ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน !

หลวงปู่ชัยยะ-วงศาพัฒนา

หัวข้อ

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน !

มายังจังหวัดลำพูนกันบ้างในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน ! ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากของผู้คนชาวอำเภอลี้ในจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นนักบุญของชาวเขาชาวกะเหรี่ยงเลยก็ว่าได้ แม้ท่านจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศแต่ท่านก็ถือเป็นอีกหนึ่งพระผู้เปรียบไปด้วยเมตตาธรรม และประพฤติปฏิบัติดีอันน่าเป็นแบบอย่างให้กับพุทธศาสนิกชนอย่างมาก และพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจในครั้งนี้กันเลย  

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” 

แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน !

ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” 

สำหรับพระครูพัฒนกิจจานุรักษ์ หรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกท่านว่าหลวงปู่ชัยยะ เดิมทีนั้นท่านมีชื่อว่า ชัยวงศ์ ต๊ะแหนม ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2456 ตรงกับวันอังคารที่ 22 เดือนเมษายน เป็นวันแรม 2 ค่ำซึ่งตรงกับปีฉลู บิดาของท่านชื่อว่าพ่อน้อย จันต๊ะ และมารดาของท่านชื่อว่าคุณแม่บัวแก้ว ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน ท่านเป็นลูกชายคนที่ 3 นอกจากนี้ท่านยังมีน้องต่างบิดาอีก 1 คน โดยปกติแล้วครอบครัวของหลวงปู่นั้นจะทำอาชีพเกษตรกร ฐานะทางบ้านเรียกได้ว่าค่อนข้างยากจน  แต่ครอบครัวของท่านก็มักจะชอบทำบุญสุนทานและมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนากันทั้งครอบครัว และถึงแม้ว่าครอบครัวของท่านจะลำบากยากจนหรือต้องดิ้นรนทำงานหนักเพียงใด พ่อและแม่ของท่านก็ไม่เคยขัดเรื่องทำบุญเลย 

เมื่อหลวงปู่อายุได้ประมาณ 12 ปีหลวงปู่ก็เริ่มถือมังสวิรัติ และได้บวชเป็นสามเณรน้อย ซึ่งในครั้งนั้นพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือพระครูบาชัยลังกา  และหลวงปู่ชัยยะก็ได้รับฉายาทางธรรมในครั้งนั้นว่า “ชัยลังกา” ซึ่งเป็นฉายาที่ได้รับคล้ายกับพระอุปัชฌาย์หรือพระอาจารย์ของท่าน  

ในวัยเด็กที่หลวงปู่ท่านยังคงเป็นสามเณรหลวงปู่ท่านมักจะถูกเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ ในบางครั้งก็กลั่นแกล้งถึงขั้นทำร้ายร่างกายก็มี แต่หลวงปู่ก็มักจะให้อภัยและอดทนต่อสิ่งต่างๆอยู่เสมอมา นอกจากนี้หลวงปู่ยังได้มีโอกาสติดตามพระอาจารย์ของท่านซึ่งก็คือพระครูบาชัยลังกาออกไปจาริกตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งนิสัยโดยปกติของหลวงปู่ชัยยะนั้นท่านมักจะเป็นเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอดอะไรที่ไม่เกินกำลังท่านก็มักจะทำทุกอย่างด้วยตนเอง 

อุปสมบทเป็นพระภิกษุ

อุปสมบทเป็นพระภิกษุ

เมื่อเติบโตขึ้นจนอายุได้ครบบวช ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทและบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือครูบาพรหมจักร แห่งวัดพระบาทตากผ้า และได้รับฉายาทางธรรมว่า “ชัยยะวงศา” หลังจากที่บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วหลวงปู่ท่านก็ได้มีโอกาสศึกษากับพระอุปัชฌาย์ของท่านและพระอุปัชฌาย์ผู้นี้ก็คือพระอาจารย์ของท่านอีกรูปหนึ่ง ในบางครั้งท่านก็ได้มีโอกาสออกเดินธุดงค์เพื่อปลีกวิเวกไปแสวงหาสถานที่เงียบสงบเพื่อปฏิบัติ และไม่ได้เพียงแต่เดินธุดงค์ไปในประเทศไทยเท่านั้น เพราะท่านยังได้มีโอกาสเดินธุดงค์ไปตามแถบประเทศเพื่อนบ้านอย่างเช่นประเทศพม่าและลาวอีกด้วย

หลังจากที่หลวงปู่ท่านได้ติดตามครูบาพรหมจะระยะหนึ่ง ก็ได้ขอกราบลาพระอาจารย์เพื่อออกจาริกธุดงค์เพียงลำพังไปแสวงหาสัจธรรมในการหลุดพ้นจากวัฏสงสาร และเผยแพร่พระพุทธศาสนาตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้กับชาวเขาในสถานที่ต่างๆ จึงทำให้ผู้คนบนดอยรู้จักท่านและด้วยคุณงามความดีที่ปฏิบัติดีจึงสร้างความเลื่อมใสให้กับผู้คนในแถบนั้นเป็นอย่างมาก  ทั้งผู้คนยังเคารพศรัทธาหลวงปู่ไม่น้อยกันเลยทีเดียว  

เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนชาวเขา 

เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนชาวเขา 
เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนชาวเขา 

หลวงปู่เคยเล่าว่าก่อนที่หลวงปู่จะขึ้นมาบนดอยและเผยแผ่ศาสนาอบรมสั่งสอนในเรื่องของพระพุทธศาสนาให้กับชาวบ้านบนเขานั้น หลายคนยังไม่ได้นับถือศาสนาพุทธด้วยซ้ำ และเมื่อตอนที่ท่านออกเดินธุดงค์ไปยังหมู่บ้านของพวกเขาช่วงแรกๆ พวกชาวบ้านก็มักจะเดินหายเข้าไปในบ้านกันเงียบ ผู้เฒ่าผู้แก่รีบจูงลูกหลานเข้าบ้านไม่ให้ใกล้ พร้อมกับตะโกนบอกต่อๆ สู่กันว่า ผีตาวอดมาแล้วๆ  

แต่ในบางสถานที่ที่มีเหล่าบรรดาหนุ่มๆ ซึ่งบางคนที่ไม่ค่อยกลัวก็มักจะออกมาพูดคุยและตอบถามกับท่านว่ามาจากไหน มิหนำซ้ำบางคนเมื่อเห็นศีรษะที่ถูกโกนหัวก็เอามือเข้ามาลูบเล่นฟ้าเฉยๆ พร้อมกับเรียกท่านว่าเสี่ยว  ซึ่งคำว่าเสียวนั้นแปลว่าเพื่อน ซึ่งหลวงพ่อท่านก็บอกว่าในตอนนั้นหลวงพ่อท่านก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือไปตำหนิอะไรพวกเขานั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ อีกทั้งยังรู้สึกขันในใจถึงความซื่อของพวกเขามากกว่า ซึ่งในช่วงนั้นพวกเขายังไม่ได้รู้จักกับพระพุทธศาสนาจริงๆ เนื่องจากพวกชาวบ้านยังคงนับถือผี  และลัทธิบูชาผีอีกด้วย  และหลวงปู่ก็ตัดสินใจที่จะเผยแผ่ศาสนาให้พวกเขาได้รู้จักจึงตัดสินใจปฏิบัติกรรมฐานอยู่ที่สถานที่นั้นที่มีชาวเขาอาศัยอยู่ เพื่อที่จะหาโอกาสสอนในเรื่องธรรมะให้กับพวกเขา  

เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนชาวเขา 
เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนชาวเขา 
เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนชาวเขา 

หลวงปู่ท่านบอกว่า การสอนนั้นต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปให้พวกเขาค่อยๆรับรู้อย่างช้าๆ โดยทำให้พวกเขาไม่รู้สึกแปลกประหลาด ไม่ให้พวกเขารู้สึกขัดต่อจิตใจและความเป็นอยู่ที่เคยมีมาโดยการท่านได้ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างให้พวกเขาดู มีครั้งหนึ่งที่ชาวบ้านถามท่านว่าทำไมถึงต้องโกนหัวและนุ่มเหลืองห่มเหลือง ซึ่งมันดูแปลกดี  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลวงปู่ท่านได้นำเรื่องราวนี้มาใช้ในการเทศนาเพื่อเผยแพร่ธรรมะให้พวกเขาได้รู้จักถึงเหตุและผลในการปฏิบัติตนเช่นนี้รวมถึงในเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาด้วยเช่นกัน โดยหลวงปู่จะสอนให้พวกเขาได้รู้จักพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าแบบช้าๆ 

รวมถึงสอนให้พวกเขารู้จักการนั่งภาวนาและการถือศีล เริ่มต้นด้วยเรื่องของศีล 5 ให้มุ่งเน้นในเรื่องของการไม่ทำร้ายและเบียดเบียนผู้อื่น เพื่อจะได้เป็นการลดละการจองเวรต่อกันในภายภาคหน้า ซึ่งคำสอนของหลวงปู่นั้นเรียกได้ว่าทำให้พวกเขาได้รับความสงบมากยิ่งขึ้น อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  แล้วด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเขาเคารพศรัทธาและเชื่อฟังคำสอนของหลวงปู่อย่างมาก 

หลวงปู่ช่วยสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ  

หลวงปู่ช่วยสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ  

เมื่อหลวงปู่อายุได้ประมาณ 22 ปี หลวงปู่ได้เดินทางมาพร้อมกับชาวกะเหรี่ยงที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่และได้กลับมาหาครูบาศรีวิชัย เพื่อนมาทำการช่วยครูบาศรีวิชัยสร้างทางขึ้นให้กับทางไปดอยสุเทพ ซึ่งแน่นอนว่าครูบาศรีวิชัยนั้นท่านได้เมตตาให้หลวงปู่เป็นกำลังสำคัญในการสร้าง และได้ร่วมกันสร้างกับครูบาขาวปีเพื่อควบคุมการทำงาน ทั้งยังมีชาวเขามาช่วยกันสร้างทางอีกด้วย 

สอนกินมังสวิรัติ  

สอนกินมังสวิรัติ  
สอนกินมังสวิรัติ  

หลวงปู่เคยบอกเล่าให้กับลูกศิษย์ลูกหาได้ฟังว่า ในสมัยที่หลวงปู่อยู่บนดอยนั้นชาวเขาก็ได้นำอาหารที่มีเนื้อสัตว์มาถวาย แต่หลวงพ่อก็เลือกที่จะหยิบเฉพาะผักผลไม้มาฉันและเลือกเฉพาะพืชมาฉันเท่านั้น โดยไม่ฉันเนื้อสัตว์ จึงทำให้ชาวบ้านเกิดความสงสัยว่าทำไมหลวงปู่ท่านจึงไม่ฉัน จึงทำให้หลวงปู่ได้นำเรื่องการกินมังสวิรัติมาอบรมสั่งสอน โดยหยิบยกเรื่องราวในพุทธชาดกมาเล่าให้กลับชาวบ้านฟังในช่วงเวลาที่ท่านกำลังเทศนา โดยมุ่งเน้นให้ผู้คนได้สำนึกคิดในเรื่องกฎแห่งกรรม และให้ได้ทราบถึงผลดีของการรักษาศีลรวมถึงวิธีที่ควรปฏิบัติ 

หลวงปู่มักจะอบรมสั่งสอนในเรื่องของศีลอยู่เสมอและสิ่งนี้ยิ่งทำให้ชาวบ้านบนดอยรวมถึงชาวเขาชาวกะเหรี่ยงต่างๆได้มีความเข้าใจและเริ่มหันมานับถือศาสนาพุทธมากยิ่งขึ้น  รวมถึงละทิ้งประเพณีเก่าๆด้วย นอกจากนี้อีกหนึ่งเรื่องที่เหลือเชื่อก็คือชาวเขาในละแวกที่หลวงปู่มักไปปฏิบัติธรรมและออกเดินธุดงค์ไปเผยแผ่ศาสนาให้กับพวกเขานั้น ได้หันมารับประทานมังสวิรัติกันมากยิ่งขึ้น และเมื่อมีโอกาสหลวงปู่ก็จะกลับไปหาพวกเขาและอบรมสั่งสอนในเรื่องพระพุทธศาสนาให้กับพวกเขาในบางที  จึงทำให้เหล่าบรรดาชาวเขาต่างเคารพศรัทธาหลวงปู่เป็นอย่างมาก 

สอนกินมังสวิรัติ  

ขอฝากเรื่องราว  ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่ชัยยะ วงศาพัฒนา” แห่ง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เมืองลำพูน ! กันไว้แต่เพียงเท่านี้ แล้วกลับมาพบกับพวกเราได้ใหม่ในบทความหน้านะคะสวัสดีค่ะ  

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter