ประวัติความเป็นมาพระเถราจารย์เชื้อสายเขมรที่ชาวสระบุรีเคารพศรัทธา พระครูอรรถธรรมาทร ( หลวงพ่อเฮ็น) สิริวังโส แห่ง วัดดอนทอง” !

พระครูอรรถธรรมาทร

หัวข้อ

ยังคงอยู่กันในจังหวัดสระบุรีและในครั้งนี้เราจะมาบอกเล่าถึง ประวัติความเป็นมาพระเถราจารย์เชื้อสายเขมรที่ชาวสระบุรีเคารพศรัทธา พระครูอรรถธรรมาทร ( หลวงพ่อเฮ็น) สิริวังโส แห่ง วัดดอนทอง” ! ให้คนรุ่นหลังอย่างเราเราได้ทราบกัน สำหรับหลวงพ่อเฮ็นสิริวังโสนั้น ท่านคืออีกหนึ่งพระเถราจารย์ ผู้มีเชื้อสายกัมพูชาหรือที่เราเรียกกันว่าเขมร ซึ่งท่านเป็นพระผู้มีศีลลาจริยวัตรอันงดงามและมีความเคร่งครัดต่อการปฏิบัติอย่างมากซึ่งแน่นอนว่าท่านเป็นอีกหนึ่งพระยุคเก่าที่ชาวจังหวัดสระบุรีให้ความเคารพศรัทธาและเลื่อมใสอยู่เสมอมา  

ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อเฮ็น สิริวังโส”

 แห่ง วัดดอนทอง เมืองสระบุรี

ประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อเฮ็น สิริวังโส”

สำหรับพระครูอรรถรสธรรมาทร  หรือที่ใครหลายคนมักจะพากันเรียกท่านว่าหลวงพ่อเฮ็น สิริวังโส นั้น ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2454 ในวันที่ 9 เดือนธันวาคม ซึ่งตรงกับวันแรมสีค่ำเดือน 11 เป็นปีกุน ซึ่งท่านมีเชื้อสายเป็นชาวกัมพูชาหรือชาวเขมรโดยกำเนิด บ้านเกิดของท่านอยู่ที่ บ้านจางวาง ซึ่งอยู่ในเมืองกำปงธม ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา เป็นบุตรชายของคุณพ่ออยู่และคุณแม่เขียว ศิริวงศ์  

ในช่วงที่หลวงพ่อเย็นท่านเริ่มเป็นวัยรุ่น ความห่วงของผู้เป็นพ่อเป็นแม่จึงทำให้เกิดความกังวลกลัวว่าท่านจะเสียคนกลัวว่าหลวงพ่อเฮงท่านจะไปคบกับเพื่อนที่ไม่ดี เนื่องจากในยุคสมัยนั้นเมืองที่ท่านอาศัยอยู่ซึ่งก็คือเมืองกำปงธมนั้นมีนักเลงหัวไม้เยอะแยะมากมาย และเมื่อใดก็ตามที่มีงานวัดประจำปีก็มักจะมีนักเลงต่อยตีกันจนกลายเป็นเรื่องปกติและสิ่งนี้จึงทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ของหลวงพอท่านห่วงเหลือเกิน สาเหตุที่เป็นห่วงเนื่องจากหลวงพ่อท่านนั้นเป็นคนมีเพื่อนรักมากมายและมีเพื่อนฝูงเยอะแยะ 

นอกจากนี้เพื่อนๆและรุ่นน้องทั้งหลายก็มักจะยกย่องให้หลวงพ่อท่านเป็นผู้นำทีมเป็นหัวหน้าอยู่เสมอ จึงเป็นเหตุให้คุณพ่อคิดว่าอยากจะให้หลวงพ่อเฮงบวชเป็นพระภิกษุเสีย เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งและอยู่ห่างจากพรรคพวกเพื่อนฝูง ท่านกลัวว่าจะมีเรื่องมีราว 

ถัดมาเมื่อท่านอายุได้ครบบวชหลวงพ่อเห็นการตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์อยู่ที่วัดพรรณาราย ซึ่งพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือพระอาจารย์แก้ว ส่วนพระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้กับท่านนั้นก็คือพระอาจารย์กุ่ย และพระผู้เป็นพระอนุสาวนาซาจารย์ให้กับหลวงพ่อเฮ็นก็คือพระอาจารย์หมั่น อีกทั้งยังได้รับฉายาทางธรรมว่า  “สิริวํโส”

ใต้ร่มกาเสาวพักตร์  

ใต้ร่มกาเสาวพักตร์ 

เมื่อหลวงพ่อท่านได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว วัดที่ท่านจำพรรษาอยู่ก็คือวัดพรรณราย ซึ่งในการบวชนี้ท่านได้มีโอกาสศึกษาทางด้านพระธรรมวินัย ด้วยความเพียรและมีความวิริยะอุตสาหะเป็นเดิมอยู่แล้วจึงทำให้หลวงพ่อท่านประสบความสำเร็จและมีความปราดเปรื่องทางด้านวิชาความรู้ที่ร่ำเรียน  อีกทั้งยังเป็นผู้มีความจำเป็นเลิศ เมื่อบวชได้ครบพรรษา ท่านกลับไม่ยอมลาสิกขา จนทำให้โยมพ่อและโยมแม่เห็นดีงามด้วยว่าไปดีในทางพระก็น่าจะดีแล้ว จึงไม่ได้ขัดข้องใดๆตามใจหลวงพ่อ  และเมื่อถึงพรรษาที่ 2 หลวงพ่อท่านก็มีความสามารถในการสวดมนต์ท่องพระปาฏิโมกข์ได้อย่างชัดเจน มีความคล่องแคล่วในเรื่องบทสวดมนต์ที่เรียกได้ว่ายาก 

นอกจากนี้หลวงพ่อท่านยังได้มีโอกาสเรียนในเรื่องวิปัสสนาธุระ และได้มีโอกาสฝึกพระกรรมฐาน ซึ่งท่านได้เรียนกับพระอุปัชฌาย์ และพระคู่สวด ทั้งสองท่านนี้เรียกได้ว่าเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อเฮ็น และพระอาจารย์ 2 ท่านนี้ได้ถ่ายทอดวิชาต่างๆให้กับหลวงพ่อเฮ็นวิชาที่ท่านถ่ายทอดให้ก็คือวิชาอาคม รวมถึงได้ฝึกฝนและทดสอบจนเป็นที่พอใจของพระอาจารย์ทั้งสอง    

เมื่อร่ำเรียนวิชาจากพระอาจารย์ทั้งสองจนสำเร็จหลวงพ่อเห็นท่านก็ตัดสินใจ เดินทางไปหาพระอาจารย์คง(ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นพระกรรมฐานอยู่ทุกข้อมูล) เพื่อไปศึกษาในเรื่องวิทยาคมต่างๆไสยเวทรวมถึงมนต์พระคาถา อีกทั้งยังได้มีโอกาสร่ำเรียนวิชาในเรื่องของเมตตามหานิยม และการทำผงเบญจพุทธคุณ ซึ่งผงนี้จะประกอบด้วยผงวิเศษ 5 ชนิดอันได้แก่  ผงอิทธิเจ  ผงมหาราช ผงปฐมัง ผงตรีนิสิงเห และผงพุทธคุณ  

เมื่อหลวงพ่อเห็นท่านได้บำเพ็ญเพียรไปตามปกติ ซึ่งครั้งแรกนั้นท่านได้ตั้งจิตอธิษฐาน และระลึกว่าจะไปกราบไหว้พระพุทธบาทในจังหวัดสระบุรี ซึ่งท่านได้ตั้งจิตและอธิษฐานเอาไว้ประมาณว่า  ตัวท่านนั้นมีบุญอยู่บ้างก็ขอให้ท่านได้เดินทางไปถึงพระพุทธบาทอย่างปลอดภัย เมื่ออธิษฐานจิตได้ดังนั้นท่านก็ได้ออกเดินทางเริ่มต้นจากการเดินไปตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา  ซึ่งการเดินทางนั้นเรียกได้ว่าท่านได้พบกับอุปสรรคที่ค่อนข้างหลากหลายและหฤโหดไม่น้อย ระหว่างทางทั้งพบเจอกับภูตผีปีศาจ รวมไปถึงต้องนอนกลางป่าดงพงไพรและป่าดงดิบในยุคนั้นต้องขอบอกเลยว่าน่ากลัวไม่น้อย เพราะยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเสือและสัตว์ร้ายต่างๆที่อาศัยอยู่ในป่า ซึ่งท่านก็ต้องเผชิญ 

พระธุดงค์ในยุคนั้นต้องขอบอกเลยว่าเป็นผู้กล้าหาญอย่างมากเนื่องจากการเดินทางมีอยู่วิธีเดียวก็คือเดินทาง และหลวงพ่อเฮ็นท่านก็คืออีกหนึ่งพระผู้มีดวงจิตที่ตั้งมั่นและแน่วแน่ แม้จะต้องเผชิญกับความหิวโหยและเหน็บหนาว เนื่องจากในระหว่างทางบางพื้นที่นั้นไม่มีบ้านเรือนของผู้คนเลย เพราะอยู่ท่ามกลางป่าดงพงไพร ท่านก็อดทนเพื่อที่จะเดินทางมายังจุดหมายปลายทางที่ท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่าต้องการมาถึง  

พระอาจารย์ของหลวงพ่อเฮ็น 

พระอาจารย์ของหลวงพ่อเฮ็น 

และแล้วท่านก็เดินธุดงค์มาถึงจังหวัดนครราชสีมาหรือเมืองโคราช ซึ่งท่านได้พบกับหลวงปู่สอนแห่งวัดเสิงสาง  และได้ทำการขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ สำหรับหลวงปู่สอนท่านนี้ในยุคนั้นเรียกได้ว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมและมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก ถูกเล่าขานต่อๆกันมาว่าหลวงปู่สอนท่านเป็นผู้มีญาณทิพย์สามารถหยั่งรู้ในเรื่องของอนาคตได้พร้อมกับสามารถหยั่งรู้ในเรื่องของอดีตได้เช่นกัน บางคนยังบอกอีกว่าท่านสามารถย่นระยะทางได้ ท่านมีวิชาเก่งกล้าและสามารถหลายประการเลยทีเดียว และหลังจากที่หลวงพ่อเห็นท่านร่ำเรียนวิชากับหลวงปู่สอน จนมีความเชี่ยวชาญมากแล้ว ก็ทำการกราบลาเพื่อออกเดินธุดงค์ต่อ

หลวงปู่สอน แห่งวัดเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา 

หลวงปู่สอน แห่งวัดเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา 

เมื่อท่านเดินทางมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ได้มีโอกาสมานมัสการพระพุทธมงคลบพิตร ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้อยู่คู่บ้านคู่เมืองกับชาวกรุงเก่า แห่งเมืองพระนครศรีอยุธยามาอย่างยาวนาน  ซึ่งในโอกาสนี้จึงทำให้หลวงพ่อเฮ็นท่านได้มาพบกับพระอาจารย์ต่วน ซึ่งพระอาจารย์ต่วนนั้นท่านก็เป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมในจังหวัดอยุธยาและมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก  แห่งสำนักวัดกล้วยเมืองพระนครศรีอยุธยา  เมื่อโอกาสเหมาะเช่นนั้นหลวงพ่อเฮงก็ได้ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับพระอาจารย์ต่วนผู้นี้ ซึ่งวิชาที่ได้ร่ำเรียนกับพระอาจารย์ต่วนก็คือวิชาตระกูลภุชงค์เบญจฤทธิ์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นวิชาที่มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์และสูง 

 อีกทั้งยังไม่มีโอกาสร่ำเรียนวิชาผ้ายันต์อนันตคุณ วิชาสร้างเสื้อยันต์ วิชาสีผึ้งทาปากรวมถึงเครื่องรางของขลังอีกมากมาย ซึ่งแต่ละวิชาที่ได้ร่ำเรียนนั้นเรียกได้ว่าล้ำค่าอย่างยิ่งเพราะไม่ใช่ว่าพระเกจิอาจารย์ทุกรูปจะสามารถมีโอกาสได้เรียนและสำเร็จ และหลวงพ่อเฮ็นก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่นับได้ว่าเป็นศิษย์เอกของพระอาจารย์ต่วนเลยทีเดียว  

และถัดมาในช่วงปีพ.ศ 2479 ซึ่งเป็นปีชวด เมื่อท่านเดินธุดงค์มาถึงจังหวัดสระบุรีแห่งอำเภอดอนพุดท่านก็ได้พบกับความสงบร่มเย็นมองเห็นหนองน้ำที่ใสสะอาดให้ความรู้สึกเย็น จึงได้ตัดสินใจพำนักอยู่กับหลวงพ่อแพซึ่งในขณะนั้นหลวงพ่อแพท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดแห่งนี้ อีกทั้งยังได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านดงตะงาวเป็นอย่างดี จึงได้จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ตลอดมา  จวบจนภาระสุดท้ายซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ 2543 ในวันที่ 24 เดือนกุมภาพันธ์ รวมสิริอายุได้ 89 ปี ในพรรษาที่ 69 

หลวงปู่สอน แห่งวัดเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา 

แล้วกลับมาพบกันใหม่ได้ในบทความครั้งต่อไปนะคะ สำหรับวันนี้ต้องขอฝากเรื่องราว ประวัติความเป็นมาพระเถราจารย์เชื้อสายเขมรที่ชาวสระบุรีเคารพศรัทธา พระครูอรรถธรรมาทร ( หลวงพ่อเฮ็น) สิริวังโส แห่ง วัดดอนทอง” !  กันไว้แต่เพียงเท่านี้ขอให้ท่านโชคดีร่ำรวยเงินทอง และมีสุขภาพแข็งแรงค่ะ 

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter