ประวัติความเป็นมาหลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์  พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าแห่งพระนครศรีอยุธยา!

หลวงปู่ปั้น-วัดพิกุลโสคันธ์

หัวข้อ

หากมีใครถามว่าพระผู้เป็นปรมาจารย์องค์สำคัญที่มาคู่กับหลวงพ่อสุดแห่งวัดบางปลาหมอนั่นคือใคร  ซึ่งแน่นอนว่าเซียนพระหลายท่านคงจะต้องขอยกมือตอบว่า หลวงปู่ปั้นแห่งวัดพิกุลโสคันธ์กันอย่างแน่นอน  และในวันนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาหลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์  พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าแห่งพระนครศรีอยุธยา! ที่จะมาบอกบอกถึงประวัติความเป็นมาของท่านให้เหล่าบรรดาแฟนๆชาวส่องพระให้ได้ทราบกันในวันนี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้ค่ะ  

ประวัติความเป็นมาของ  หลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์  

ประวัติความเป็นมาของ  หลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์  

ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดพระเกจิอาจารย์ที่เป็นปรมาจารย์องค์สำคัญแห่งเมืองพระนครศรีอยุธยาไม่น้อย ท่านเป็นพระยุคเก่าที่มาคู่กับหลวงพ่อสุนทรวัดบางปลาหมอ  เป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาและให้ความเคารพอย่างสูงอีก 1 ท่าน  ซึ่งหลวงพ่อจงแห่งวัดหน้าต่างนอกก็ให้ความเคารพนับถือท่านอย่างมาก รวมไปถึงหลวงพ่อสังข์ แห่ง วัดน้ำเต้า หลวงพ่อห่วง แห่ง วัดบางยี่โท ก็ให้ความเคารพนับถือหลวงปู่ปั้นเป็นครูบาอาจารย์ และที่สำคัญคือหลวงปู่ปั้นนั้นท่านเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อปานแห่งวัดบางนมโค นอกจากนี้พระผู้เป็นพระสหายธรรมิกของท่านก็คือหลวงพ่อเนียม แห่งวัดน้อย , หลวงปู่เอี่ยมแห่งวัดโคกทอง 

 สำหรับเรื่องราวของหลวงปู่ปั้นนั้นเนื่องจากท่านเป็นพระยุคเก่า จึงทำให้ข้อมูลที่จะนำเรื่องราวเกี่ยวกับท่านมาเล่าให้คุณได้ทราบในวันนี้จึงเป็นในรูปแบบที่พอจะหาได้มาฝาก หลวงปู่ปั้นนั้นท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2376 จึงตรงกับปีมะเมียแต่สำหรับวันที่ท่านเกิดนั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดเนื่องจากไม่มีหลักฐานปรากฏ และมรณภาพในช่วงปีพ.ศ 2456 ซึ่งรวมศิริอายุของท่านในวันมรณภาพได้ 80 ปี ซึ่งปีที่ท่านมรณภาพลงนั้นตรงกับปีฉลู จากข้อมูลที่ได้มีการระบุเอาไว้นั้นได้เคยมีคนถามหลวงปู่ทิมว่า หลวงปู่ทิมท่านได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ปั้นแห่งวัดพิกุลโสคันธ์หรือไม่ และคำตอบที่ได้ก็คือ ในปีที่หลวงปู่ทิมท่านเกิดเป็นปีที่ตรงกับปีที่หลวงปู่ปั้นท่านได้มรณภาพลง และนั่นก็เป็นหลักฐานที่ตรงกันว่าหลวงปู่ทิมท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2456 

โดยอุปนิสัยส่วนตัวของหลวงปู่ปั้นนั้นหลวงปู่ท่านเป็นผู้ที่มีความเคารพและศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก ท่านเป็นพระผู้มีจิตใจเมตตาและหมั่นปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังดำรงตนวางตนอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ท่านยังมีความเมตตาต่อสัตว์และผู้ที่มาขอความช่วยเหลืออยู่เสมอ ทำให้ผู้คนเคารพศรัทธาอย่างมาก  นอกจากนี้ท่านยังมีความเก่งกล้าทางด้านพุทธาคม พระผู้มีญาณอภิญญาและ ท่านมีชื่อเสียงอย่างมากทำด้านกรรมฐาน 

และด้วยความเลื่อมใสศรัทธาที่ผู้คนมีต่อหลวงปู่ปั้นนั้น ทำให้ผู้คนชาวท้องถิ่นได้ทำการหล่อรูปเหมือนของหลวงปู่ปั้นเอาไว้เป็นขนาดใหญ่เท่ากับคนโดยทำการหล่อเอาไว้ประมาณ 3 องค์และจัดตั้งอยู่ที่วัดสี่ร้อยในจังหวัดอ่างทองวัดเนินกุ่มในจังหวัดพิษณุโลกและวัด พิกุลโสคันธ์  ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอำเภอบางบาล นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลเอาไว้อย่างมากมาย ซึ่งพระที่ท่านได้สร้างเอาไว้นั้นโดยส่วนใหญ่แล้ว  มักจะเป็นเรื่องของพระเนื้อดินและพระเนื้อผง อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าท่านจะได้มรณภาพลงไปเป็นเวลานับร้อยปีแล้ว แต่ชื่อเสียงของท่านก็ยังคงอยู่และเชื่อว่าจะเป็นเรื่องราวดีๆที่ผู้คนยังคงจะเล่าถึงคุณงามความดีของท่านไปจนรุ่นลูกรุ่นหลาน 

เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อปั้น วัดพิกุลโสคัณ 

ปี 2466 จ.พระนครศรีอยุธยา 

เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อปั้น วัดพิกุลโสคัณ 

สำหรับเหรียญที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมากเห็นทีน่าจะเป็นเหรียญรุ่นแรกของหลวงปู่ปั้นซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปีพ.ศ 2466 ซึ่งเหรียญนี้บางท่านได้เล่าเอาไว้ว่า เป็นเหรียญที่ถูกจัดสร้างขึ้น โดยลูกศิษย์ของท่านก็คือหลวงพ่อปาน แห่งวัดบางนมโค ที่ได้เชิญคณาจารย์ต่างๆมาเข้าร่วมในการสร้างครั้งนั้นอันได้แก่ หลวงพ่อฉาย แห่งวัดพนัญเชิง , หลวงพ่อกลั่น แห่งวัดพระญาติการาม, หลวงพ่อชม แห่งวัดพุทไธสวรรค์ และรูปอื่นๆอีกมากมายที่เราอาจไม่ได้กล่าวถึงในครั้งนี้ ซึ่งการจัดตั้งเหรียญในครั้งนั้นได้ถูกสร้างออกมาจำนวนประมาณ 100 องค์ 

พุทธลักษณะของเหรียญนี้ก็คือเราจะสามารถสังเกตได้ว่าเป็นเหรียญรูปทรงไข่มีลักษณะเป็นหูเชื่อมทางด้านหน้านั้นเป็นรูปเหมือนของหลวงปู่ปั้นที่ปรากฏอยู่ในวงกลมทรงลีอยู่บริเวณกลางของเหรียญและด้านล่างถูกระบุเป็นตัวอักษรภาษาไทยเอาไว้ รวมถึง บริเวณด้านบนของเหรียญนั้นก็ได้ระบุเป็นอักษรภาษาไทยเอาไว้เช่นกัน  

ในส่วนของพุทธลักษณะทางด้านหลังนั้นตรงกลาง จะมีลักษณะเป็นลวดลายของอักขระและการลงยันต์ช่วงบริเวณกลางของเหรียญนั้นมีลักษณะเป็นยันต์และด้านบนสุดปรากฏสัญลักษณ์เอาไว้ในส่วนขอบทางด้านล่างเหรียญนั้นได้ถูก จารึกเอาไว้ด้วย เช่นกัน

ซึ่งแน่นอนว่าเหรียญนั้นหากมีอยู่จนถึงในยุคปัจจุบันนี้ก็ย่อมเรียกได้ว่าหายากหรือไม่น้อยและที่สำคัญคือน่าจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากเป็นเหรียญเก่าแก่หายาก ซึ่งได้มีการร่ำลือกันว่าเป็นเหรียญพระที่มีพุทธคุณสูงมากเชื่อกันว่ามีความโดดเด่นในเรื่องของความแคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงเป็นเลิศทางด้านเมตตามหานิยม และอยู่ยงคงกระพันที่สายหนังเหนียวชอบนักแล  

เรื่องเล่าขานต่อๆกันมา

โดยปกติแล้วหลวงปู่ปั้นท่านมักจะออกเดินบิณฑบาตกลางป่า ในขณะเดียวกันที่พระธุดงค์รูปอื่นๆนั้นบิณฑบาตแต่ไม่ได้ข้าวไม่ได้อาหารเนื่องจากป่านั้นค่อนข้างไกลจากหมู่บ้านของผู้คนอย่างมาก แต่หลวงปู่ปั้นนั้นท่านยังคงเดินธุดงค์และได้อาหารมาเต็มบาท ท่านจึงได้แบ่งปันให้กับพระธุดงค์เพื่อเอาไว้ฉันประทังชีวิต จากนั้นพระธุดงค์ก็ได้มาปักกฏใกล้ๆกับหลวงปู่ปั้นแต่ก็เป็นที่สังเกตว่าหลวงปู่ปั้นมักจะเดินกลับจากบิณฑบาตมาก่อนพระรูปอื่นเสมอจึงเป็นที่เล่าขานกันว่า หลวงปู่ปั้นท่านบรรลุธรรมชั้นสูงแล้วจึงมีเจ้าป่าเจ้าฟ้าเทวดานางฟ้ามาตักบาตร หรือไม่ก็อาจจะช่วยย่นระยะทางในการบิณฑบาตของท่าน ซึ่งสิ่งนี้มักเป็นที่สงสัยแก่ชาวบ้านในยุคนั้นอย่างมาก อันนั่นก็เป็นเพียงข้อสงสัยที่ใครหลายคนแอบคิดแต่ไม่กล้าถาม 

และอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ได้ถูกเล่าต่อๆกันมาอยู่บ่อยครั้งก็คือ ครั้งหนึ่งที่หลวงปู่ปั้นท่านได้ออกเดินธุดงค์ซึ่งเป็นการธุดงค์มาเพียงลำพัง จากนั้นท่านก็ได้ปักกฏที่บริเวณป่าแห่งหนึ่งซึ่งป่านี้มีชื่อว่าป่าดงหมี ซึ่งโดยรอบบริเวณที่หลวงปู่ท่านได้ปักกลดเอาไว้นั้นเต็มไปด้วยป่าที่ดูวังเวง ซึ่งในคืนหนึ่งเกิดไฟไหม้ป่าอีกทั้งยังได้ลุกลามใหญ่โตไปยังโดยรอบแถบบริเวณที่หลวงปู่ท่านปักกลดอยู่  ซึ่งในขณะนั้นหลวงปู่ท่านก็เรียกได้ว่าแทบจะหมดหวังเนื่องจากอยู่ในพื้นที่อันตรายอย่างมาก เนื่องจากท่านไม่ได้เรียนวิชาเรียกฝนดับไฟหลวง จนคิดไปถึงว่าครั้งนี้อาจจะต้องมรณภาพลงอยู่ที่ป่าดงหมีนี้เป็นแน่จากนั้นท่านก็ได้ตั้งสติและนั่งสมาธิสงบจิต 

เมื่อจิตเข้าถึงสมาธิแล้ว หลวงปู่ท่านก็ได้ยินเสียงที่ลอยมาแต่ไกลว่า “สุกโกปัญจะ” และท่านก็ได้ภาวนาเช่นนั้น ต่อมาท่านก็ได้ยินเสียงคาถาแบบยาวๆตามมา จึงทำให้ท่านกำหนดจิตของท่านตามพระคาถาเหล่านั้นจนจบถึง 3 ครั้ง และได้ประจักษ์แก่ปรากฏการณ์ที่สร้างความอัศจรรย์ใจให้อย่างมากเนื่องจากไฟฟ้ารอบๆกรดที่กำลังเป็นเพลิงเผาไหม้นั้นได้ดับมอดลง 

ซึ่งทำให้หลวงปู่ท่านรอดชีวิตจากป่าดงหมีในครั้งนั้น ซึ่งต่อมาได้มีการสอบถามกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบ้านเนินกุ่มและได้ความว่าโดยปกติแล้วหมู่บ้านนี้มักจะใกล้กับเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าอยู่บ่อยครั้งและด้วยเหตุนี้ก็ทำให้ชาวบ้านชาวเนินกลุ่มเกิดความศรัทธาและมักจะนิมนต์ให้หลวงปู่ท่านไปปักกลดอยู่บริเวณหมู่บ้านบ่อยๆซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีบ้านเรือนอยู่เพียงไม่กี่หลังแต่หลวงปู่ ท่านก็รับนิมนต์ไม่ได้ปฏิเสธ และหลังจากนั้นก็ได้มีการสร้างวัดเนินกุ่มขึ้นมา และยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันซึ่งวัดแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นที่อำเภอบางกระทุ่มของจังหวัดพิษณุโลก 

ขอฝากเรื่องราว ประวัติความเป็นมาหลวงปู่ปั้น วัดพิกุลโสคันธ์  พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าแห่งพระนครศรีอยุธยา! กันไว้แต่เพียงเท่านี้แล้วพบกันใหม่กับบทความในครั้งต่อไปนะคะสวัสดีค่ะ  

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter