ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่บุดดา ถาวโร”สุดยอดพระเถราจารย์ชื่อดังแห่งอำเภอบางระจัน ! 

หลวงปู่บุดดา-ถาวโรสุด

หัวข้อ

หากมีใครถามถึงพระเถระชื่อดังในยุคเก่าแห่งเมืองบางระจัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนปี พ.ศ 2500 แล้วล่ะก็ เชื่อว่าเซียนพระและคนรักพระหลายๆคนคงต้องยกมือตอบกันโดยเร็วว่า “หลวงปู่บุดดา ถาวโร” อย่างแน่นอน และในครั้งนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่บุดดา ถาวโร สุดยอดพระเถราจารย์ชื่อดังแห่งอำเภอบางระจัน ! ที่จะมาบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของท่านให้เหล่าบรรดาแฟนๆที่ชื่นชอบพระเครื่องได้ทราบกันในที่นี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปรู้จักกับเรื่องราวของหลวงปู่ไปพร้อมๆเลยดีกว่า

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่บุดดา ถาวโร” 

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่บุดดา ถาวโร” 

 หลวงปู่บุดดาถาวโรนั้นท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ. 2437 ในวันที่ห้าเดือนมกราคม ซึ่งตรงกับวันเสาร์ขึ้น 10 ค่ำเดือนยี่และตรงกับปีมะเมีย ท่านเกิดที่จังหวัดลพบุรีเกิดอยู่ที่อำเภอโคกสำโรงนะตำบลพุคา และชื่อเดิมของท่านก็มีชื่อว่าบุดดา ครั้งหนึ่งท่านใดเคยนั่งรถไฟและผ่านยังตำบลบ้านเกิดของท่าน ซึ่งท่านได้ชี้ออกไปนอกบริเวณรถไฟและบอกว่าบ้านเกิดของท่านอยู่บริเวณ เหนือสถานีโคกกะเทียมไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีระยะห่างออกไปจากทางรถไฟประมาณ 2 กิโลเมตรซึ่งไปยังทางทิศตะวันตก ซึ่งคนในสมัยก่อนจะเรียกหมู่บ้านนี้กันว่าหมู่บ้านหนองเต่า  หลวงปู่เป็นลูกชายของพ่อน้อย มงคลทองกับคุณแม่อึ่ง มงคลทอง ซื่อหลวงปู่ท่านมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมดเจ็ดคนรวมตัวท่าน 

ตั้งแต่ในช่วงที่หลวงปู่ท่านมีอายุได้ประมาณห้าขวบ ท่านใดเคยขออนุญาตคุณพ่อและคุณแม่ของท่านเพื่อบวชเป็นเณรแต่คุณพ่อคุณแม่ของท่านก็ไม่ได้อนุญาตเนื่องจากยังเล็กนัก ครอบครัวของหลวงปู่นั้นมีอาชีพเป็นชาวนาและเกษตรกรโดยคุณพ่อคุณแม่ของท่านจะทำนาหาเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในสมัยก่อนนั้นไม่ค่อยมีโรงเรียนให้ผู้คนได้ศึกษาเล่าเรียนนัก ถึงมีก็อยู่ค่อนข้างไกลจากหมู่บ้านที่หลวงปู่ท่านอาศัยอยู่ และด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้เล่าเรียนหนังสือ 

รับราชการทหาร

รับราชการทหาร

ในช่วงปีพ.ศ. 2458 นั้นหลวงปู่ท่านได้เข้ารับราชการทหารเป็นเวลาประมาณสองปี ซึ่งมีหลักฐานในการเป็นทหารที่ปรากฏพบบนบริเวณท้องแขนทางด้านขวาซึ่งได้ระบุเอาไว้เป็นตัวอักษรว่า  ๒๔๕๘ ท.บ.๓ ล.๑๐ซึ่งในช่วงยุคที่หลวงปู่ท่านเป็นทหารนั้นสำหรับผู้ชายที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์หากจับได้ใบดำก็จะไม่ได้เป็นทหารในปีนั้นแต่จำเป็นจะต้องถูกเกณฑ์ทหารไปจนกว่าอายุจะถึง 30 ปี ซึ่งหลวงปู่บุดดาท่านเป็นทหารในกองทัพที่ 3 ซึ่งอยู่ในจังหวัดลพบุรี นอกจากนั้นยังได้มีบางปีที่รับทหารอาสาเพื่อออกราชการไปสงครามที่ทวีปยุโรปซึ่งเป็นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ตรงกับช่วงปีพ.ศ 2460 ซึ่งหลวงปู่ท่านก็ได้ขอเป็นอาสาสมัครไปกับเขาเช่นกัน 

แต่ด้วยเหตุผลที่ท่านดื่มเหล้าไม่เป็นจึงทำให้เขาไม่รับหลวงปู่ไปเป็นทหาร เพราะผู้บังคับบัญชาท่านบอกกับหลวงปู่ว่าที่ทวีปยุโรปนั้นมีอากาศที่หนาวจัด จึงจำเป็นต้องดื่มเหล้าเพื่อให้บรรเทาความหนาวเย็นลงได้ และด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้หลวงปู่ท่านไม่ได้ไปราชการสงครามที่ทวีปยุโรป แต่หลังจากที่ท่านรับใช้ชาติเป็นทหารอยู่ได้ประมาณ 2 ปีแล้วหลวงปู่ท่านก็ได้อยู่ช่วยเหลือครอบครัวทำอาชีพเกษตรกรเป็นระยะเวลาประมาณ 4 ปีก่อนที่จะขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่บวช 

ใต้ร่มกาสาวพัสตร์

ใต้ร่มกาสาวพัสตร์

ถัดมาในช่วงปีพ.ศ. 2465  ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งท่านมีอายุได้ประมาณ 28 ปี ในวันที่ 15 เดือนเมษายนของปีนั้น วัดที่หลวงปู่บวชก็คือวัดเนินยาวซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดลพบุรี อำเภอบ้านหมี่ อยู่ที่ตำบลโพนทอง และมีพระผู้เป็นพระอุปประชาให้กับท่านก็คือพระครูธรรมขันธนสุทร (หรือ ม.ร.ว. เอี่ยม)   พร้อมทั้งคณะพระสงฆ์อีก 25 รูป ซึ่งเป็นพระอันดับ และทุกรูปได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่บุดดา ถาวโร ซึ่งท่านเคารพนับถืออย่างมาก

 แต่อาจเพราะหลวงปู่ท่านมีทุนเดิมที่ได้ทำมาตั้งแต่ในอดีตชาติ จึงทำให้ท่านสามารถละลึกชาติได้ หลวงปู่ท่านมักจะพบเห็นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นจากภาพนิมิต และสามารถพบสิ่งต่างๆที่มีอยู่ตั้งแต่ในครั้งอดีตได้จากภาพนิมิต รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านตั้งแต่ในสมัยอดีตชาติ และมีเรื่องเล่าว่าท่านสามารถขุดกระดูกที่เคยถูกฝังเอาไว้ตั้งแต่ในครั้งอดีต อีกทั้งยังมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับการระลึกชาติได้ของท่านและปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่าสิ่งที่ท่านเคยเล่าให้ผู้คนฟังนั้นมันคือเรื่องจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก 

พรรษาแรก 

พรรษาแรก 

หลังจากที่หลวงปู่ท่านได้เข้าพิธีอยู่อุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว ปู่ท่านก็ได้มัดจำพรรษาอยู่ที่วัดในจังหวัดลพบุรีซึ่งชื่อว่าวัดเนินขาว  หลังจากที่บวชท่านก็ได้ปฏิบัติตามพระอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ของท่าน แต่ไม่ได้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งในทางปฏิบัติและทางปริยัติธรรม  แต่ก็ยังคงดำเนินทำวัตรโดยการท่องหนังสือสวดมนต์กับปาฏิโมกข์  และท่านมักจะบอกอยู่เสมอว่าพระอุปัชฌาย์ทุกองค์ของท่านเป็นผู้สอน รวมถึงปัญจกกรรมฐานให้ในวันที่ท่านอุปสมบทอีกด้วย  

พรรษาแรก 

 ซึ่งเขาประชาสัมพันธ์ก็ได้อบรมสั่งสอนให้กับหลวงปู่ท่านว่า อังคารร่างกายนั้นล้วนเป็นสิ่งไม่เที่ยง ทั้งยังเป็นบ่อเห็ดของความทุกข์ทั้งด้านจิตใจและทางกาย เป็นของที่ยึดถือตัวตนได้ไม่นาน ในช่วงพรรษาแรกที่หลวงปู่ท่านบวชทางวัดก็ได้มีการสร้างศาลาที่ทำโดยการเมืองสังกะสีขึ้น ในขณะที่ทำการมุงหลังคานั้นมีเรื่องเล่าที่ถูกเล่าต่อๆกันมาอันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ว่า อำนาจทางจิตของหลวงปู่นั้นปรากฏขึ้นตั้งแต่ที่บวชได้เดือนแรกกันเลยทีเดียว เพราะโดยปกติแล้วการมุงหลังคาในช่วงฤดูร้อนนั้นจะร้อนจัดร้อนตั้งแต่เช้าไปจนถึงช่วงบ่าย และเมื่อได้มุงหลังคาที่ทำจากสังกะสีด้วยแล้วยิ่งเพิ่มความร้อนเป็นเท่าทวี 

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือเมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายชาวบ้านและพระ ที่ทนความร้อนกันไม่ไหวนั้น ก็เข้ามาพักยังศาลา แต่กลับมีหลวงปู่บุดดาเพียงองค์เดียวที่ยังคงมุงหลังคาจนสำเร็จ และเป็นเรื่องหน้าแตกที่ท่านอดทนกับความร้อนในการดูสังกะสีช่วงฤดูร้อนได้ และเมื่อถึงช่วงได้รับกฐินแล้วหลวงปู่ท่านก็ออกวิเวกเจริญสมรธรรมเพียงองค์เดียวตามอัธยาศัยโดยปราศจากมุ้งและกดเรียกได้ว่าแทบจะอุทิศชีวิตกันเลยทีเดียว 

ภาษาธรรม  

ภาษาธรรม  

หลังจากที่หลวงปู่ท่านออกเดินธุดงค์เพียงลำพังเมื่อใกล้กับช่วงเข้าพรรษาท่านก็จึงจำเป็นต้องกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดผดุงธรรมจึงตั้งอยู่ในจังหวัดลพบุรี  ในครั้งนั้นสิ่งที่อัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งเพราะท่านได้ผจญกับตัวป่า ซึ่งเป็นการเดินธุดงค์ที่ท่านกำลังออกจากจังหวัดหนองคายมายังจังหวัดลพบุรีจึงทำให้ท่านต้องเดินทางมายังจังหวัดเพชรบูรณ์ ในขณะที่กำลังเดินทางท่านก็พบกับบัวป่า 1 ฝูง จึงทำให้วงหัวหน้าฝูงเข้ามาใกล้กับหลวงปู่จากนั้นก็เข้ามาดมแล้วทำเสียงร้องมอๆ หลังจากที่หัวหน้าฝูงเข้ามาดมแล้วก็ทำให้ตัวอื่นๆเข้ามาดมตามจนครบทุกตัว จากนั้นก็ผ่านไปโดยไม่ทำอันตรายใดๆให้กับกลุ่ม    

เชื่อกันว่าคุณธรรมของหลวงปู่นั้นแม้แต่เดรัจฉานก็ยังสามารถส่งใจไปถึงได้และคุยกันรู้เรื่อง และหลวงปู่มักจะอบรมสั่งสอนลูกศิษย์อยู่เสมอว่าภาษาธรรมนั้นก็คือภาษาใจ พี่ไม่ว่าเราจะอยู่แห่งหนไหนก็มักจะเข้าใจกันได้เสมอ โลกุตรธรรม , พรหมธรรม, เทวธรรม และมนุษยธรรม  

ภาษาธรรม  

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเรื่องราวของ ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่บุดดา ถาวโร”สุดยอดพระเถราจารย์ชื่อดังแห่งอำเภอบางระจัน ! ที่ได้นำมาฝากกันไปเมื่อสักครู่นี้น่าจะทำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกับหลวงปู่บุดดากันมากยิ่งขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะคะอย่างไรก็ตามหากบทความนี้มีประโยชน์ก็สามารถแชร์หรือส่งต่อให้กับเพื่อนๆคนที่คุณรักได้เช่นกันนะคะ สำหรับวันนี้ต้องขออนุญาตลากันไปก่อนขอให้คุณโชคดี  ร่ำรวยเงินทองและ มีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ  

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter