ประวัติความเป็นมาของพระราชธรรมวิจารณ์ ( หลวงปู่ธูป เขมสิริ) วัดแคนางเลิ้ง ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ! 

หลวงปู่ธูป-เขมสิริ

หัวข้อ

อีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้โด่งดังอย่างมากในจังหวัดกรุงเทพมหานครแห่งยุคหลังปีพ.ศ 2500 ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคม แห่งวัดแคนางเลิ้ง ในครั้งนี้จะพาคุณมาทราบถึง ประวัติความเป็นมาของพระราชธรรมวิจารณ์ ( หลวงปู่ธูป เขมสิริ) วัดแคนางเลิ้ง ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ! ที่พวกเราทีมงานได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของท่าน มาไว้ที่นี่เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบในเรื่องราวของพระได้ทราบไปพร้อมๆกับเราดังนั้นก็ไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้กันเลยค่ะ 

ประวัติความเป็นมาของ พระราชธรรมวิจารณ์ ( หลวงปู่ธูป เขมสิริ) 

วัดแคนางเลิ้ง 

สำหรับพระราชธรรมวิจารณ์หรือที่เรามักจะรู้จักกันดีในนาม หลวงปู่ธูป เขมสิริท่านเป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ที่เกิดในช่วงปีพ.ศ 2441 ในวันที่ 11 เดือนเมษายนท่านเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเกิดที่ตำบลบางหลวงเอียงซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอบางบาลโดยโยมบิดาของท่านนั้นมีชื่อว่านายเดชและคุณแม่ของท่านมีชื่อว่านางผ่อง หลวงปู่ท่านเสียคุณพ่อไปตั้งแต่อายุได้เพียงขวบเศษเท่านั้น และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ญาติผู้ใหญ่เมตตาเอ็นดูเอ็นดู ท่านจึงได้ไปอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ในจังหวัดกรุงเทพฯ  

ญาติผู้ใหญ่ที่หมายถึงนี้ก็คือท่านผู้หญิงแปลกกับเจ้าพระยาราชศุภมิตร ในระหว่างที่หลวงปู่ธูปท่านจะไปอยู่ที่จังหวัดกรุงเทพฯท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดใกล้บ้านซึ่งการที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนในครั้งนั้นก็คือเรียนทางด้านภาษาบาลี หนังสือขอมและอักษรไทย 

เข้าพิธีอุปสมบท 

เข้าพิธีอุปสมบท 

ถัดมาจนถึงปีพ.ศ 2463 ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทอยู่ที่วัดแคนางเลิ้งหรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่าวัดสุนทรธรรมทาน ซึ่งพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือ ท่านเจ้าคุณธรรมวโรดม (จ่าย) ซึ่งเป็นสายเจ้าอาวาสแห่งวัดเบญจมบพิตร และพระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้กับท่านก็คือพระอริยมุณี (หว่าง) ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดเทวราชกุญชร และสำหรับพระผู้เป็นพระอนุสาวนาจาจารย์ให้กับท่านก็คือพระครูพุทธบาล(เนตร) ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดสุนทรธรรมทาน สำหรับฉายาทางธรรมของหลวงปู่ธูปก็คือ “เขมสิริ”  

หลังจากที่บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วหลวงพ่อท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาทางด้านพระธรรม รวมถึงได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งพระผู้เป็นพระอาจารย์ของท่านก็คือพระครูพุทธบาท นอกจากนี้ท่านก็ยังได้มีโอกาสเดินทางกลับมายังบ้านเกิดของท่านเพื่อมาเยี่ยมบ้านเดิม เลขนี้ท่านจึงได้มีโอกาสจำพรรษาอยู่ที่วัดบางนมโค ทำให้ท่านได้เรียนวิปัสสนากรรมฐานเพิ่มเติมและพุทธาคม กับหลวงพ่อปานแห่งวัดบางนมโค จากนั้นเมื่อท่านได้กลับมายังจังหวัดกรุงเทพฯท่านก็ยังคงแวะเวียนไอเยเยี่ยมเยียนหลวงพ่อปานอยู่เสมอรวมถึงยังได้ไปศึกษาขอความรู้จากหลวงพ่อปานด้วยเช่นกัน

ซึ่งในเวลาต่อมาหลวงปู่ธูปท่านก็ได้มีโอกาสพบกับหลวงพ่อขันแห่งวัดนกกระจาบ และมีความสนิทสนมกัน จนได้มีโอกาสร่ำเรียนวิชาจากหลวงพ่อขันซึ่งวิชาที่หลวงพ่อขันถ่ายทอดให้ก็คือวิชาเชือกคาดเอวและหลังจากเรียนวิชากับหลวงพ่อขันเสร็จแล้วท่านก็ได้มีโอกาสเดินทางไปยังจังหวัดนครปฐมและได้ไปร่ำเรียนกับหลวงพ่อแช่มแห่งวัดตาก้อง หลังจากนั้นหลวงพ่อแช่มท่านก็ได้เดินทางมาหาหลวงปู่ธูปอยู่เสมอ หลังจากที่ออกจากจังหวัดนครปฐมแล้วท่านก็ได้เดินทางต่อและท่านก็ได้รู้จักกับหลวงพ่อเงินแห่งวัดดอนยายหอมในครั้งที่ท่านเดินทางไปที่วัดตาก้องและทำให้ได้แลกเปลี่ยนวิชาแก่กัน 

อุปนิสัยเดิมของหลวงปู่ธูปนั้นท่านเป็นผู้ที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้และชื่นชอบทางด้านการศึกษาเป็นผู้มีความอดทน และขยันหมั่นเพียรอย่างมาก  เมื่อใดก็ตามที่ท่านได้รับมอบหมายให้ทำกิจการหรือภารกิจใดท่านก็มักจะทำอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย  และไม่เคยบ่น  และท่านก็มักจะนำสามเณรและพระภิกษุสงฆ์ให้ทำกิจกรรมต่างๆในวัดอย่างสามัคคีและสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีอย่างเสมอมา จะด้วยเหตุนี้ท่านจึงเป็นกำลังสำคัญของพระอาจารย์ของท่านซึ่งก็คือพระครูพุทธบาล รวมถึงการเข้าร่วมช่วยปฏิสังขรณ์เพื่อพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองและทะนุบำรุงในส่วนที่ชำรุดทรุดโทรมให้กลับมาใช้งานได้ และท่านก็ได้มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส   

ลำดับตำแหน่งที่ได้รับของหลวงปู่ธูป  

ถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2471 หลวงปู่ธูปท่านก็ได้เป็นเจ้าอาวาสแห่งวัดสุนทรธรรมทาน ต่อจากเจ้าอาวาสคนเก่า จากนั้นถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2477 ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูสุนทรธรรมวิจารณ์ และได้รับพระราชทานให้เลื่อนสมณศักดิ์ที่พระสุนทรธรรมวิจารณ์เป็นพระราชาคณะในช่วงปีพ.ศ 2495  ช่วงปีพ.ศ 2506 ท่านก็ได้รับพระราชทานให้เลื่อนสมณศักดิ์ที่พระราชธรรมวิจารณ์    

ยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ในช่วงยุคสงครามที่มีทั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 หลวงปู่ท่านก็ได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้อย่างมากมายรวมถึงเลือกตั้งเครื่องรางของขลังสำหรับเอาไว้แจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ลูกหาของท่านเพื่อพกติดตัวเอาไว้ปกปักรักษาตน ซื้อวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นนั้นค่อนข้างนิยมอย่างมากซึ่งก็คือเชือกคาดเอวซึ่งวัตถุมงคลนี้ท่านได้ร่ำเรียนมาจากหลวงพ่อขันแห่งวัดนกกระจาบและท่านก็ได้สร้างตามตำราที่หลวงพ่อขันท่านถ่ายทอดมาให้ทั้งหมด 

ซึ่งนอกจากนี้ยังเคยมีเรื่องเล่าที่เล่าต่อๆกันมาว่าเชือกคาดเอวที่หลวงปู่ธูปท่านได้สร้างเอาไว้นั้นจะผ่านการปลุกเสกหลายครั้งและการที่เชื่อคาดเอวจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ เมื่อถูกโจรเข้ากองไฟแล้วจะต้องไม่ไหม้ ถือว่าใช้ได้  วัตถุมงคลของหลวงปู่ธูปนั้นเรียกได้ว่าสร้างอภินิหารอันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คนในยุคนั้นไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือวัตถุประมงคลในเรื่องอยู่ยงคงกระพันแคล้วคลาดปลอดภัยนั้นค่อนข้างเป็นที่ได้รับความนิยมสูงและหลวงปู่ธูปท่านก็มีชื่อเสียงอย่างมากในยุคนั้น ที่ใครๆมาหาก็จะต้องขอของดีและเคารพนับถือท่านอย่างมาก  แม้แต่พระเอกอย่างคุณมิตรชัยบัญชาก็ยังเคารพศรัทธาหลวงปู่ธูปเช่นกัน นอกจากนี้หลวงปู่ธูปท่านยังรับนิมนต์เพื่อปลุกเสกตามงานพิธีต่างๆอยู่เสมอ  

และนอกจากนี้หลวงปู่ธูปท่านยังค่อนข้างมีความสนิทกับหลวงพ่อเงินแห่งวัดดอนยายหอมและหลวงปู่โต๊ะแห่งวัดประดู่ฉิมพลีอย่างมากซึ่งท่านทั้งหมดมักจะไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างวัตถุมงคลหรือสร้างพระเครื่องที่ทางวัดแคนางเลิ้งได้จัดขึ้นก็มักจะมีหลวงปู่โต๊ะร่วมพิธีพุทธาภิเษกด้วย  สำหรับพระเครื่องของหลวงปู่ธูปที่ค่อนข้างได้รับความนิยมสูงมีด้วยกันหลายรุ่นเนื่องจากท่านสร้างพระเครื่องหลายอย่างอันได้แก่พระชัยวัฒน์พระกริ่งเหรียญรวมถึงพระเนื้อผงในพิมพ์ต่างๆ โดยส่วนมากพระเครื่องของหลวงปู่ธูปนั้น ลักษณะทางด้านหลังส่วนใหญ่มักจะมียันต์ใบพัดกดให้เห็นอยู่เสมอ และมีพุทธคุณที่ค่อนข้างเป็นเลิศในเรื่องของการค้าขายเมตตามหานิยมแคล้วคลาดปลอดภัย 

 การมรณภาพ  

เดิมที่นั้นหลวงปู่ดู่ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านในละแวกนั้นไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือชาวกรุงเทพมหานคร  จึงทำให้การจากไปของหลวงปู่ธูปนั้นค่อนข้าง สร้างความเศร้าโศกให้กับพุทธศาสนิกชนในยุคนั้นอย่างมาก  ท่านมรณภาพลงในช่วงปีพ.ศ 2533 ในวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมรวมสิริอายุได้ 92 ปีและมรณภาพลงในพรรษาที่ 70  

 การมรณภาพ  

อย่างไรก็ตามพวกเราทีมงานหวังอย่างยิ่งว่าเรื่องราว ประวัติความเป็นมาของพระราชธรรมวิจารณ์ ( หลวงปู่ธูป เขมสิริ) วัดแคนางเลิ้ง ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ! นี้ จะทำให้ท่านผู้อ่านชื่นชอบและถูกใจกันไม่น้อยนะคะโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเคารพศรัทธาหลวงปู่ธูปเป็นเดิมอยู่แล้วอย่างไรก็ตาม สามารถกลับมาพบกับพวกเราได้ใหม่ในบทความครั้งต่อไปสำหรับวันนี้ต้องขอขอบพระคุณในทุกๆการติดตามอ่านที่ดีอย่างเสมอมา แต่หากผิดพลาดประการใดจากการนำเสนอในครั้งนี้ต้องขออภัยไว้ณที่นี้อย่างสูงเช่นกันนะคะขอให้คุณโชคดีและมีสุขภาพที่แข็งแรงร่ำรวยเงินทองในทุกๆวันค่ะ  

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter