ประวัติความเป็นมา “ หลวงปู่ยิ้ม จันทโชติ” ต้นตำรับผู้สร้าง ตะกรุดโลกธาตุ แห่ง วัดศรีอุปลาราม เมืองกาญจนบุรี! 

หลวงปู่ยิ้ม-จันทโชติ

หัวข้อ

หากเอ่ยถึงตะกรุดโลกธาตุอันเลื่องชื่อ เชื่อว่าใครหลายคนจะต้องนึกถึงนามของ หลวงปู่ยิ้ม จันทโชติ ขึ้นมาเป็นสิ่งแรกอย่างแน่นอน เนื่องด้วยขื่อเสียงอันเลื่องลือในการสร้างวัตถุมงคลชิ้นนี้ จึงทำให้พวกเราทีมงานได้รวบรวมข้อมูลและมาเล่าถึง ประวัติความเป็นมา “ หลวงปู่ยิ้ม จันทโชติ” ต้นตำรับผู้สร้าง ตะกรุดโลกธาตุ แห่ง วัดศรีอุปลาราม เมืองกาญจนบุรี! ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันในครั้งนี้ ถึงที่มาของท่านก่อนจะมาเป็นหลวงปู่ยิ้มที่เรารู้จักกันในวันนี้ ว่าเป็นมาอย่างไร และเราเชื่อว่า แฟนๆที่เป็นนักสะสมที่ชื่นชอบตะกรุดเป็นเดิมอยู่แล้วนั้นต้องอ่าน ดังนั้นเราจะไม่เสียเวลาเกริ่นนำกันมาก เพราะเราจะพาคุณไปรู้จักกับเนื้อหาความเป็นมาที่น่าสนใจของท่านกันเลยดังต่อไปนี้ค่ะ ! 

ประวัติ “ หลวงปู่ยิ้ม จันฺทโชติ” 

ประวัติ “ หลวงปู่ยิ้ม จันฺทโชติ” 

สำหรับหลวงปู่ยิ้ม จันฺทโชติ หรือที่ใครหลายคนมักจะรู้จักท่านในนามว่าหลวงพ่อเท่ายิ้ม เดิมทีนั้นท่านเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรีเป็นคนชาววังด้ง เกิดในช่วงปีพ.ศ. 2387 ซึ่งตรงกับปิงมาลงในวันอังคารเดือนห้า ท่านเป็นบุตรชายของนายยิ่งกับนางเปี่ยม ซึ่งบิดามารดาของท่านมีอาชีพค้าขายซึ่งพวกเขาได้ขายไม้ไผ่ซึ่งจะทำการลองไปขายตามแม่น้ำปากอ่าวแม่กลอง ในจังหวัดสมุทรสงคราม 

หลวงปู่ยิ้มเป็นเด็กที่มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเป็นคนพูดจริงทำจริงตั้งแต่ยังวัยเยาว์เพื่อนรุ่นเดียวกันมักจะยอมให้ท่านเป็นหัวโจกหรือลูกพี่และไม่แม้แต่เพื่อนรุ่นเดียวกันเท่านั้นเพราะแม้แต่ผู้ที่มีอายุมากกว่าก็ยังยอมสยบให้กับหลวงปู่ยิ้ม ด้วยความเป็นคนใจใหญ่ใจนักเลงจึงทำให้มีทั้งคนรักและคนเกรงขาม ออกมาเมื่อถึงวัยที่สามารถบวชได้ท่านก็เค้ารับอุปสมบทในจังหวัดกาญจนบุรี ที่อำเภอพนมทวน ณ วัดทุ่งสมอ ซึ่งพระที่เป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านก็คือพระอาจารย์กริชแพงวัดหนองบัว และพระคู่สวดของท่านก็คือพระอาจารย์อินแห่งวัดทุ่งสมอและพระอาจารย์แดงแห่งวัดเหนือ ซึ่งฉายาทางธรรมของท่านก็คือจันฺทโชติ 

 หลังจากที่ได้รับการอุปสมบทแล้วท่านก็ได้ศึกษาเล่าเรียนทางด้านภาษาบาลีรวมถึงอักษรขอม และอีกหลากหลายวิชาซึ่งได้แก่พระเจ้า 10 ชาติ, พระมาลัย,มงคลทีปนีมูลกัจจายน์ และอื่นๆอีกมากมาย เมื่อได้มีโอกาสบวชและเราเรียนทางธรรมแล้ว ท่านยังสามารถท่องสูตรสนธิได้อย่างชำนาญและแตกฉานอย่างมาก ถึงขั้นมีความสามารถในการท่องจำพระปาติโมกข์ได้ตั้งแต่ที่ยังบวชได้ไม่ถึง 2 พรรษา จากนั้นมันก็ได้ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์แก่พระอาจารย์ผู้มีวิชาแก่กล้าและเป็นผู้ทรงวิทยาคมในยุคนั้นหลายรูปซึ่งได้แก่ หลวงพ่อแจ้งแห่งวัดประดู่ อัมพวา, หลวงพ่อกลัด แห่งวัดบางพรม อัมพวา , หลวงพ่อพวงแห่งวัดปากสมุทรสุดคงคา, หลวงพ่อพระปลัดทิมแห่งวัดบางนางลี่น้อยอำเภออัมพวา และพระเกจิชื่อดังแห่งยุคอีกหลายรูป 

ประวัติ “ หลวงปู่ยิ้ม จันฺทโชติ” 

ถึงแม้ว่าหลวงปู่ยิ้มนั้นจะเป็นพระผู้มีวิชาแก่กล้าในหลายๆศาสตร์ในหลายๆด้าน และมีความสามารถในการท่องจำสิ่งต่างๆได้ในเวลาอันรวดเร็วแต่หลวงปู่ยิ้มท่านมีนิสัยรักความสงบเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้รักความสันโดษ ไม่มีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูง อีกทั้งยังเป็นพระผู้ปฏิบัติที่มีความเคร่งครัดและปฏิบัติตามคำสอนของหลักพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ในเวลาถัดมาแทนก็ได้สืบต่อในการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสจากหลวงพ่อกลิ่น และถึงแม้ว่าท่านจะอยู่ในฐานะตำแหน่งใดก็ตามท่านยังคงเป็นพระผู้ปฏิบัติวิปัสสนาธุระอย่างเคร่งครัดและสิ่งนี้ทำให้เป็นที่เลื่องลือไม่น้อยในจังหวัด อีกทั้งท่านยังเป็นพระผู้สอนทางด้านวิปัสสนากรรมฐานให้กับเหล่าบรรดาพระรูปอื่นๆรวมถึงได้คิดคนวิชาทางคาถาอาคมอย่างหลากหลายแขนง ซึ่งได้แก่วิชาแพทย์แผนโบราณและทางด้านไสยศาสตร์ และที่สำคัญคือคาถาหัวใจโลกธาตุ อันมีความศักดิ์สิทธิ์และเข้มขลังอย่างมาก

นอกจากนี้หลวงปู่ยิ้มท่านยังมีความเมตตาและได้ทำการถ่ายทอดวิชาพุทธาคมและไสยเวทต่างๆให้กับลูกศิษย์ลูกหาที่มีความตั้งใจเรียน ซึ่งลูกศิษย์ลูกค้าของท่านหลายรูปก็ได้กลายไปเป็นพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในยุคต่อมา ซึ่งได้แก่หลวงพ่อสอน แห่งวัดลาดหญ้า, หลวงปู่ดี แห่งวัดเทวสังฆาราม, หลวงปู่ใจ แห่งวัดเสด็จ, หลวงพ่อเหรียญแห่งวัดหนองบัว ทั้งยังมีพระเกจิอาจารย์รูปเป็นสิ่งที่เราไม่ได้กล่าวมาในที่นี้อีกด้วย

 ซึ่งลูกศิษย์ลูกค้าของท่านไม่ได้มีเพียงแต่พระพระเท่านั้นแต่ท่านยังมีลูกศิษย์ลูกค้าที่เป็นฆราวาสอย่างเช่นกรมมาหลวงชุมพรฯ ซึ่งหลวงปู่ยิ้มได้เป็นผู้ถ่ายทอดสอนวิชาไสยศาสตร์ให้กับท่าน และนอกจากนี้เมื่อเคลื่อนที่หลวงปู่ศุขแห่งวัดมะขามเฒ่าได้เดินทางธุดงค์มาจำพรรษาอยู่ ณ วัดหนองบัวก็ได้ทำให้ทั้งสองนั้นทำการแลกเปลี่ยนสรรพวิชาต่างๆต่อกัน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมของครั้งของหลวงปู่ยิ้มนะนึกถึงมีแต่กูต้องการอยากได้มาไว้ในบูชาครอบครองเพราะแน่นอนว่าความเข้มครั้งนั้นยากที่จะมีใครเหมือน และในตลอดช่วงเวลาที่หลวงปู่ยิ้มท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านได้ช่วยเหลือญาติโยมและแถวบ้านเอาไว้อย่างมากมายรวมถึงเป็นพระผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ต่างๆให้แก่ เหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกหาของท่าน ทั้งยังได้สร้างเครื่องรางของขลังเอาไว้อย่างมากมาย

ประวัติ “ หลวงปู่ยิ้ม จันฺทโชติ” 

ถัดมาในช่วงปีพ.ศ. 2453 หลวงผู้หญิงท่านได้มรณภาพและจากโลกนี้ไปอย่างสงบด้วย สิริ อายุประมาณ 66 ปีและครองพรรษาได้นานถึง 46 พรรษา และหลังจากที่หลวงปู่ยิ้มได้มรณภาพลงตำราต่างๆของท่านก็ได้กลายมาเป็นมรดกตกทอดของพระโสภณสมาจาร(เหรียญ) แห่งวัดหนองบัว และลูกศิษย์ลูกหาที่ได้รับความรู้วิชาต่างๆจากหลวงปู่ยิ้มก็ได้ ตามแบบฉบับที่สืบทอดมาจากหลวงปู่ยิ้มกันอย่างเคร่งครัด 

สำหรับเครื่องรางของขลังของหลวงปู่ยิ้มนั้นมีหลากหลายสิ่งอันได้แก่เชือกคาดเอว ,สมเด็จเล็บมือ, พระผง, พระปิดตา, มีดหมอรวมถึงตะกรุดต่างๆ ซึ่งวัตถุมงคลแต่ละชิ้นของท่านนั้นเรียกได้ว่าเป็นเครื่องรางของขลังที่หากใครได้ครอบครองก็มักจะหวงแหนกันอย่างมากเนื่องจากมีอายุยาวนานและมีความขลังอย่างยิ่งและที่สำคัญคือพุทธคุณของแต่ละชิ้นนั้นค่อนข้างสูงและเป็นเลิศแบบเฉพาะด้านในหลายๆด้าน ซึ่งท่านคือต้นตำหรับแห่งการสร้าง “ตะกรุดโลกธาตุ” อย่างแท้จริง

ตะกรุดโลกธาตุ หลวงปู่ยิ้ม

ตะกรุดโลกธาตุ หลวงปู่ยิ้ม

สำหรับวัตถุมงคลที่มีชื่อว่า “ตะกรุดโลกธาตุ” นี้ จะมีลักษณะคล้ายกับตะกรุดทั่วไปแต่จะเป็นขนาดเล็กที่ใช้สำหรับการพกติดตัวเพื่อเป็นสิริมงคลและเอาไว้ปกป้องตนเองจากทุกข์ภัยต่างๆ ซึ่งในระหว่างที่ทำการสร้างนั้นหลวงปู่ยิ้มท่านจะลงคาถาหัวใจโลกธาตุไว้ จากนั้นก็จะทำการกลึงและปิดหัวท้ายด้วยยันต์ใบพัด สำหรับวัสดุที่จะนำมาใช้นั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ทองแดง, นาค, เงิน, ทองคำ และเนื้อโลหะมาเป็นมวลสารในการสร้าง ซึ่งเนื้อมวลสารเหล่านี้จำเป็นจะต้องมีน้ำหนักหนึ่งสลึงและมีขนาดยาวประมาณเจ็ดใบมะขามที่เรียกว่า “สัตตะโพชฌงค์7”  และนี่คือการสร้างตะกรุดโลกธาตุของหลวงปู่ยิ้ม 

เชื่อกันว่ามีพุทธคุณสูงมากอีกทั้งยังมีเรื่องเล่าจากอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อย่างมากมายที่ค่อนข้างโด่งดังมาจนถึงในยุคปัจจุบัน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจึงกลายเป็นวัตถุมงคลที่เราบรรดานักสะสมทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือคนในวงการพระค่อนข้างเสาะแสวงหาและค่อนข้างพูดถึงกันอยู่เสมอ 

ทั้งยังเชื่อกันว่าหากใครที่เข้าตาจนหรือถูกทำร้ายให้กลืนตะกรุดนี้ลงไปในท้อง จากนั้นก็จะสามารถปกป้องอันตรายและภัยต่างๆทั้งปวงได้รวมถึงล่องหนได้ หลังจากที่กลืนเข้าไปในท้องแล้ว ตะกรุดนี้จะสามารถออกจากร่างกายมาได้เองโดยให้ตั้งจิตอธิฐานก่อนนอน แล้วตะกรุดจะปรากฏอยู่ข้างตัวของผู้กลืนในรุ่งเช้าที่ตื่นขึ้นมา ซึ่งสิ่งนี้เป็นความเชื่อที่ถูกเล่าต่อๆกันมา

ตะกรุดโลกธาตุ หลวงปู่ยิ้ม

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับเรื่องราวของ ประวัติความเป็นมา “ หลวงปู่ยิ้ม จันทโชติ” ต้นตำรับผู้สร้าง ตะกรุดโลกธาตุ แห่ง วัดศรีอุปลาราม เมืองกาญจนบุรี!  ที่ได้นำมาฝากกันในครั้งนี้แล้วพบกันใหม่กับบทความในครั้งต่อไปนะคะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter