นพระผู้ปฏิบัติ ที่มาจำพรรษาอยู่ในวัดด้วยเช่นกัน  เมื่อมองเห็นตัวอย่างจากพระหลายๆรูปแล้ว จึงเกิดความต้องการที่จะปฏิบัติตามบ้าง จึงทำให้ท่านได้เริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจนมีความเข้าใจในด้านการบำเพ็ญธรรม ของพระอริยเจ้าทั้งหลาย และเมื่อหลวงปู่ท่านมีอายุได้ 21 ปีบริบูรณ์ท่านก็ได้อุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ต่ออยู่ที่จังหวัดนครพนม ที่อำเภอนาแก ณวัดหนองป่า  จะได้รับฉายาทางธรรมว่า “สุทฺโธ” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้มีความบริสุทธิ์” 

หลวงปู่แก้วมักอาศัยตามป่าเขาลำเนาไพรอยู่เสมอ  

หลวงปู่แก้วมักอาศัยตามป่าเขาลำเนาไพรอยู่เสมอ  

เมื่อครั้งได้มองเห็นถึงความทุกข์หลวงปู่แก้วท่านจึงออกเดินธุดงค์ เพื่อแสวงหาความสงบ โดยอาศัยป่าเขาลำเนาไพรเป็นสถานที่ในการปฏิบัติ และเป็นที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกันโดยปกติหลวงปู่ท่านมักจะเดินจงกรมนั่งภาวนาทำสมาธิ โดยมีความตั้งมั่นในจิตใจและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าท่านจะไม่ขอกลับไอยู่ที่วัดที่ท่านบวชอีก และไม่ย้อนนึกติดใจถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ได้ผ่านมา ซึ่งการเดินธุดงค์ของหลวงปู่แก้วนั้นเป็นเหตุทำให้ท่านได้มีโอกาสพบกับพระอาจารย์ใหญ่ของฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน

 ซึ่งก็คือหลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต  และเมื่อท่านได้พบกับหลวงปู่มั่นแล้วงั้นก็ได้รับฟังคำสอนรวมถึงฟังธรรมเทศนา จนเกิดความอัศจรรย์แก่จิตใจ ซึ่งความรู้สึกนั้นเป็นความรู้สึกที่ท่านไม่เคยได้พบมาก่อน เป็นการขัดเกลาให้กิเลสออกจากจิตใจของท่าน และเมื่อจิตเข้าสู่ปัญญาจึงได้แก้ไขกิเลสเป็นลำดับไป ซึ่งการได้พบกับหลวงปู่มั่นในครั้งนั้นเกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่  

หลวงปู่แก้วมักอาศัยตามป่าเขาลำเนาไพรอยู่เสมอ  

และหลังจากที่หลวงปู่แก้วได้กราบลาหลวงปู่มั่นแล้วจึงทำการออกเดินธุดงค์ต่อไปยังภาคอีสานจากนั้นท่านก็ได้พบกับหลวงปู่แหวน สุจิณโณ จะได้มีโอกาสเดินธุดงค์ร่วมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายคือจังหวัดนครราชสีมาหรือเมืองโคราช และได้ออกเดินธุดงค์ร่วมกันไปยังภาคเหนืออีกครั้ง เรียกได้ว่าในชีวิตของการครองสมณะเพศของหลวงปู่แก้วนั้นท่านมักจะบำเพ็ญธรรมและอาศัยอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพรเป็นส่วนใหญ่ มากกว่าการจำวัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง กลับมาในช่วงปีพ.ศ 2460 

ท่านก็ได้ลาจากหลวงปู่แหวนและแยกทางเพื่อไปแสวงหาบุญและบำเพ็ญสมณธรรมกันคนละหนแห่ง และเมื่อหลวงปู่แก้วท่านมาที่ดอยโมคคัลลา หลวงปู่แก้วท่านก็ได้ร่วมสร้างวัดนี้ขึ้น ซึ่งในครั้งนั้นได้สร้างวัดพร้อมกับพระเจดีย์ซึ่งใช้สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และหลังจากที่ได้สร้างวัดเสร็จเรียบร้อยหลวงปู่ท่านก็ออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆต่อ และแน่นอนว่าท่านยังคงอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรเช่นเดิม 

จนครั้งหนึ่งท่านได้มาพบกับถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งข้อมูลของท่านนี้ไม่ประสงค์ให้ถูกเปิดเผย นั่นเป็นเพราะท่านไม่พบกับสิ่งของมากมายภายในถ้ำนี้อันอุดมไปด้วยทับทิมพลอยเพชรนิลจินดาต่างๆ รวมไปถึงแก้วสีต่างๆ แต่หลวงปู่แก้วก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนักกับสิ่งของล้ำค่าเหล่านั้น เพราะจิตใจตั้งมั่นไว้ว่าต้องการแสวงหาความสงบและต้องการปฏิบัติเสียมากกว่า อีกทั้งยังเป็นของที่ธรรมชาติให้มา ไม่ใช่แก้วแหวนเงินทองที่ใครเอามาฝากไว้ 

 สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่

จากนั้นในเวลาต่อมาหลวงปู่ท่านก็ได้ออกเดินธุดงค์มาถึงที่ถ้ำภูผาเจ้ากลายตน เพื่อมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่นี่ และหลวงปู่ก็ได้สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้น ได้ประดิษฐ์สถานเป็นพุทธบูชาอยู่ ณ ถ้ำตับเตา  เมื่อสร้างเสร็จแล้วท่านก็กลับไปบำเพ็ญสมณธรรมต่อที่ถ้ำภูเขาเจ้าไกลตน และอยู่จำพรรษาอยู่ที่ถ้ำแห่งนี้จนกระทั่งหลวงปู่ท่านมีอายุได้ประมาณ 79 ปีเต็ม ซึ่งหลวงปู่ท่านค่อนข้างชรามากแล้ว 

ช่วงสุดท้ายของชีวิต  

ช่วงสุดท้ายของชีวิต  

จากนั้นหลวงปู่ท่านก็ได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ ณ วัดโมคคัลลาน์ ในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ซึ่งหลวงปู่ได้เป็นประธานสงฆ์ เป็นพระหลวงปู่ที่คอยอบรมเหล่าบรรดาภิกษุแม่ชีอุบาสิกาอุบาสกอยู่ณวัดแห่งนี้  ไปพร้อมกับการปฏิบัติอย่างเป็นมิตรในทุกๆวัน อุปนิสัยส่วนตัวของหลวงปู่นั้นท่านเป็นคนรักสัตว์และมีเมตตาธรรมสูงมักช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ หลังจากนี้หลวงปู่ท่านยังคง บำเพ็ญเพียรภาวนาเพื่อให้หลุดพ้นจากทุกข์ และมีจิตใจตั้งมั่นที่มุ่งตรงสู่ พระนิพพาน   

ในช่วงที่หลวงปู่ท่านจำวัดอยู่ ณ วัดโมคคัลลาน์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็มักจะมีญาติโยมที่เดินทางมาจากถิ่นฐานอันไกลโพ้นเพื่อมาขอร่วมบุญร่วมกุศลกับหลวงปู่ อีกทั้งยังมีญาติโยมในบางส่วนที่ก็ได้มาขอความเมตตาให้หลวงปู่รักษาในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บให้  ซึ่งหลวงปู่ก็ยังคงมีความเมตตาและช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากจนหายตามที่ท่านจะทำได้อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้คนต่างเคารพและเลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่อย่างมาก จึงทำให้คุณงามความดีเหล่านี้ยังคงตราตรึงแก่ญาติโยมลูกศิษย์ลูกหารวมถึงพุทธศาสนิกชนที่รู้จักท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือชาวจังหวัดนครพนมและชาวจังหวัดเชียงใหม่ 

ถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2524 หลวงปู่แก้วท่านก็ได้ละสังขารมาจากโลกนี้ด้วยโรคชรา รวมศิริอายุได้ 87 ปี และได้ทำพิธีสลายร่างในช่วงปีพ.ศ 2526 ถึงแม้ว่าหลวงปู่ท่านจะจากโลกนี้ไปได้ร่วม 40 ปีแล้วก็ตามเราเชื่อว่าผู้คนในยุคหลังก็ยังคงศรัทธาและนับถือท่านอยู่ไม่น้อย รวมถึงพุทธศาสนิกชนที่ได้เคยรู้จักท่านเราเชื่อว่ายังคงระลึกถึงท่านอยู่อย่างนี้เสื่อมคลายเช่นกัน  

วัตถุมงคลหลวงปู่แก้ว 

วัตถุมงคลหลวงปู่แก้ว 

ทางด้านวัตถุมงคลนั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หลวงปู่แก้วนั้นท่านไม่ค่อยนิยมสร้างวัตถุมงคลใดๆขึ้นมากนัก  แต่ก็ได้เคยมีการสร้างเหรียญเอาไว้ในจำนวนเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น และการทำภาพถ่ายเพื่อแจกให้กับญาติโยมในยุคสมัยนั้น ซึ่งวงการพระแห่งล้านนาก็ได้บรรจุให้วัตถุมงคลอยู่ในรายการยอดนิยม และแน่นอนว่าผู้ที่ได้ครอบครองก็มักจะหวงแหนเนื่องจากพุทธคุณสูงที่ได้ถูกร่ำลือกันนั่นเอง สำหรับวัตถุมงคลของท่านที่ค่อนข้างได้รับความนิยมสูงและไม่ถูกถามถึงกันอย่างมากก็คือ หรียญรุ่นแรกครูบาแก้ว สุทโธ (พิมพ์นั่งเต็มองค์) ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปีพ.ศ 2518 ซึ่งเราได้นำภาพมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมเป็นตัวอย่างจากทางด้านบน  

วัตถุมงคลหลวงปู่แก้ว 
วัตถุมงคลหลวงปู่แก้ว 

แล้วกลับมาพบกันใหม่กับบทความในครั้งต่อไปนะคะ สำหรับวันนี้ต้องขอฝากเรื่องราว ประวัติและปฏิปทาของ “หลวงปู่แก้ว สุทโธ” วัดดอยโมคคัลลาน์ พระเกจิอาจารย์แห่งเมืองเชียงใหม่ !  กันไว้แต่เพียงเท่า ขอให้คุณโชคดีและมีสุขภาพที่แข็งแรงร่ำรวยเฮงๆกันถ้วนหน้านะคะ  

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter