ประวัติความเป็นมาของ พระยอดขุนพลนิรันตราย “พระเพชรหลีก วัดใต้” พระเครื่องล้ำค่ายุคเก่าสุดหายาก!

พระยอดขุนพลนิรันตราย-พระเพชรหลีก-วัดใต้

หัวข้อ

หากถามถึงพระเก่าสมัยยุคก่อนปี 2500 ใครหลายคนก็มักจะนึกถึงพระกรุต่างๆ แต่หนึ่งในพระที่เป็นพระยุคเก่าที่ใครๆ มักจะถามถึงกันไม่น้อย ซึ่งปัจจุบันแทบจะหาชมของแท้กันได้ยากมากแล้ว นั่นก็คือพระเพชรหลีก แห่งวัดใต้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ  ประวัติความเป็นมาของ พระยอดขุนพลนิรันตราย “พระเพชรหลีก วัดใต้” พระเครื่องล้ำค่ายุคเก่าสุดหายาก! ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาบอกให้คุณได้ทราบโดยละเอียด เพราะเราเชื่อว่าใครหลายคนคงจะต้องอยากรู้จักไม่น้อยเช่นกันเนื่องจากเป็นพระที่นอกจากจะหายากแล้วยังเป็นพระเก่าแก่ที่มีอายุหลาย 100 ปีอีกด้วย และเป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปชมเนื้อหาที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้ค่ะ

ความเป็นมาของวัดอินทารามวรวิหาร หรือวัดใต้ฝั่งธน ฯ 

ความเป็นมาของวัดอินทารามวรวิหาร หรือวัดใต้ฝั่งธน ฯ 

สำหรับวัดใต้หรือวัดอินทารามวรวิหารนั้น เป็นวัดชนิดวรวิหารเรียกได้ว่ามีความเก่าแก่และมีความสำคัญต่อรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีอย่างมาก มีความเชื่อกันว่าวัดแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งชื่อเก่าของวัดแห่งนี้ก็คือวัดบางยี่เรือนอก ซึ่งถูกตั้งอยู่คู่กับวัดบางยี่เรือในหรือในปัจจุบันก็คือวัดราชคฤห์ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเป็นวัดราษฎร์ ตอบมาในช่วงยุคสมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรี ก็ได้เกิดการบูรณะปฏิสังขรณ์ให้เป็นพระอารามหลวงเนื่องจากพระเจ้ากรุงธนบุรีนั้นท่านมีความศรัทธาวัดแห่งนี้อย่างมาก จึงทำให้วัดแห่งนี้ได้มีบทบาทสำคัญในการประกอบพระราชพิธีต่างๆในวันสำคัญ

 ถัดมาในช่วงยุคสมัยของรัชกาลที่สามก็ได้มีการสร้างพระอุโบสถขึ้นโดยการบูรณะจากพระอุโบสถหลังเดิมให้กลายเป็นใหม่ นอกจากมีการบูรณะปฏิสังขรณ์แล้วในช่วงสมัยนั้นยังได้มีการสร้างถาวรวัตถุขึ้นมาใหม่อีกมากมายและได้รับพระราชทานชื่อใหม่ให้เป็น “วัดอินทราราม” โดยรัชกาลที่3ท่านใดเป็นผู้พระราชทานนามนี้ให้และยังคงใช้อยู่กันในยุคปัจจุบัน

ความเป็นมาของวัดอินทารามวรวิหาร หรือวัดใต้ฝั่งธน ฯ 

สำหรับพระอุโบสถหลังใหม่ที่ถูได้รับการปฏิสังขรณ์นั้นมี “พระพุทธชินวร” ประดิษฐานตั้งอยู่ ซึ่งเป็นพระประธานของวัดอันมีความงดงามและศิลปะของยุคสุโขทัยปรากฏอย่างชัดเจนซึ่งได้รับการอัญเชิญให้มาประดิษฐานอยู่ณวัดแห่งนี้ตั้งแต่ครั้งที่ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ และผู้ที่ได้ทำการอัญเชิญให้มาประดิษฐานก็คือพระยาสีหเทพ (ทองเพ็ง) และสำหรับพระอุโบสถหลังเดิมนั้นปรากฏให้เห็นเด่นชัดว่ามีศิลปะแบบสมัยธนบุรีที่มีความงดงามและวิจิตรศิลป์อย่างมาก

ความเป็นมาของพระเพชรหลีกพระเก่าของ วัดใต้ 

(วัดอินทราราม ฝั่งธนบุรี)

ความเป็นมาของพระเพชรหลีกพระเก่าของ วัดใต้ 

สำหรับพระเพชรหลีกองค์นี้ได้ถูกสร้างโดย เจ้าคุณพระทักษิณคณิศร ซึ่งท่านเป็นศิษย์ที่อยู่ในสำนักเดียวกันกับสมเด็จพระสังฆราช ( แพ ติสสเทโว)  และสมเด็จพระวันรัต (แดง) ซึ่งเป็นพระที่ค่อนข้างมีพุทธคุณสูงจนไปที่เลื่อนลั่นและได้รับสมญานามว่า “พระยอดขุนพลนิรันตราย”

สำหรับการสร้างพระเพชรติดนี้ท่านเจ้าคุณฯ จะรวบรวมผงวิเศษต่างๆซึ่งได้แก่ผงมหาราช, ผงอิทธิเจ, ผงปทมัง เป็นต้น จากนั้นก็จะนำมาผสมกับขี้เถ้าหน้าพระประธานรวมทั้งได้มีการนำผลจากการเผาสมุดข่อยและตองตานีสำหรับการนำไปใช้ปิดทอง แล้วท่านก็จะทำการต่ำโดยละเอียดโดยนำตัวประสานเนื้อพระด้วย “รัก” แล้วจะนำมาทำการกดลงไปยังแม่พิมพ์ ซึ่งการที่ลงบนแม่พิมพ์นั้นจะทำโดยเธในส่วนของครึ่งองค์กรจากนั้นก็จะใช้เมล็ดข้าวเปลือกประมาณห้าเมล็ดมาวางไว้แล้วจึงทำการทีแบบเต็มพิมพ์

เมื่อเนื้อพระแห้งแล้วก็จะนำองค์พระมาทำการลงอักขระขอมที่ปรากฎคำว่า “นะ โม พุท ธา ยะ”  เหตุผลที่จำเป็นจะต้องใช้ข้าวเปลือกมาใช้ในการเทลงในพิมพ์พระก็เพราะว่าข้าวเปลือกนั้นค่อนข้างมีความพิเศษ เนื่องจากว่าแม้เข้าเปลือกจะผ่านการตำหรือฝัด ก็จะไม่แตกหักแม้แต่กระทั่งการนำข้าวเปลือกไปหุงข้าวก็จะไม่สุขนั่นจึงเป็นคุณสมบัติพิเศษที่ท่านเจ้าคุณฯ ได้ทราบ จึงใช้มาเป็นส่วนผสมในการสร้างพระ อันเป็นความอัศจรรย์ที่ปรากฏทางด้านพุทธคุณว่า “แคล้วคลาด หลุดรอด ปลอดภัย” 

ประวัติของท่านเจ้าคุณพระทักษิณคณิศร

ประวัติของท่านเจ้าคุณพระทักษิณคณิศร

สำหรับท่านเจ้าคุณพระทักษิณคณิศรนั้น ท่านเกิดช่วงปีพ.ศ. 2397 เดิมทีนั้นท่านเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นชาวอำเภออัมพวา เมื่ออายุได้ 10 ปีฉันก็ได้ศึกษาเล่าเรียนทางด้านภาษาขอมและหนังสือไทยเป็นระยะเวลาประมาณสองปีจากนั้นเมื่ออายุครบบวชที่สามารถบวชได้ท่านก็ได้เข้ารับการอุปสมบทณอำเภออัมพวาแห่งวัดราษฎร์บูรณะ และได้รับฉายาทางธรรมว่า “ปุญญาคังโค” หลังจากที่อุปสมบทและจำพรรษาได้ราวๆสองปี ท่านก็ได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ ณ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่วัดสุทัศน์ ถัดมาได้หนึ่งปีท่านก็ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระมงคลวิลาศ และได้ดำรงตำแหน่งพระคู่สวดฐานานุกรมในสมเด็จพระวันรัต(แดง) 

ประวัติของท่านเจ้าคุณพระทักษิณคณิศร

ต่อมาท่านก็ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแห่งวัดโพธิ์นิมิตร ย่านฝั่งธนในช่วงปีพ.ศ. 2432 ไปจนถึงช่วงปีพ.ศ. 2447 จากนั้นก็ได้ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดอินทาราม หรือวัดใต้และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส และได้มรณภาพลงในช่วงปีพ.ศ. 2484 ซึ่งสมณศักดิ์สุดท้ายของท่านก็คือ  พระทักษิณคณิศร บวรสังฆสุทธิการ วิจารณกิจโกศล สกลสังฆนายกปิฎกธรรมรักขิต  ด้วยตำแหน่งเจ้าคณะมณฑลปราจีนบุรี  ซึ่งรวมสิริอายุได้ 88 ปีและคลองพรรษาได้ 60 พรรษา 

พุทธลักษณะของพระเพชรลีกแห่งวัดใต้หรือวัดอินทาราม

พุทธลักษณะของพระเพชรลีกแห่งวัดใต้หรือวัดอินทาราม

สิ่งที่เราสามารถพบเห็นได้อย่างเด่นชัดประการแรกก็คือลักษณะของพระนั้นจะมีส่งพิมพ์คล้ายซุ้มตัวกอ ด้านบนนั้นจะมีความกลมมนอย่างมากอีกทั้งยังเป็นทรงยืดซึ่งเป็นจุดที่เราสามารถสังเกตได้ง่าย ในส่วนของบริเวณด้านล่างนั้นเป็นการตัดตรงและทางบริเวณด้านหน้าจะมีลักษณะเป็นขอบยกพร้อมกับรายล้อมด้วยเส้นลวดโดยรอบ บริเวณกลางขององค์พระนั้นจะเป็นพระประทานที่อยู่ในอิริยาบถปางสมาธิในท่าประทับนั่ง 

พุทธลักษณะของพระเพชรลีกแห่งวัดใต้หรือวัดอินทาราม

ซึ่งมีทั้งแบบขัดสมาธิเพชรและขัดสมาธิราบ จุดสังเกตที่จะเห็นได้ชัดอีกประการถัดมาก็คือเส้นสังฆาฏิและเส้นอังสะที่ปรากฏอย่างเด่นชัด รวมไปถึงเส้นพระเศียรที่มีลักษณะกลม รวมถึงเส้น พระเกตุ และเส้นพระศกที่ปรากฏอย่างชัดเจน อีกทั้งเรายังสามารถมองเห็นพระกันทั้งสองข้างได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

จุดสังเกตอีกหนึ่งประการก็คือในบริเวณของพระเนตรพระโอสและพระนาสิกที่ปรากฏได้อย่างเด่นชัดไปจนถึงในส่วนของพระพาหาที่จะอยู่ในลักษณะหักมุมทั้งสองด้าน และทางส่วนบริเวณด้านหลังนั้นเป็นพื้นเรียบธรรมดาแต่ก็จะสามารถมองเห็นรอยจารอยู่เพียงเล็กน้อย

พุทธคุณ

เชื่อกันว่าหากใครมีไว้ในบูชาครอบครองก็จะช่วยในเรื่องของการแคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งมีความเข้มขลังอย่างมากจนถึงขั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นพระยอดขุนพลนิรันตราย และแน่นอนว่ามีความเป็นเลิศทางด้านคงกระพันอย่างยิ่ง ในปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าเป็นพระที่ค่อนข้างหายากและมีอายุค่อนข้างยาวนาน เราจึงต้องจำถึงจุดสังเกตให้ถี่ถ้วนก่อนบูชามาไว้ในครอบครอง เนื่องจากมีทั้งพระแท้และพระเทียมไม่น้อยในปัจจุบัน หากถามถึงในเรื่องของราคาก็ต้องขอบอกเลยว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากจำนวนในการพิมพ์ไม่ได้มีมาก 

พุทธลักษณะของพระเพชรลีกแห่งวัดใต้หรือวัดอินทาราม

สำหรับวันนี้พวกเราทีมงานต้องขอฝากเรื่องราว ประวัติความเป็นมาของ พระยอดขุนพลนิรันตราย “พระเพชรหลีก วัดใต้” พระเครื่องล้ำค่ายุคเก่าสุดหายาก! ไว้แต่เพียงเท่านี้แล้วกลับมาพบกับพวกเราได้ใหม่ในบทความครั้งต่อไป ขอขอบพระคุณอย่างยิ่งสำหรับการติดตามอ่านอย่างเสมอมา และเนื่องในโอกาสที่ใกล้จะถึงวันปีใหม่นี้แล้วพวกเราทีมงานส่องพระขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน มีความสุขและสมปรารถนาในทุกสิ่งดั่งใจปรารถนา แล้วกลับมาพบกับพวกเราใหม่ในบทความครั้งต่อไปนะคะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการพระเครื่องในประเทศไทย

Facebook
Twitter